70 ปีแล้ว.!! ปชป. ติวเข้มขีดเส้น 1 เดือนต้องเปลี่ยน ยืมมือ“เฉลิมชัย”ทำโพลประเมินผลงานรมต.พรรค
“ปชป.” ปิดห้องติวเข้มขีดเส้น 1 เดือนต้องเปลี่ยนแปลง ด้าน”สาทิตย์”พอใจคำตอบผู้บริหารพรรค ชี้ 70 ปีต้องเปลี่ยน ส่งไม้“เฉลิมชัย”ทำโพลประเมินผลงานรมต.พรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น.ที่โรงแรม เสม็ด แกรนด์วิว รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนาระหว่างส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค ทั้ง 7 ในการประชุมส้มมนารัฐมนตรี และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ปิดห้องคุยโดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม รวมถึงกรรมการบริหารพรรคด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.พูดคุยปัญหาการทำงานของรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคในช่วงที่ผ่านมา อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ก่อนการประชุมได้มีการถ่ายภาพร่วมกัน และนายจุรินทร์ได้ให้ทุกคน "ชูนิ้วโป้งและนิ้วชี้"พร้อมกัน เมื่อถามถึงความหมายนายจุรินทร์ กลับไม่เฉลย ผู้สื่อข่าวจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นสัญลักษณ์ตัว J ที่เป็นตัวอักษรตัวแรกของชื่อนายจุรินทร์
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่า บรรยากาศตึงเครียดตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม โดยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก พูดกลางห้องประชุม ว่า มารอประชุมตั้งแต่ 09.00 น. แต่กว่าจะเปิดประชุมได้ก็ล่วงเลยมา 50 นาที
เมื่อถึงช่วงที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส. พรรคได้เชิญถ่ายรูปหมู่ นายชัยวุฒิ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงอาการไม่อยากไปร่วมถ่ายรูป แต่สุดท้ายเมื่อเห็นสื่อมวลชนอยู่เป็นจำนวนมาก ก็พูดชวนกันไปร่วมถ่ายภาพหมู่
โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการสรุปภาพรวมการทำงานในสภาฯ และการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์การเมืองภาพใหญ่ หลังวิกฤตโควิด-19 และวิเคาะร์ถึงทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นความเป็นสถาบันพรรคการเมือง จุดยืนและยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะต้องขับเคลื่อนพรรคต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จเหมือนบางพรรคที่ทำสื่อโซเชียลและประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ รวมถึงการมุ่งเน้นสร้างผลงานในการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และการลงพื้นที่ของส.ส.เพื่อสนองตอบต่อประชาชน ทั้งนี้การประชุมได้เสร็จสิ้นในเวลา 17.00 น.
ทั้งนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ได้เปิดโอกาสให้ส.ส.สะท้อนข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ต้องกั๊ก ไม่ต้องเกรงใจ ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้นิยมเหมือนในอดีต ต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายที่ได้ประกาศต่อประชาชน และการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงเรื่องอื่นๆ และทุกคนยอมรับว่าต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคน ซึ่งนายเฉลิมชัย งศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รับเรื่องและจะไปกำหนดหาวิธีในการทำโพลประเมินผลงานดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะส.ส.เป็นคนเลือกคนไปเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นการที่จะให้ส.ส.เป็นผู้ประเมินผลงานของรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องที่ส.ส.ทำในนามตัวแทนของประชาชน
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า การประเมินผลงานรัฐมนตรี มี 2 ส่วนคือ 1. ประเมินในแง่ความรับผิดชอบต่อนโยบายของพรรคว่ารัฐมนตรีแต่ละคนได้ทำมากน้อยแค่ไหน และ2. การประเมินความพึงพอใจที่เกิดขึ้นซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนไม่มีใครขัดข้อง ซึ่งตนคิดว่าเป็นประเด็นที่ก้าวหน้า และยืนยันว่าไม่มีความรู้สึกส่วนตัวชอบหรือไม่ชอบเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ในการพูดคุยวันนี้ยังไม่ได้พูดคุยถึงขั้นที่ว่าหลังจากการประเมินผลงานรัฐมนตรีแล้วจะทำอย่างไรและยังไม่ได้พูดคุยถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของพรรค
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 70 กว่าปี ถึงจุดที่พรรคจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และในที่สุดแล้วเรายังอยากจะเป็นพรรคขนาดใหญ่หรือขนาดกลางหรือจะเป็นขนาดเล็ก ดังนั้นฝ่ายบริหารของพรรคก็รับ แล้วจะไปกำหนดวิธีการต่อไป ขณะเดียวกันมีการกำหนดไว้ว่าเรื่องที่พูดคุยกันจะต้องเห็นผลการเปลี่ยนแปลงภายในหนึ่งเดือน นับจากนี้ ซึ่งผลการประชุมในวันนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าตรงกับสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องแม้จะยังไม่ 100 % ส่วนตัวพอใจการตอบรับของผู้บริหาร 70 % มากกว่าที่คาดหวังไว้ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ลงมือทำและตนเชื่อว่าหลังจากนี้จะเกิดการลงมือทำเพื่อให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในหลายๆ เรื่อง ถือว่าการสัมมนาครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการจัดเวทีเช่นนี้อีกใช่หรือไม่นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการพูดคุยแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีและต้องจัดขึ้นอีกโดยต้องให้ส.ส. และฝ่ายบริหารของพรรคมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ถ้ายังคิดว่าอยากให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นพรรคชั้นนำของประเทศอีก ซึ่งตนเชื่อว่าหนึ่งเดือนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงก็คงจะต้องมีการมาพูดคุยกันแบบนี้อีกครั้ง