ชงสภาเลิก “พ.ร.บ.เช็ค” ช่วย 1,000 ชีวิตพ้นคุก นำร่องรับมือ “ฟินเทค”

การเมือง21 ธ.ค. 2566 • 13:12 น.
ชงสภาเลิก “พ.ร.บ.เช็ค”  ช่วย 1,000 ชีวิตพ้นคุก  นำร่องรับมือ “ฟินเทค”

รัฐมนตรียุติธรรม เปิดงานเสวนาอนาคตการเงิน “ฟินเทค” สำรวจแนวโน้มข้อพิพาทใหม่ๆ รวมถึงการใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทซึ่งจะเริ่มในปีหน้า “พ.ต.อ.ทวี” ขันน็อตภาครัฐต้องปรับตัวให้ทัน เผยดันกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ.เช็ค เข้าสภา ยุติโทษอาญา หลังธุรกรรมเช็คลดฮวบ ช่วย 1,000 ชีวิตพ้นคุก 

เมื่อวันอังคารที่ 19 ธ.ค.2566 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานเสวนา "ก้าวเข้าสู่อนาคตการเงิน Future FinTech 2024” ซึ่งภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “ทิศทางอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและแนวโน้มข้อพิพาท และการอนุญาโตตุลาการทางธุรกิจฟินเทค ปี 2024” 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวตอนหนึ่งว่า ท่ามกลางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด มีการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ ทำให้หน่วยงานของรัฐที่กำหนดนโยบายต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง มีความสลับซับซ้อนในการกำหนดนโยบายและกฎหมายมากขึ้น 

ยกตัวอย่างในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณากฎหมายสำคัญฉบับหนึ่ง คือ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยจะยกเลิกความผิดทางอาญาอันเกิดจากการใช้เช็ค 

ปัญหาที่พบสมัยก่อน เมื่อมีการใช้เช็ค นำเช็คไปขึ้นเงิน หรือใช้ในการกู้ยืมเงิน ทำให้มีหลักฐาน และเจ้าหนี้ใช้เช็คไปจับกุม แล้วไปบีบบังคับเรื่องธุรกิจ คือตามเงินไม่ได้ก็จะจับกุม เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำ อยู่ในห้องขัง ก็ไปกดดันให้ยอมจำนนและต่อรอง เรามองว่าการกระทำลักษณะนั้นไปขัดหลักสิทธิมนุษยชน เพราะคดีการกู้ยืมเงิน ไม่ควรต้องมาติดคุก 

“วันพรุ่งนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็จะนำกฎหมายนี้เข้าสภา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว 

และว่า “ปัจจุบันเราเปลี่ยนธุรกรรมทางการเงินเป็นธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากการรวบรวมข้อมูลเมื่อปี 2565 เราพบว่าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีประมาณ 28,000 ล้านธุรกรรม มีเช็คแค่ 67 ล้านธุรกรรม คือร้อยละ 0.24 เท่านั้น ดังนั้นการใช้เช็คก็ควรที่จะยกเลิกโทษทางอาญา หลังกฎหมายฉบับนี้ผ่าน เราเขียนกฎหมายเลยว่า คนที่อยู่ในเรือนจำ ที่ติดคุกเพราะเช็ค มีอยู่ประมาณ 1,000 คน จะต้องได้รับการปล่อยตัว อันนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ภาครัฐมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า แม้ธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันจะลดการใช้เช็คลงมาก และใช้เทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ หรือ FinTech สูงขึ้นก็ตาม แต่อีกด้านหนึ่งคือด้านของความเสี่ยง ด้านของความปลอดภัยของข้อมูล เป็นความเสี่ยงต่อผู้ใช้เอง ความเสี่ยงต่อการลงทุน เหล่านี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง ไม่เพียงเป็นความท้าท้ายด้านอุตสาหกรรม หรือบางภาคธุรกิจ แต่เป็นความท้าท้ายของกฎหมายในการระงับข้อพิพาทด้วย 

อนึ่ง กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ฝ่ายต่างๆ ได้มาร่วมสำรวจแนวโน้มข้อพิพาทเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ และการใช้อนุญาโตตุลาการของธุรกิจฟินเทคที่จะเกิดขึ้นในปี 2024 ตั้งแต่กลไกการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ ไปสู่ผลทางกฎหมายของสัญญาอัจฉริยะ จึงต้องมีกระบวนการเตรียมความรู้และกลยุทธ์ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความยุ่งยากซับซ้อนในข้อพิพาททางธุรกิจฟินเทคได้อย่างมีประสิทธิภาพ