"นิพิฏฐ์" แฉซ้ำผู้มีอำนาจต่อรองไม่ให้ยุบพรรค

การเมือง10 เม.ย. 2562 • 06:01 น.
"นิพิฏฐ์" แฉซ้ำผู้มีอำนาจต่อรองไม่ให้ยุบพรรค
"นิพิฏฐ์" แฉซ้ำผู้มีอำนาจต่อรองไม่ให้ยุบพรรค หวั่นกระทบต่อการตั้งรัฐบาล หลังกก.บห.ทุจริตการเลือกตั้งชัด เตรียมต่อกกต. คุ้มครองพยาน หลังหนีออกจากพื้นที่เกรงว่าจะถูกทำร้าย วันที่ 10 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ แถลงย้ำถึงกรณีการทุจริตการเลือกตั้ง ในพื้นที่ จ.พัทลุงว่า การทุจริตซื้อเสียงในพื้นที่ จ.พัทลุงมีการเตรียมการและทำกันเป็นกระบวนการที่ใหญ่มาก ซึ่งตนได้พูดมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัด และนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ไว้ก่อนแล้ว จากนั้นมีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง โดยมีการถ่ายบัตรประชาชนจำนวน 40,000 ใบ และขยายไปจนถึง 60,000 ใบ เพื่อดำเนินการในการซื้อเสียง อีกทั้ง กรรมการบริหารพรรคการเมืองหนึ่งก็รู้เห็นเป็นใจด้วย ซึ่งจะต้องมีผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวถูกยุบพรรคไปด้วย "แต่ในขณะนี้ มีการต่อรองกันระหว่างพรรคการเมืองดังกล่าว กับผู้ที่มีอำนาจในประเทศนี้ว่า ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่อย่าให้ถึงขั้นยุบพรรค เพราะถึงขั้นยุบพรรค ก็จะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะหลักฐานที่ผมนำเสนอมาตั้งแต่แรกนั้น ก็เป็นที่ชัดเจนว่า สามารถโยงไปถึงกรรมการบริหารพรรคคนดังกล่าว ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องมีการยุบพรรค"นายนิพิฏฐ์ กล่าว นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน พยานของตนก็ต้องหนีออกจากพื้นที่เพราะเกรงว่า จะถูกทำร้าย ดังนั้น ในวันนี้ ตนจะยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ กกต. เร่งรัดใน 2 กรณี คือ ขอให้มีการสอบสวนจนได้ข้อยุติโดยเร็วและขอให้มีการคุ้มครองพยาน เพราะตามระเบียบของ กกต.เอง ก็จะมีการคุ้มครองพยานด้วย ดังนั้น พยานทุกคนที่ชี้เบาะแสการทุจริตฯ ถือว่าเป็นพลเมืองดี เพราะหากประสบอันตรายหรือล้มหายตายจากไป ก็น่าจะเป็นเหตุดังกล่าว อีกทั้ง จะเรียกร้องให้หัวหน้า คสช. ให้คุ้มครองและดูแลพยานด้วย เพราะถ้าพยานทุกคนในเรื่องนี้ได้รับบาดเจ็บ ล้มตายไป ตนก็ต้องโทษหัวหน้า คสช. ว่าไม่ดูแลเรื่องนี้ “ผมทำเรื่องการยุบพรรคมา 2 ครั้งแล้ว และหลักฐานในครั้งนี้ แน่นหนากว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมา เป็นหลักฐานพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพยานบุคคลสามารถพูดเท็จก็ได้ พูดความจริงก็ได้ แต่พยานเอกสารมันโกหกไม่ได้ เพราะถ้าดูในเชิงของกฎหมาย ก็มีความหนักแน่นมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ” นายนิพิฏฐ์กล่าว นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า ตนขอยืนยันว่า ตนเป็นคนแรกในประเทศที่ยื่นเรื่องร้องเรียนในกรณีดังกล่าว ดังนั้น เมื่อตนได้ร้องเรียนก่อนที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. การสอบสวนในเรื่องดังกล่าวก็ต้องเร็วและต้องมีข้อยุติแล้ว แต่ขณะนี้ กลับยังไม่มีข้อยุติก็ตรงกับข้อสันนิษฐานของตนว่า มีการเจรจรากับผู้มีอำนาจจริง ให้มีการถ่วงเวลาให้การสอบสวนเรื่องนี้ยาวออกไป โดยอาจจะมีการรับรองก่อนและสอยทีหลัง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต. ด้วย