"บิ๊กป้อม" ย้ำทุกหน่วยงานต้องบูรณาการแก้ไขที่ดินทำกินให้ปชช.อย่างเป็นธรรม ชี้ต้องมีสาธารณูปโภค สร้างอาชีพ อยู่ดีกินดี
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เดนส์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายแนวทางและมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ครั้งที่ 2/2565 โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงานข้อตกลงความร่วมมือMOU โครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนให้กรรมสิทธิ์แต่อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินโดยให้พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ได้มีสิทธิ์ทำกินได้อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมายป้องกันการเปลี่ยนมือการเข้ามาครอบครอง ให้ที่ดินตกทอดยังลูกหลาน นักการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อความมั่งคั่งของประเทศ รวมทั้งการป้องกันปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์อาจจะส่งผลให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ดินของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด และยังมีความยั่งยืนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะประเด็นยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมและสอดคล้องกับปฏิญญาเศรษฐกิจพอเพียง
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนได้รับทราบความต้องการของพี่น้องประชาชนได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัยที่ดินของรัฐภายใต้นโยบายการจัดทำที่ดินที่ทำกิน ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นการเร่งด่วนในการจัดทำและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไฟฟ้าประปา เส้นทางคมนาคม และแหล่งน้ำในการอุปโภคและบริโภคต่างๆเพื่อสามารถลงหลักปักฐานต่อไปเป็นระยะยาวรวมทั้งได้มีการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมตามศักยภาพพื้นที่และการต่อยอดไปสู่การจัดหาตลาด รวมถึงช่องทางการกระจายการผลิตผลทางด้านการเกษตร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถมีรายได้อย่างเพียงพอและ มั่นคง และพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง และวันนี้รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวภายใต้โครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่คทช. โดยเฉพาะถนน ไฟฟ้าและแหล่งน้ำ ขอให้ทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางระดับจังหวัดและท้องถิ่นมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการบูรณาการและการทำงานร่วมกัน
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทั้งในการวางแผนและขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและสอดคล้องอย่างเป็นระบบ ทำให้การแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นขอฝากไว้ว่าให้ทุกหน่วยงานได้ร่วมมือกันบูรณาการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถอยู่ดีกินดีขึ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นความต้องการของรัฐบาลและข้าราชการทุกคนที่มีต่อประชาชน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มุ่งมั่นตั้งใจร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายที่ดินทำกินของรัฐบาลขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ฝากทุกหน่วยงานช่วยกันบูรณาการ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีความจำเป็นในเรื่องน้ำก็ดี ความเป็นอยู่ก็ดีการเกษตรก็ดี ต้องฝากทุกหน่วยงานที่ได้ลงนามในครั้งนี้
จากนั้นเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ 21 หน่วยงานภายใต้โครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)