“สุเทพ” ชวน “ผู้ปกครอง” ส่งลูกหลานสมัคร “วอศ.ภาวนาโพธิคุณ” บอก เรียนฟรี มีอาหาร พร้อมที่พักตลอด 5 ปี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัว

การเมือง6 ม.ค. 2565 • 11:16 น.
“สุเทพ” ชวน “ผู้ปกครอง” ส่งลูกหลานสมัคร “วอศ.ภาวนาโพธิคุณ” บอก เรียนฟรี มีอาหาร พร้อมที่พักตลอด 5 ปี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัว
วันที่ 6 มกราคม 2565 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP 13 ผ่านทาง เฟซบุ๊ก “ Suthep Thaugsuban ตอนหนึ่งว่า ปีที่แล้วเราเจอเรื่องหนักๆมามาก กังวลใจทั้งรัฐบาล ส่วนราชการและพี่น้องประชาชนแต่เราก็ฟันฝ่ากันมาได้ สู่ปีใหม่แล้ว เชื่อว่าปีใหม่นี้จะดีขึ้นแม้ปัญหาจะยังคงอยู่เช่นเรื่องโควิด19 แต่ประสบการณ์ที่เรามีมา 2 ปี และเชื่อว่าเราร่วมแรงร่วมใจร่วมมือกันต่อสู้ก็ต้องชนะได้ ปีใหม่นี้คิดเรื่องดีๆ ตั้งใจในสิ่งที่ดีๆ ร่วมกันทำร่วมกันสู้ นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้มีข่าวดีมาเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง คือเรื่องโอกาสทางการศึกษากับลูกหลานของเรา วันนี้ที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ที่ จบม.3 เข้าเรียนต่อ ในระดับปวช-ปวส และที่บอกว่าเป็นข่าวดี เพราะการไปเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ 5 ปี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีภาวะวิกฤต จะช่วยแบ่งเบาภาระ โดยมี อาหารพร้อม มีที่พักในวิทยาลัยฯ มีลักษณะการจัดการศึกษาแบบโรงเรียนประจำ มีเสื้อผ้าเครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน อาทิ ไอแพด คอมพิวเตอร์ ให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้ด้วย โดยวิชาที่เปิดสอนคือสาขาวิชาการโรงแรม การท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ - จีน) บัญชี และ อาหาร และ โภชนาการ มีบุคลากร อาจารย์ที่มาสอน ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละสาขาเป็นมืออาชีพ อย่างเช่น วิชา การโรงแรมก็จะมี GMจากโรงแรมอาสามาสอนด้าน คหกรรม ด้านอาหาร ก็จะมี เชฟ มาจากโรงแรมต่างๆมาสอนเช่นกัน นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จุดเด่นของ วิทยาลัยฯ นักศึกษาทุกคนสามารถพูดภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ได้ เพราะอาจารย์ผู้สอนมาจากประเทศจีน และอังกฤษ ทำให้นักศึกษาที่กำลังศึกษา ได้รับการจองตัวจากสถานประกอบการหลายแห่ง ที่สำคัญคือ คุณสมบัติของนักศึกษาที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้ไว้กับคนไทย นักศึกษาและอาจารย์ ช่วยกันทำนา ปลูกผัก เลี้ยงไก่ 3 พันตัว มีไข่บริโภควันละ 2,800 ฟอง ทำให้หลายคนไม่กลัวงานหนัก พวกเขาทำหลายอย่างกันเอง สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมกับคนอื่นได้ เพราะมีการฝึกกันมาตลอด 5 ปี นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ที่วิทยาลัยฯนี้ มีการสอนธรรมะ ควบคู่ไปกับการสอนวิชาการวิชาชีพ นักศึกษาทุกคนต้องทำวัตรเช้าตั้งแต่ตี 5 ฝึกนั่งสมาธิ ทำวัตรเย็น เรียนธรรมะอย่างจริงจัง ทำให้นักศึกษาหลายคนมีธรรมะในใจ เป็นคนดี มีศีลธรรม ทำให้นายจ้างหลายคนจองตัวนักศึกษากันมามาก จึงอยากจะเชิญชวนบรรดาผู้ปกครองว่า ใครมีลูกหลานที่สนใจจะเรียนด้านวิชาชีพ จบแล้วมีงานทำ มีรายได้ โดยไม่เป็นภาระของผู้ปกครองตลอด 5 ปี คิดว่านี่เป็นข่าวดี และเป็นโอกาสที่ดี ใครสนใจก็สามารถเข้าดูได้ ที่หน้าเว็ปไซด์ของวิทยาลัยฯ https://bbvc.ac.th/ และสมัครทางออนไลน์ ได้เลย ทางวิทยาลัยจะจัดระบบ ให้มีการสัมภาษณ์ทางออนไลน์ พอสัมภาษณ์เสร็จได้รับการคัดเลือก อยู่ในข่ายที่จะได้เป็นนักศึกษาของวิทยาลัย ตอนนั้นถึงจะต้องไปเข้าค่ายเป็นเวลา 12 วันเป็นการทดสอบนักศึกษาให้รู้วิถีชีวิตในวิทยาลัย รู้กฎเกณฑ์ กติกาว่า จะต้องประพฤติปฏิบัติตัวอย่างไร ทางคณาจารย์ เห็นแล้วว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจ และสามารถปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบพอเพียง ก็จะได้รับการคัดเลือกให้เข้าในเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ติดต่อกัน 5 ปี จบแล้วมีงานทำมีรายได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ที่กล่าวมานี้ คิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ปกครองที่ลูกตั้งใจจะเรียนวิชาชีพเพื่อที่จะไปทำงานภาคการท่องเที่ยวน่าสนใจและเป็นโอกาสสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเปิดรับนักศึกษาจากทั่วประเทศ ที่ผ่านมาก็มาจากจากเกือบทุกจังหวัดมีทั้งที่เป็นชาวเขา กว่า 20 คนที่มาเรียนในขณะนี้ นักศึกษาที่เรียนฟรีในวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะเป็นวิทยาลัยที่ตั้งขึ้น โดย มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) เป็นส่วนหนึ่งในแนวความคิดของประชาชนที่ต้องการปฏิรูปทางการศึกษา โดยเฉพาะเป็นการปฏิรูปประเทศ ด้วยการให้การศึกษาแก่เยาวชน ในระดับอาชีวศึกษา ที่มุ่งผลิตมืออาชีพออกไปทำงานรับใช้สังคมเป็นมืออาชีพที่มีศีลธรรม มีคุณธรรม มีความสามารถอย่างแท้จริง นายสุเทพ กล่าวอีกว่า วิทยาลัยฯแห่งนี้ ทุกวันนี้ อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคของประชาชน ทุกปีจะมีการทอดผ้าป่า ที่ผ่านมา 2 ปี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรฯ ได้รับเป็นองค์อุปการะวิทยาลัย ท่านไปเองที่วิทยาลัยฯ ไปเป็นประธานทอดผ้าป่าเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ของท่านได้ร่วมกันทำบุญและมีผู้ที่ทราบเรื่องและไปเยี่ยมชมวิทยาลัยมา เกิดความศรัทธาก็ได้บริจาคเงินทำบุญ จึงเป็นที่มาของเงินที่นำมาบริหารในวิทยาลัยแห่งนี้ จึงทำให้สามารถจัดการศึกษาแบบให้ฟรีได้เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้ นอกจากนี้วิทยาลัยแห่งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กร ส่วนราชการอื่นๆ ที่จะใช้วิทยาลัยเป็นศูนย์การเรียนรู้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คนที่เข้าไปดูกิจการในวิทยาลัยก็จะเห็นได้ว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานสามารถนำมาใช้ได้จริง และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง