"ทนายนกเขา" อัด "'ณัฐวุฒิ" ทำไมพา ปชช.ไปติดกับดัก ไม่พาออกไปทางใหม่
วันที่ 4 มี.ค.66 นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "เปิดตัวจริงหรือ?" ระบุว่า เพื่อไทยตั้งเศรษฐา ทวีสิน เป็นที่ปรึกษาอุ๊งอิ๊ง ยิ่งทำให้พรรค ประชาธิปไตยด้อยค่าลงเป็นเพียงธุรกิจครอบครัว รวมทั้งสะท้อนถึงพฤติกรรมหลอกลวง และย่ำยีนักการเมืองเป็นพวกไร้ค่า ไม่มีราคา เป็นแค่เศษสวะปากกล้าไว้คุยโวทางการเมือง
นายนิติธรหรือทนายนกเขา กล่าวว่า การเปิดตัวของเศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้ทำให้เพื่อไทยมีคะแนนเพิ่มเลย แต่ยิ่งมีปัญหาชวนคิดจะผูกมัดเพื่อไทย เพราะแม้เป็นการเปิดตัวเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แต่ใช้ข้อบังคับพรรครับรองให้มาทำงาน ส่อเป็นการผูกมัดตั้งแต่เริ่มต้น
อีกทั้ง ระบุว่า การดำเนินการของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แสดงว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งเดียวกัน และไม่ได้แยกขาดจากพรรค ซึ่งพรรคและกรรมการบริหารต้องรับผิดชอบ ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นใบเสร็จนำสู่ข้อหายุบพรรคได้ โดยไม่ต้องสอบอะไรเพิ่มเติมอีก เท่ากับสังหารตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกับเห็นว่า การเปิดตัวของเศรษฐา ไม่ใช่ตัวใหม่ของเพื่อไทย จึงไม่จำเป็นต้องเปิดตัวด้วย ขณะที่การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และยังมีความเชื่อมโยงกับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีโรงแรมโฟร์ซีชั่นที่มีความไม่เหมาะสมในด้านจริยธรรมและศีลธรรมครอบครัวของสองฝ่าย ยิ่งใช้เวลาราชการที่กำลังมีการประชุมอยู่ ไปนัดพบกันที่โรงแรมโฟร์ซีชั่น
ส่วนการเชื่อมโยงระหว่างประกอบธุรกิจกับการใช้อำนาจรัฐนั้น นายนิติธร กล่าวว่า มีการพึ่งพิงกันในการใช้อำนาจรัฐส่งเสริมธุรกิจ จึงแสดงให้เห็นว่า เศรษฐาได้เปิดตัวมานานแล้ว และคาดว่าคนเพื่อไทยคงมีรายละเอียดด้านลึกมากกว่านี้
ดังนั้น นับจากนี้ไป เชื่อว่าสังคมจะตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของเศรษฐากับยิ่งลักษณ์ ทั้งการซื้อที่ดินตรงไหนที่สอดคล้องกับโครงการของรัฐบ้าง หรือกรณีขายบ้านให้ทุนจีนสีเทา จึงเป็นความสัมพันธ์ของเศรษฐากับเพื่อไทยและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกอย่างโยงคนที่เรียกชื่อกันว่า นายขงเบ้ง มาเชื่อมกันตรงไหน รวมถึงพัวพันกับการซื้อขายที่ดินอาบอบนวดหรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมของนายขงเบ้งมีหลากหลาย และนายเศรษฐาต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัด
"ผมคิดว่า การมารับใช้ประชาชนต้องรู้ว่าตัวเองทำสิ่งใดไม่เป็นมงคลกับชีวิตที่เป็นความชั่วไว้บ้าง สิ่งที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่มา 9 ปีเพิ่งพูดได้ชัดเจนครั้งแรกว่า เศรษฐกิจประเทศไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวตัวเอง ซึ่งเป็นคำพูดโยนไปถึงทักษิณ ชินวัตร"นายนิติธร กล่าว พร้อมระบุว่า การตั้งเศรษฐา เป็นการขว้างงูไม่พ้นคอ จะเกิดความเลวร้ายในวิถีเดิมและคนยิ่งสงสัยระบอบทักษิณหนักขึ้นไปอีก”
นายนิติธร สงสัยว่า เมื่อเพื่อไทยเชิดชูแลนด์สไลด์ด้วยการยกย่องคนอื่น ย่อมทำให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง กับ ชลน่าน ศรีแกล้ว กลายเป็นแค่เศษเสียวที่ไม่มีคุณค่าใดๆ ในสายตาของระบอบทักษิณ และไม่มีศักยภาพในการเป็นหัวหน้าพรรค ยิ่งน่าแปลกใจไปอีก เมื่อเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่มีเสียงมากที่สุด กลับไม่มีคุณภาพในการส่งเสริมคนที่เป็น ส.ส.ในพรรคอย่างแท้จริงมายึดโยงประชาชน
“เมื่อทักษิณบอกเชื่อมโยงประชาชน ใกล้ชิดประชาชนจึงไร้ราคาไม่น่าเชื่อถือ ยังอยู่ในภาพจำการหลอกลวงประชาชนให้ไปตาย บาดเจ็บ แล้วถีบหัวส่ง และพฤติกรรมต่างๆ ที่ผ่านมาก็สอดคล้องกับลักษณะแบบนี้ การส่งอุ๊งอิ๊งมานำเพื่อไทยนั้น เท่ากับเป็นการตบหัวชลน่าน ด้อยค่าจาตุรนต์ และอีกหลายนายที่ปากกล้า ปากดีที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมาหลายปี แต่ต้องจบลงด้วยการยืนโค้งคำนับให้เด็กเมื่อวานซืน”
พร้อมกล่าวว่า ถ้าอุ๊งอิ๊ง มีคุณภาพ มากประสิทธิภาพ ย่อมไม่มีใครปฏิเสธ และไม่จำเป็นต้องเป็นลูกทักษิณ แต่สิ่งที่เห็นนั้น กลับเป็นพวกนักประชาธิปไตยปากกล้าต้องโค้งให้ลูกคนที่อยู่ต่างประเทศ และไม่ได้แสดงศักยภาพผู้นำพาความคาดหวังอะไรให้ประชาชนเห็น ดังนั้น จึงแสดงแต่ภาพความกลุ่มก้อนผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งทำลายคุณค่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นายนิติธร ตำหนินายณัฐวุฒิ ว่า ส่วนหนึ่งมีอิทธิพลความเชื่อกับประชาชน แต่ยังเป็นคนหนึ่งที่ตอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นกรณีโครงการจำนำข้าวไม่ได้ จึงสะท้อนถึงจิตวิญญาณประชาธิปไตยที่ไม่มีแก่นสาร ดังนั้น การพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมทำให้ดับสิ้นกันทั้งพรรค
"คนที่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน กลับจะนำความฉิบหายมาสู่ประชาชน นำไปสู่ทางลงเหวนรก ยกย่องเชิดชูคนหนีคดีตามคำพิพากษาของศาล เมื่อเอาเศรษฐาเข้ามา แล้วตรงไหนเป็นความเจริญของพรรค และเป็นโอกาสของประชาชน ของประเทศ มันไม่มีเลย มีแต่รอยด่าง เต็มไปด้วยความเลวร้าย ยิ่งทำเกิดความขัดแย้งยิ่งถ่างเพิ่มเติมไปอีก”
รวมทั้ง สงสัยว่า ทำไมทักษิณ จึงไม่นำพาประเทศก้าวข้ามจากความขัดแย้ง และทำไมต้องทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวของตัวเอง อีกทั้งนายณัฐวุฒิ ทำไมพาประชาชนไปติดกับดัก แต่ไม่พาออกไปทางใหม่ ยังอยู่กับพฤติกรรมที่เดิม เสมือนจิตวิญญาณเป็นทาส แต่ปากพูดคำใหญ่คำโตตลอดเวลา