"ปิยบุตร"ปลุกประชาชนออกมาแสดงพลังร่วม"ม็อบ14ตุลา"กดดัน"ผู้มีอำนาจ"จี้มธ.เปิดทาง"3แกนนำ"ขึ้นเวที

การเมือง4 ต.ค. 2563 • 05:37 น.
"ปิยบุตร"ปลุกประชาชนออกมาแสดงพลังร่วม"ม็อบ14ตุลา"กดดัน"ผู้มีอำนาจ"จี้มธ.เปิดทาง"3แกนนำ"ขึ้นเวที
วันที่ 4 ต.ค.63 ที่ตึกไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ที่จะเกิดขึ้น ว่า ตนคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะนิสิต นักศึกษากลุ่มนี้จัดการชุมนุมมาแล้วหลายครั้งและดำเนินการมาได้ด้วยดี พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาจัดการชุมนุมอย่างผู้มีวุฒิภาวะ อยากฝากไปยังรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ว่าคนที่ออกมาชุมนุมมีเสรีภาพและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ดังนั้นจึงควรยุติกระบวนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ที่ออกหมายจับหลังปล่อยให้มีการชุมนุม หากรัฐบาลนี้เข้มแข็งจริงและทำผลงานได้ดีจริง ตัวรัฐธรรมนูญ 2560 เอื้อประโยชน์ต่อท่านขนาดนี้ ท่านคงไม่ได้ล้มไปได้ในเร็ววัน ดังนั้น ควรเปิดให้พวกเขาใช้เสรีภาพจะดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง นายปิยบุตร กล่าวว่า ในท้ายที่สุดการชุมนุมจะได้ผลอย่างไร ตนคิดว่าแบบม้วนเดียวจบ ไม่ชนะไม่เลิกนั้นไม่น่าจะใช้ไม่ได้ในยุคสมัยปัจจุบัน แต่ตนเชื่อว่าการชุมนุมแต่ละครั้งได้ทำลายความชอบธรรมของการมีอยู่ของรัฐบาลสืบทอดอำนาจไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว หากพี่น้องประชาชนออกมาแสดงพลัง อย่างน้อยผู้มีอำนาจในปัจจุบันจะต้องขบคิดเหมือนกันว่าท่านจะครองอำนาจแบบนี้ต่อไปอย่างนั้น หรือคืนอำนาจให้กับประชาชนแล้วเริ่มต้นสร้างกติกาแบบใหม่ เพื่อให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความปกติอย่างนี้จะดีกว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คิดถึงลูกหลานในระยะยาว ตนคิดว่าควรจะออกไปได้แล้วหมดเวลาของท่าน แล้วมันนานเกินพอแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเนื่องในโอกาสครบรอบ 44 ปี 6 ตุลา 2519 ควรจะนำมาเป็นบทเรียนอะไรบ้าง นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งนั้นคือการชุมนุมของนิสิตนักศึกษารอบนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการพูดถึงสถาบัน แต่ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายอนุรักษ์นิยมตกขอบกล่าวหาโจมตีไปไกลถึงขั้นพวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ล้มสถาบัน แต่สังคมไทยเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมและเรียนรู้ประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าเดิม เราพิสูจน์แล้วว่า เราพูดกันตรงไปตรงมาถึงสถาบัน แต่สังคมไทยก็ยังยินยอมรับฟัง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีหากเราคิดว่าเส้นทาง 44 ปีที่ผ่านมาสอนอะไรกับเรา ตนคิดว่าเรื่องนี้เราช่วยกันได้เยอะในการประคับประคองสถานการณ์ ไม่ใช่การเข้าไปยุยง ปลุกปั่น ให้แรงมากขึ้นกว่าเดิม แต่ควรสร้างพื้นที่สาธารณะให้มีการถกเถียงกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่อนุญาต 3 แกนนำของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมขึ้นเสวนาในงานครบรอบ 6 ตุลา 2519 ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคียงคู่กับการเมืองไทยมาสม่ำเสมอ กล่าวกันว่าเป็นพื้นที่ที่ให้ประชาชนใช้เสรีภาพในการแสดงออกในทุกๆ ความคิดและทุกๆรสนิยมทางการเมือง แต่ครั้งนี้กลับมีการปิดกั้นไม่ให้ 3 คนนี้เข้าร่วมเสวนา หากไม่ให้เขาทั้ง 3 คนอภิปรายพวกเขาก็มีพื้นที่อื่นทั้งผ่านทางออนไลน์ การชุมนุม หรือสถานที่อื่นๆ ที่ให้อนุญาต ตนก็ไม่เข้าใจว่าทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องปฏิเสธเช่นนี้ ทำราวกับว่าทางมหาวิทยาลัยไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเกี่ยว ถึงกีดกันพวกเขาออกไป ตนคิดว่าวิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องควรเปิดพื้นที่ให้พวกเขาพูดดีกว่าเพราะคนพูดจะรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาพูดอยู่แล้ว