"วงเสวนาแยกคอกวัว" ชี้ สังคมเหลื่อมล้ำสูง ทำคนรุ่นใหม่หนุนแนวคิดรัฐสวัสดิการ
"วงเสวนาแยกคอกวัว" ยัน "รัฐสวัสดิการ" เป็นเครื่องมือกระจายความมั่งคั่งจากกลุ่มทุนมาสู่คนไทยทุกคน ชี้ สังคมเหลื่อมล้ำสูง ทำคนรุ่นใหม่หนุนแนวคิดรัฐสวัสดิการ
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 10 ธ.ค.63 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการเสวนา “ปฎิรูปสถาบันทำไปสู่รัฐสวัสดิการอย่างไร” โดยนายศุภณัฐ กิ่งแก้ว ผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ตอนนี้มีการกล่าวถึงสัญลักษณ์ค้อนเคียวกันมาก ซึ่งในความจริงเรื่องนี้มีการพูด และปฎิบัติกันมานานแล้ว หลังเหตุการณ์เดือนต.ค. ก็มีการก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา เพื่อชูนโยบายเรื่องสังคมนิยม เช่น พรรคแนวร่วมสังคมนิยม หรือพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ซึ่งพรรคเหล่านี้ชูประเด็นเรื่องสังคมนิยม และได้รับการตอบรับ จนสามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาลในขณะนั้นได้
นายศุภณัฐ กล่าวว่า นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตนไม่แน่ใจว่าเป็นคำเดียวกับคำว่า “ประชาธิปไตย” หรือไม่ สมัยของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรค ในเอกสารแถลงนโยบายรัฐบาล ข้อ 4 มีระบุว่า “รัฐบาลจะใช้ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย มาใช้ปฎิรูปเศรษฐกิจของประเทศ” เราจะเห็นว่า คำว่า “สังคมประชาธิปไตย” ไม่ใช่ของใหม่ แต่มีพัฒนาการมาในสังคมไทย ขณะที่ยุครัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีการออกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งถูกนักเศรษฐศาสตร์ โจมตีว่าทำไม่ได้ จะทำให้ประเทศขาดทุน ซึ่งเราเห็นแล้วว่า ไม่เป็นความจริง เพราะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ยังใช้มาถึงปัจจุบันนี้ และประเทศก็ยังไม่เจ๊ง แม้นโยบายจะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่เราจะรอรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยมาแก้ไขในส่วนนี้
นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันคำว่า สังคมนิยม ถูกพูดถึง ซี่งมีทั้งผู้สนับสนุน และคัดค้าน กลุ่มที่สนับสนุนก็จะมองว่าเป็นการกระจายทรัพยากร ส่วนผู้ที่คัดค้านก็บอกว่าสังคมนิยม และรัฐสวัสดิการ เป็นเฟคนิวส์ หรือเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่เลยเถิด ซึ่งในข้อเท็จจริง สังคมนิยม หรือรัฐสวัสดิการนั้น เป็นการพูดถึงการกระจายอำนาจ และสนับสนุนโครงสร้างการเมือง แบบประชาธิปไตยที่แท้จริง จะทำให้คนปลดล็อคจากสภาพเศรษฐกิจ และมีเสรีภาพทางการเมือง ซึ่งทุกวันนี้ คนเราต้องทำงานแต่เช้า กว่าจะเลิกก็เย็น ถามว่าใครจะมีอารมณ์มาพูดเรื่องการเมือง เพราะแค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว แต่รัฐสวัสดิการจะทำให้เราคิดเรื่องงานน้อย เพราะรัฐจะจัดสวัสดิการให้ สามารถเรียนฟรี หรือรักษาพยาบาลฟรีได้ ไม่ต้องทำงานเพื่อเก็บเงินไว้จ่ายค่ารักษาตัวต่างๆ ในตอนแก่ หรือไม่ต้องอดออมเงินไว้ทำประกันในรูปแบบต่างๆ ซึ่งธุรกิจประกันภัยมีเงินหมุนเวียนต่อปีประมาณ 6 แสนล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้แทนที่จะไปอยู่ในรูปแบบภาษี แล้วทำเป็นแบบสวัสดิการ จะมีประโยชน์มากกว่าเครื่องมือแสวงหากำไรของนายทุน
นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คนอายุน้อยกว่า 25 ปี ทุนนิยม ค้อนเคียว และความเสมอภาคไม่ได้น่ากลัว จึงต้องนำวิธีการสงเคราะห์ออกไป ต้องทำให้น้ำ อากาศ อาหาร เป็นของทุกคน ซึ่งประเทศรัฐสวัสดิการ ล้วนมาจากประเทศยากจนมาก่อน ดังนั้นการกดเครื่องคิดเลขคือวาทกรรมที่นายทุนบอกว่ารัฐสวัสดิการทำไม่ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าแนวคิดรัฐสวัสดิการเกิดในคนรุ่นใหม่ เพราะความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้นสูงมาก โดยต้องขอแรงคนรุ่นก่อนร่วมกับคนรุ่นใหม่