"นายกฯ" ชื่นชมบทบาทสตรีร่วมขับเคลื่อนประเทศ บอกวันนี้ไม่เครียดได้เห็นรอยยิ้มสยาม ขอทุกคนรักกัน
วันที่ 10 มิ.ย.65 เพจเฟซบุ๊ก "สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว" เผยแพร่ คำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่า
" สุนทรพจน์นายกรัฐมนตรี ครับ …
“ …ตนพยายามปรับตัว แต่ยอมรับว่าบางทีก็เครียด แต่ในวันนี้ไม่เครียด ไม่เครียดเพราะเห็นรอยยิ้มของพวกเรา Smile รอยยิ้มสยาม …
… ซอฟต์ พาวเวอร์ หรืออำนาจละมุน โดยเฉพาะรอยยิ้มที่เราต้องยิ้มให้กันมาก ๆ แล้วทุกอย่างจะผ่อนคลายไปเอง บางทีตนก็เครียดบ้าง อะไรบ้าง แต่วันนี้ไม่เครียดอะไรเลย เพราะเห็นรอยยิ้มจากผู้ที่มาร่วมงาน เป็น ‘ยิ้มสยาม’ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ถ้าไม่รัก ไม่ร่วมมือกัน ก็ไปไม่ได้หมด”
วันที่ 10 มิ.ย. 65 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลเอกประวิตร วงษ์ สุวรรณ รอง นายกรัฐ มนตรี พลเอกอนุพงษ์ เผ่า จินดา รัฐมนตรี ว่าการ กระทรวง มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมพิธีเปิดโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างโอกาสด้านอาชีพ สร้างสรรค์บทบาทสตรี สู่ความเข้มแข็งในชุมชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขออนุญาตถอดหน้ากาก จะได้เห็นหน้ากันชัด ๆ พร้อมกับกล่าวว่า สตรีถือว่ามีบทบาทการขับเคลื่อนร่วมกันในประเทศชาติของเรา มีบทบาทสำคัญในการดูแลครอบครัวจะเห็นได้ว่าสตรีมีบทบาทสำคัญ ในหลากหลายวงการทั้งในด้านสังคมเศรษฐกิจการเมือง เพราะฉะนั้นแสดงให้เห็นว่าสังคมได้ให้โอกาสสตรีในการเข้าถึง และยอมรับความสามารถสตรีมากยิ่งขึ้น
กล่าวได้ว่าสตรีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในหลาย ๆ เรื่อง อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า วันนี้เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ตนต้องกล่าวชื่นชมบทบาทสตรีในฐานะที่ตนเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ผู้หญิงมีภารกิจมาก ภารกิจที่สำคัญยิ่งคือ หน้าที่ในการเป็นภรรยา หน้าที่ในการเป็นแม่ของลูก และการประกอบการ การหารายได้เพิ่มเติมให้กับครอบครัว
ดังนั้น ต้องเข้าใจและเห็นใจบรรดาสตรีที่รับบทบาทหนัก ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าไม่ใช่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ต้องไปด้วยกัน ร่วมมือกันให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่เราทำกันได้อยู่แล้ว ตั้งแต่เรื่องครอบครัว ชุมชน หากให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราไปได้แน่นอน เห็นทุกคนแต่งตัวสวย ๆ มาก็ชื่นใจ นาน ๆจะได้พบคน พร้อม ๆ กันทุกภาคทุกจังหวัดในวันนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญและพยายามที่จะสร้างโอกาสให้สตรีได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในทุกด้าน โดยรัฐบาลมุ่งเน้นยกระดับในการสร้างโอกาสสตรีให้ย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่าบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ในวันนี้โลกมีความท้าทายเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน จะเห็นได้จากสถานการณ์ในวันนี้ ซึ่งมีหลายอย่างผสมผสาน มีความซับซ้อน อ่อนไหวและไม่แน่นอน รวมไปถึงมีความเสี่ยง เราพร้อมเผชิญหน้าสิ่งเหล่านี้อย่างไร ก็ด้วยพลังของคนไทยทุกคน เพื่อเดินหน้าประเทศของเราไปยังโลกยุคใหม่โลกแห่งเทคโนโลยีและดิจิทัล หรือได้กำหนดบทบาทของรัฐบาลและประเทศไว้แล้วในการที่จะเดินทางประเทศไทยไปสู่สังคม 4.0
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ต้องคิดเรื่องที่เป็นสาระว่าจะไปอย่างไร จะเดินหน้าไปอย่างไร โลกไปถึงไหนแล้ว ท้องถิ่นเป็นอย่างไร มีอะไรที่พูดจายังไม่เข้าใจกันหรือไม่ เราต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน เห็นด้วยหรือไม่ ก่อนที่ประชาชนจะปรบมือให้นายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ตนขอบคุณ ที่เป็นคำมั่นสัญญาในจะดูแลให้ดีที่สุด ให้มากที่สุด โดยเฉพาะรัฐบาล ทุกพรรคร่วม ทุกกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับทั้งหมด มีทั้งงานพันธกิจ งานบูรณาการ ช่วยเหลือเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งข้าราชการทุกคน ขอให้ทำงานในลักษณะที่เป็นการปรับเปลี่ยน ซึ่งการปฏิรูปการทำงานก็ทำไปหลายอย่างแล้ว ต้องทำความเข้าใจกันให้ได้มากยิ่งขึ้นในสิ่งที่ทำกันใหม่ ๆ
การปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ในสิ่งที่ดีขึ้น สังเกตว่ามีอะไรดีขึ้นมาแล้ว แม้ว่าในประเทศไทยหลายคนก็มองว่าตัวเองยังลำบาก แต่ก็ต้องมองว่าโอกาสเกิดขึ้นบ้างแล้วหรือยัง ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ให้ทุกอย่างเป็นโอกาสให้กับทุกคนไปข้างหน้า รัฐบาลจะสร้างโอกาส ให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐ การอำนวยความสะดวก หากย้อนกลับไปดู จะพบว่าเปลี่ยนไปมากในวันนี้ โดยเฉพาะการดำเนินการเดินหน้าเชื่อมโยงหลายอย่าง หลายอย่างต้องให้เขาทำ เอกชนร่วมลงทุน เนื่องจากรับทั้งหมดไม่ไหว วันนี้ก็มีภาคเอกชนต้องการร่วมลงทุนกับรัฐกับท้องถิ่น ก็พยายามจะปลดล็อกตรงนี้ให้ได้มากที่สุด แต่ต้องระมัดระวัง หากเราไม่รักไม่ร่วมมือกัน อะไรก็ไปไม่ได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ตนพยายามปรับตัว แต่ยอมรับว่าบางทีก็เครียด แต่ในวันนี้ไม่เครียด ไม่เครียดเพราะเห็นรอยยิ้มของพวกเรา Smile รอยยิ้มสยาม ก่อนที่จะเล่าถึงการที่ผู้จัดกิจกรรม วิ่งเทรลเข้าพบเมื่อช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล ตนก็ต้องพยายามยิ้มให้มากขึ้น ก่อนที่จะย้ำว่าขอให้รักกันให้มาก ๆ เพราะความสุขในครอบครัวก็จะขยายออกมาข้างนอก อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาคนเราเยอะพอสมควรแล้ว
ก่อนที่ตนจะเดินทางมา ตนคิดก่อนว่าจะมาพูดอะไร ผู้หญิงที่เยอะขนาดนี้ เพราะที่บ้านมีเพียง 3 คนภรรยาและลูก มาที่นี่มาเจอเป็นร้อยคน มาเพื่อให้เกียรติ ให้กำลังใจทุกคน แล้วขอให้ช่วยกันนำพา เขาเคยบอกกันว่าช้างมี 4 ขา วันนี้ช้างจะเดินไปอย่างไรที่จะเดินไปพร้อม ๆ กัน แต่จะต้องมั่นคงในทางธรรมชาติ แม้ว่าทางหลักสรีระเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องนำหลักความคิดเข้ามา เนื่องจากสตรีมีความละเอียดอ่อน มีความรอบคอบ ระมัดระวัง แต่ผู้ชายมีความเด็ดเดี่ยว อันไหนดีก็สนับสนุนกันไป จะได้ไปด้วยกัน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญคือความสงบสุขในครอบครัว ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้สังคมของเราเสียหาย เมื่อครอบครัวเสียหายก็จะทำให้ชุมชนสังคมเสียหายตาม ท้ายที่สุดประเทศชาติต้องรับความเสียหายเหล่านั้น
ขอฝากทุกคนไว้ด้วย ฝากประเทศไทยไว้กับทุกคนเรามีสถาบันหลักของชาติ 3 อย่าง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารักษากันเอาไว้นานมากแล้ว และเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเราขอให้เดินไปอย่างนี้ อย่างน้อยก็มีศูนย์รวมเป็นจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ในการที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน เราจะต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนแก้ไขทำให้ดีขึ้น
วันนี้ตนไม่เคยหยุดคิด รัฐบาลไม่เคยหยุดคิด มีหลายร้อยเรื่องที่ต้องทำ แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด ไปให้ทั่วถึงทุกจังหวัดทุกกลุ่มให้ได้อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างต้องมีเบื้องต้น มีเดินหน้า แก้ปัญหาเพื่อจะเดินต่อไป
ในช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ซอฟต์ พาวเวอร์ หรืออำนาจละมุน โดยเฉพาะรอยยิ้มที่เราต้องยิ้มให้กันมาก ๆ แล้วทุกอย่างจะผ่อนคลายไปเอง บางทีตนก็เครียดบ้าง อะไรบ้าง แต่วันนี้ไม่เครียดอะไรเลย เพราะเห็นรอยยิ้มจากผู้ที่มาร่วมงาน เป็น "ยิ้มสยาม" ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ถ้าไม่รัก ไม่ร่วมมือกัน ก็ไปไม่ได้หมด