“ประวิตร” ชื่นชมผลงาน สคบ.คุ้มครองผู้บริโภค แนะสร้างการรับรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ประชาชน

การเมือง20 ก.ย. 2565 • 04:51 น.
“ประวิตร” ชื่นชมผลงาน สคบ.คุ้มครองผู้บริโภค แนะสร้างการรับรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ประชาชน

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 20 ก.ย.2565 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการประชาชน การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคกับอาเซียน การคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด-19 การบังคับใช้กฎหมาย การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อ และการดำเนินการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค โดยมีนายดิสทัต โหตระกิตย์เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม

 

ทั้งนี้ สคบ. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ สามารถยุติได้ จำนวน 13,697 เรื่อง ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 384,338,946.48 บาท การฟ้องคดีแทนผู้บริโภค จำนวน 422 ราย ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาความเสียหายเป็นเงินจำนวน 130,931,494.93 บาทการบังคับคดีตามคำพิพากษา โดยตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจแทนผู้บริโภค จำนวน 1,225 คดี ผู้บริโภคจำนวน 7,067 ราย เปรียบเทียบความผิดผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค จำนวน 38 ราย เป็นเงิน 2,760,000 บาท 

 

โดย สคบ. ได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ได้แก่ ระบบร้องทุกข์ออนไลน์ ไกล่เกลี่ยออนไลน์ การจดทะเบียนขายตรงและตลาดแบบตรงออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันOCPB Connect และ Chat Bot “พี่ปกป้อง” ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ หรือ Big Data เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขี้น 

 

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานด้านต่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับนานาชาติในเรื่องต่าง ๆ เช่น การพัฒนากลไกการแจ้งและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ การสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริโภคของอาเซียนในการเยียวยาผู้บริโภคข้ามแดน เป็นต้น และยังได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) จำนวน 2 ฉบับ ระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร และไทย-รัสเซีย เพื่อประสานความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภค โดย MoU ทั้งสองฉบับอยู่ระหว่างการลงนาม

 

รองนายกรัฐมนตรีชื่นชมผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ อันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมในวงกว้าง ขอให้มีการบูรณาการทำงานและร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหา อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและคุ้มครองสิทธิในด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชน พร้อมเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ผลงานและสร้างการรับรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อการให้บริการอย่างสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมทั้งขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เข้มแข็ง เสียสละ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน