"อนุทิน" เผย ”เพื่อไทย” ลงศรีสะเกษ ไล่หนูตีงูเห่า เป็นกลยุทธ์หาเสียง ไม่วิจารณ์ "ณัฐวุฒิ" นั่งผอ.ครอบครัว

การเมือง17 มิ.ย. 2565 • 16:07 น.
"อนุทิน" เผย ”เพื่อไทย” ลงศรีสะเกษ ไล่หนูตีงูเห่า เป็นกลยุทธ์หาเสียง ไม่วิจารณ์ "ณัฐวุฒิ" นั่งผอ.ครอบครัว

วันที่ 17 มิ.ย.2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยไปศรีสะเกษไล่หนูตีงูเห่า ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ และลงพื้นจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยมีความกังวลหรือไม่ ว่า พื้นที่ในแต่ละจังหวัดไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ทุกจังหวัดก็มีผู้แทนของพี่น้องประชาชน คนที่จะเสนอตัวเองเป็นผู้แทนต้องมีวิธีและกลยุทธ์เป็นของตัวเอง ที่จะทำให้ประชาชนเลือกเขาเข้ามา พรรคภูมิใจไทยก็จะมีกลยุทธ์ในแบบของตน พรรคอื่นก็มีกลยุทธ์อื่นๆ สุดท้ายอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน 

 

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ประเมินหรือไม่ว่าหลังจากที่พรรคเพื่อไทย ได้นำนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย จะมีนัยทางการเมืองและจะนำความขัดแย้งมาสู่การเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของกลยุทธ์เราจะไปวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไร ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด อย่างเวลาตนลงพื้นที่ก็ลงเอง เพราะตั้งใจ เต็มใจที่จะลงพื้นที่ ไม่ต้องไปพึ่งพาใคร ถือเป็นกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทย ถ้าหัวหน้าพรรคและรัฐมนตรีลงพื้นที่เอง ก็น่าจะให้ความเชื่อมั่นกับชาวบ้านได้ 

 

เมื่อถามย้ำว่า การที่ดึงนายณัฐวุฒิ เข้ามาจะดึงความขัดแย้งเข้ามาด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนทุกวันนี้คงเบื่อเรื่องความขัดแย้ง ความรุนแรงเต็มทนแล้ว อย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมีก่อนในอดีต เขาก็ต้องดูความรู้สึกของประชาชน  ทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนไป เช่น ตนกับนายณัฐวุฒิ ส่วนตัวก็เรียกพี่เรียกน้องมาโดยตลอด เจอกันก็ทักทายกันเป็นอย่างดี เคยเรียนหลักสูตรเกี่ยวกับการเมืองร่วมกัน ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องการเมืองก็เรื่องการเมือง เพื่อนสนิทตนในพรรคเพื่อไทยก็เยอะแยะไป แต่ในฐานะที่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นพรรค เขาก็ทำหน้าที่ของเขา มันต้องแยกกันให้ออก 

 

เมื่อถามว่า มองว่าบรรยากาศการเมือง ขณะนี้เป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติเหมือนตีกอล์ฟ คนที่ไปตีกอล์ฟในก๊วนเดียวกันได้ก็เพื่อนกันทั้งนั้น แต่เวลาแข่งขันกันก็ไม่มีใครยอมใครก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องกติกาสากล แต่เราไม่ได้มีความเครียดแค้นหรือโกรธแค้นอะไรกัน ดูอย่างเช่นเมื่อสักครู่ หลังประชุมศบค. ระหว่างนายกฯกับผู้ว่ากทม.ที่คนไปคิดว่าจะเจอกันได้หรือไม่ แต่เมื่อสักครู่นายกฯพาชมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ให้เห็นว่าห้องนี้ทำอะไรห้องนั้นทำอะไร บรรยากาศดีจะตาย