ระเบิดเวลา!

การเมือง10 พ.ย. 2566 • 23:00 น.
ระเบิดเวลา!

1 เดือนแรกกับเก้าอี้หัวหน้าพรรคก้าวไกล ของ “เดอะต๋อม” ชัยธวัช ตุลาธน  ต้องเผชิญกับวิบากกรรม จากปัญหาลูกพรรคที่ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนถึงพรรค

โดยเฉพาะหลังมติพรรคที่ไม่ขับ “สส.ปูอัด” ไชยามพวาน   มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พ้นพรรคแต่แรกพร้อมกับ “สส.แจ้”วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี  ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงมาตรฐาน ความไม่เท่าเทียม และคนไม่เท่ากัน เนื่องจาก “สส.ปูอัด”มีความสนิทสนมกับกรรมการบริหารพรรค  พร้อมทั้งกระแสเรียกร้องให้เปิดรายชื่อสส.ที่โหวตอุ้ม

แม้จะมี “ด้อมส้ม” เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ที่กินบุญเก่ามาตั้งแต่กระแสเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 เมื่อเกิดวิกฤติ “การมุ้ง” ในพรรค ก็พยายามปั่นกระแสแยกปลาเน่าออกจากน้ำ ชี้นำว่าเป็นพฤติกรรมส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค แต่ด้วยมาตรฐานการเมืองใหม่ของพรรคก้าวไกล  ส่งผลให้ “ขว้างงูไม่พ้นคอ”

อีกทั้งการดำเนินการตรวจสอบเอาเรื่องดังกล่าว เป็นไปด้วยความล่าช้า จนอดีตแกนนำเซเลบตั้งแต่ครั้งพรรคอนาคตใหม่อย่าง “อาจารย์ป๊อก”ปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาท้วงติง แสดงความผิดหวังกับมติดังกล่าว

“ไม่ใช่แค่กรณีเรื่องการคุกคามทางเพศเท่านั้น แต่ยังทำให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ไว้ใจ ไม่มั่นใจ ที่จะให้ลูกหลานของเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นอาสาสมัครหรือทำงานกับคนของพรรค” “ปิยบุตร” ระบุ

ตามมาด้วย “ช่อ”พรรณิการ์ วานิช หรือ แม้แต่แกนนำม็อบ3นิ้วอย่าง “รุ้ง”ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่เรียกร้องให้ “สส.ปูอัด”แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ทว่าไม่เพียงไม่ลาออก ในการแถลงข่าวของ “สส.ปูอัด”หลังกระแสกดดันให้ลาออก กลับยิ่งย้ำแผลให้บาดลึก ด้วยการแถลงไม่ยอมรับความผิด หากแต่ยังแฉกลับคู่กรณีสร้างความเสียหายซ้ำ ทำให้สังคมรุมตำหนิ และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก  และขยายวงความเสียหาย

กระทั่งพรรคก้าวไกลต้องหอบหิ้วกรรมการบริหารพรรคและสส.ไปไกลถึงระยอง เพื่อลงมติขับ “สส.ปูอัด” ในที่สุด แต่ก็ทำให้ #ก้าวไกลการละคร ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ โดยหยิบยกกรณีของ “หมออ๋อง”ปดิพัทธ์ สันติภาดา  ที่ถูกขับออกไปก่อนหน้านี้ขึ้นมาเปรียบเทียบ  ด้วยการอาศัยช่องโหว่และเทคนิคทางกฎหมาย เพื่อให้ยังอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภาฯต่อไปมีการแถลงข่าวขับพ้นพรรคอย่างรวดเร็ว  ไม่เห็นมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อลงมติให้วุ่นวายถึง 2 รอบ เหมือนกรณีของ “สส.ปูอัด”

เรื่องยังไม่จบง่ายๆ เมื่อ “บังซุป”ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย จับประเด็นดังกล่าว ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ กรณีของ2สส. กรณีการคุกคามทางเพศออกจากพรรค ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของข้อบังคับพรรคและกฎหมายนั้น มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกรณีขับ “หมออ๋อง” ออกจากพรรค เพราะไม่มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

โดย “บังซุป” ได้ขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบว่า พรรคก้าวไกล ได้ดำเนินกระบวนการทางวินัยกับ “หมออ๋อง”  ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และตามกฎหมายถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และหากพรรคยังมิได้ดำเนินการดังกล่าวตามข้อบังคับ ให้ถูกต้องครบถ้วนจะส่งผลกระทบต่อสถานะของ “หมออ๋อง”ที่ ยังคงสภาพเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ไม่อาจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้ โดยจากแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล ชี้แจงในทำนองว่า “หมออ๋อง” ลาออก โดยที่พรรคไม่ได้มีมติขับออกจากพรรค เพราะทำผิดวินัยร้ายแรง จะส่งผลให้สมาชิกภาพความเป็น สส.ของนายปดิพัทธ์ สิ้นสุดลงในทันที และไม่เพียงเท่านั้น กรณีดังกล่าว อาจส่งผลถึงขึ้นยุบพรรคก้าวไกลด้วย!!

“ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการสมคบคิดหรือแสดงเจตนาลวง ระหว่างพรรคก้าวไกลกับนายปดิพัทธ์ อันเข้าข่ายกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์หรือไม่”

ท่ามกลางกระแสข่าว ที่โลกโซเชียลออกมาเขย่ามาตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงปมยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งมีเรื่องค้างอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

อีกด้านหนึ่งวิบากกรรมของอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล อย่าง “ทิม”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย

เรื่องที่เขาถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ตำแหน่ง สส. ของผู้ถูกร้องว่างลง นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2)

แม้ไพ่จะออกมาได้หลายหน้า แต่กระแสที่ออกมาในโลกโซเชียลนั้น ไม่เป็นบวกกับทั้งพรรคก้าวไกล และ “พิธา”

ทว่าไม่เพียงเท่านั้น ผลพวงจากการขับ “สส.แจ้”พ้นพรรค นอกจากเขาจะไปร้องขอความเป็นธรรมจาก กกต.แล้ว ยังเปิดปฏิบัติการแฉกลับ ที่ “สส.แจ้”อ้างว่าวิบากกรรมของตนเองนั้น อาจเกิดจากการไปเหยียบตาปลา ตรวจสอบกรณีทุจริตเรียกผลประโยชน์จากโรงขยะ ที่มีผู้ช่วยส.ส.ของกรรมการบริหารพรรคบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง เรียกว่าเปิดศึกกันเองภายในพรรค และความไม่ชอบมาพากลภายใน

ดูเหมือนว่า  “ขยะใต้พรม” ในพรรคก้าวไกล ที่ “เดอะต๋อม”ต้องเร่งเก็บกวาดและจัดการกับศึกในบ้านของตนเองแล้ว ศึกนอกก็มาจ่อรอด้วยใจระทึก เป็นเหมือน “ระเบิดเวลา” ที่อาจทำให้บ้านหลังที่สองของพวกเขาพังพินาศลงมาเมื่อใดก็ได้

และหากเมื่อถึงวันที่จุดระเบิดขึ้น ก็เชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ และอาจนำไปสู่วิกฤติการเมือง