มิสชัน “บิ๊กอ๊อบ-บิ๊กหนุ่ม” กระชับระยะห่าง กองทัพ-รัฐบาล

การเมือง13 ต.ค. 2566 • 16:00 น.
มิสชัน “บิ๊กอ๊อบ-บิ๊กหนุ่ม” กระชับระยะห่าง กองทัพ-รัฐบาล

แม้จะเป็นรัฐบาลพลเรือน นายกฯ พลเรือน  รมว. กลาโหมพลเรือน แต่ก็รายล้อมไปด้วยทหารที่มีทหารทั้ง ทหารแตงโม ที่สนิทสนมกับตระกูลชินวัตร และสายพรรคเพื่อไทย นายทหารในสายอนุรักษนิยม 

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ผสมกันระหว่างรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขั้วอำนาจชินวัตร กับ สายอนุรักษ์นิยม ขั้วอำนาจ 3 ป. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแกนหลักพร้อม แมน บีฮายด์ เดอะซีน หลายคน ดังนั้นจึงมีทหารในขั้วอนุรักษ์นิยมถูกส่งมาเป็นทีมงาน ของ สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ด้วย

ทั้ง “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาฯสมช. สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 20 “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ มาเป็นเลขานุการรมว. กลาโหม “บิ๊กอั๋น” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาฯ สมช. ลูกหม้อกลาโหม สายตรง “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีต รมช..กลาโหมมาเป็นที่ปรึกษากลาโหม และ “บิ๊กตุ่น” พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ อดีตรองผบ. ทอ. เตรียมทหารรุ่น 20 มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหม

ขณะที่ สุทิน เองก็ดึงทหารที่รู้จัก มาเป็นทีมงานส่วนตัว ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเครือข่ายของ “บิ๊กแอ๊ด” พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว. กลาโหม และ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.สุกำพล  สุวรรณทัต ดีต รมว. กลาโหมในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย

แต่ที่กำลังถูกจับตามองคือบทบาทของ “บิ๊กหนุ่ม” พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่โดยตำแหน่งหน้าที่แล้วต้องทำงานใกล้ชิด รมว. กลาโหม จึงทำให้ พล.อ.สนิธชนก กลายเป็นเสมือนที่ปรึกษาส่วนตัวของ สุทิน เนื่องจาก พล.อ.สนิธชนก เป็นปลัดกลาโหมมาแล้ว 1 ปี และเติบโตในกลาโหมมาหลายปีจึงรู้กลไกต่างๆของกระทรวงกลาโหมและกองทัพเป็นอย่างดี และมีอายุราชการยาวถึง 2568

จึงเป็นคนที่คอยให้ข้อมูลดูแลประสานงาน สุทิน ไม่ว่า สุทิน ไปไหน ก็จะมี พล.อ.สนิธชนก ไปด้วย แม้ว่า พล.อ.สนิธชนก จะเป็นนายทหารในสายบ้านป่ารอยต่อฯ เป็นน้องรักของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯพี่ใหญ่3 ป. และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาในการทำงานกับสุทิน เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาแบบปรองดองกับกองทัพกับขั้วอนุรักษ์นิยม จึงไม่มีธงในการล้างบาง

ตรงกันข้ามกลับใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้นำเหล่าทัพ จนถึงขั้นที่ สุทิน เอ่ยปากว่า เดิมทีเดียวตอนได้รับมอบหมายให้มาเป็น รมว. กลาโหมก็หนักใจ ที่ต้องมาทำงานบริหารกองทัพ แต่เมื่อทำงานมาได้กว่า1 เดือน สุทิน ย้ำหลายครั้งว่ามีความสุขกองทัพให้เกียรติตลอดสามารถพูดคุยกันได้ แม้ว่าสุทิน จะอยู่ในลักษณะคล้ายถูกทหารประกบห้อมล้อมไว้ก็ตาม

ช่วงที่ผ่านมา พล.อ.สนิธชนก มีบทบาทในการจัดทีมงานหน้าห้องของ สุทิน หลายตำแหน่งเพราะในห้วงแรกมีชื่อนายทหารจากหลายกลุ่มถูกส่งและถูกเชิญชวน ทาบทามให้มาช่วยนายสุทินรวมแล้วกว่า 100 คน  แต่ พล.อ.สนิธชนก ก็ต้องจัดแถวใหม่โดยเฉพาะชื่อนายทหารในสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม หลายคนก็ถูกกลั่นกรองและไม่ได้มาอยู่กับสุทิน

แต่อย่างน้อย สุทิน ก็ยังคงมีอำนาจในการต่อรองในฐานะรมว. กลาโหม  จะเห็นได้จากการแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) ที่แม้จะมีกระแสข่าวว่า พล.อ.สนิธชนก จะผลักดันนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 หลายคน มาชิงเก้าอี้นี้

แต่ในที่สุด “บิ๊กเดช” พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ที่มีความใกล้ชิดกับ สุทิน และสายพรรคเพื่อไทย ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.อผศ. ในการประชุมสภากลาโหมครั้งแรก ของ สุทิน โดยมีการพบกันครึ่งทาง พล.อ.สนิธชนก ดัน “เสธ.ณุ” พล.ท.ณุดนัย บูรณสมภพ  ซึ่งเป็นนายทหารใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร สายบ้านป่ารอยต่อฯ มานั่งเป็นรองผอ.อผศ. เพราะ ตลอด 9 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม จนมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ ควบรมว.กลาโหม เอง ก็แต่งตั้ง นายทหาร ทั้งสาย “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” สลับกันมานั่ง ผอ.อผศ. คนล่าสุด ที่เพิ่งเกษียณไป คือ “บิ๊กกวาง” พล.อ.สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ น้องรัก ของ “บิ๊กตู่” ก็นั่งยาว 2 ปี

แต่อย่างไรก็ตามแม้สุทิน จะเป็น รมว.กลาโหม แต่ท้ายที่สุดอำนาจในการตัดสินใจต่างๆก็อยู่ที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่คุมความมั่นคงและคุมกระทรวงกลาโหมด้วยตนเอง โดย เศรษฐา ให้ความสำคัญกับกองทัพด้วยการนัดพบผู้บัญชาการเหล่าทัพใหม่ที่จะขึ้นมาและมีสายตรงคุยกัน โดยเฉพาะความสนิทสนมรู้จักกับ “บิ๊กอ๊อบ” พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จนถูกจับตามองว่า เป็นเสมือนที่ปรึกษาส่วนตัวของ เศรษฐา เพราะมีอะไรก็จะเชิญมาพบหรือโทรคุยเสมอๆ

แม้แต้ในช่วงวิกฤติในอิสราเอล พล.อ.ทรงวิทย์  ก็คอยช่วยเหลือ ประสานงานต่างๆ กับเหล่าทัพ รวมถึงกองทัพอิสราเอล

ด้วยเพราะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน  เคยเล่นฟุตบอลด้วยกันในฐานะที่เป็นคอบอล ชอบเตะฟุตบอล ด้วยกันมา

จะเห็นได้ว่าทั้ง พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ทรงวิทย์ ก็เป็น เพื่อน ตท.24 ด้วยกัน คนหนึ่ง ประกบ รมว.กลาโหม อีกคน เป็นสายตรง นายกฯ จึงทำให้ เตรียมทหาร 24  กำลังกลายเป็นรุ่นที่มีพาวเวอร์

แม้ว่าใน แผง ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ จะมี “บิ๊กต่อ” พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์  ผบ.ทบ. และ “บิ๊กดุง” พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. เป็น รุ่นพี่ ตท.23  ก็ตาม  แต่ โดยการเป็น ปลัดกลาโหม แล้ว ก็จะยืนแถว เบอร์ 1 ต่อด้วย ผบ.ทหารสูงสุด  แล้ว จึงเป็น ผบ.ทบ. และ ผบ.ทร. รุ่นพี่ตท.23  และปิดท้ายด้วย “บิ๊กไก่” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ที่เป็น ตท.24

แต่เพื่อไม่ให้เกิดการลักลั่น เรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง และ สายการบังคับบัญชา จะเห็นได้ถึงการจัดแถว แบบใหม่ ในการ ให้ปลัดกลาโหม ยืนในฝั่ง คณะ รมว.กลาโหม  ที่มี เลขาฯรมว.กลาโหม  ที่ปรึกษา ผช.รมต. และ หัวหน้าสำนักงาน รมว.กลาโหม

ขณะที่อีกฝั่ง ผบ.เหล่าทัพ ก็มี พล.อ.ทรงวิทย์ ผบ.ทหารสูงสุด ยืนคนแรก ต่อด้วย ผบ.เหล่าทัพ และ ตำรวจ 

จากการที่ สุทิน เดินสายตรวจเยี่ยมเหล่าทัพ เริ่มที่กองบัญชาการกองทัพไทยนั้น “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล   ผบ.ตร. ไม่ได้มา แต่มอบ “บิ๊กรอย” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ที่เป็น ตท.24 มาแทน

ดังนั้นทั้ง พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ทรงวิทย์ จึงถือว่า เป็น ผบ.เหล่าทัพ ที่มีบทบาท เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง ในการประสานงาน เจรจา ต่างๆ ที่จะทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลกับนายกฯรัฐมนตรีไม่เกิดปัญหาหรือมีช่องว่าง

อย่างไรก็ตามด้วยการเป็น ผบ.ทบ. และเป็นทหารคอแดง ทำให้ พล.อ.เจริญชัย ต้องทิ้งระยะห่างกับฝ่ายการเมือง อยู่บ้าง ประกอบกับบุคลิกลักษณะที่เป็นคนเงียบๆนิ่งๆ ด้วย

ท่ามกลางการจับตามอง ข้ามช็อต ไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ต.ค. 2567 ที่คาดกันว่า ตท.24  อาจยึดเก้าอี้ยกแผง เพราะเก้าอี้ ผบ.ทบ. จะว่างลงจากที่ พล.อ.เจริญชัยเกษียณราชการ  โดยมี แคนดิเดต ผบ.ทบ.ที่เป็นเตรียมทหาร 24 ถึง 3 คน  ทั้งทหารคอแดง คือ “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ธราพงศ์  มะละคำ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.  และทหารคอเขียว “บิ๊กหยอย” พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผช.ผบ.ทบ. และ “บิ๊กต้น” พล.อ.ณัฐวุฒิ นาคะนคร ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก

ขณะที่ เก้าอี้ ผบ ทร. จะว่างลงเพราะ พล.ร.อ.อะดุง เกษียณราชการ ที่คาดว่าจะสนับสนุน “บิ๊กน้อย” พล.ร.อ.วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เสนาธิการทหารเรือ  จาก ตท.24 เป็น ผบ.ทร. คนต่อไป

ในยามนี้ กองทัพ จึงเป็นช่วงการผ่องถ่ายอำนาจ จาก  ตท.22 ผบ.เหล่าทัพ ชุดก่อน มา ตท.23 และ ตท.24  ที่คาดว่า ปีหน้า ตท.24 จะเต็มแผง  เพราะ คีย์แมน รุ่น ล้วนมีบทบาทสำคัญ