"ทนายเชาว์" โต้ "สนธิ" แจงไม่เคยรู้จัก "แทนไท" ไม่ได้เป็นทนายให้ "ชูวิทย์" ลั่นทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรปิดบัง

การเมือง9 เม.ย. 2566 • 04:18 น.
"ทนายเชาว์" โต้ "สนธิ" แจงไม่เคยรู้จัก "แทนไท" ไม่ได้เป็นทนายให้ "ชูวิทย์" ลั่นทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรปิดบัง

"ทนายเชาว์" โต้ "สนธิ" แจงไม่เคยรู้จัก "แทนไท" ไม่ได้เป็นทนายให้ "ชูวิทย์" ยัน น้องชาย "ทนายนิติศักดิ์" รับว่าความให้ "แทนไท" เป็นหน้าที่ตามวิชาชีพ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่  ลั่นทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรปิดบังที่จะต้องเบิกเนตร 

 

วันที่ 9 เม.ย.2566 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ทนายความอาสา โพสต์เฟสบุ๊คเรื่อง คำชี้แจงของ 2 พี่น้องทนายความตระกูลมีขวด  มีเนื้อหาระบุว่า

" เมื่อวาน(7 เม.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการ Sondhi Talk ได้หยิบยกเอาความเห็นทางกฎหมายเรื่องสวนชูวิทย์ ที่ผมเขียนลงเฟสบุ๊คและปรากฎตามสื่อเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566  มาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติที่ความเห็นทางกฎหมายย่อมมีความเห็นต่างหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์กันได้และผมก็น้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเต็มใจเสมอ

แต่สิ่งหนึ่งที่นายสนธิพูดในรายการบางช่วงบางตอน โดยเฉพาะภาพปกโปรโมทรายการในเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิและช่องยูทูปที่มีรูปผมขึ้นคู่กับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ และรูปน้องชายผมทนายนิติศักดิ์ มีขวด ขึ้นคู่กับนายแทนไท ณรงต์กุล มีข้อความในภาพว่า “เบิกเนตร 2 ทนายมีขวด” คนหนึ่งช่วย "แทนไท" คนหนึ่งช่วย "สวนชูวิทย์" พร้อมกับข้อความบรรยายประกอบว่า "นายเชาว์ มีขวด และ นายนิติศักดิ์ มีขวด “พี่น้องทนายตระกูลมีขวด” เกี่ยวข้องกันอย่างไรกับนายแทนไท ณรงค์กูล และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ แปลกแต่จริง! บังเอิ๊น บังเอิญ บุคคลเหล่านี้ มีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน”

ถ้าไม่ชี้แจงคนฟังอาจเข้าใจว่าผมกับน้องชายรวมทั้งนายชูวิทย์และนายแทนไท ต่างมีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน นอกเหนือจากการเป็นทนายความ ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยรู้จักกับนายแทนไท หรือเคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้คำปรึกษาคดีที่ทนายนิติศักดิ์ รับว่าความให้นายแทนไท เพราะโดยปกติเราต่างมีสำนักงานและทีมทนายที่แยกกันทำคดีอยู่แล้ว ส่วนนายชูวิทย์ ผมก็ไม่เคยรู้จักพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัว จึงไม่มีอะไรที่สัมพันธ์เกื้อกูลกันโดยบังเอิญตามที่นายสนธิสงสัย

ผมเขียนเรื่องสวนชูวิทย์ก็เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าให้ความรู้มุมกฏหมายแก่ประชาชนชน ไม่ได้เป็นทนายให้กับนายชูวิทย์ ในทางกลับกันอดีตนายชูวิทย์กับผมก็เคยสวนกันทางสื่ออย่างดุเดือดมาแล้ว กรณีที่ผมวิจารณ์นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดัง ที่ติดคุกแล้วได้รับอภิสิทธิ์เลื่อนชั้นพาสชั้นเป็นพิเศษ จนตัวเองได้ออกจากเรือนจำเร็วกว่าคนอื่น นายชูวิทย์ออกมาปกป้องนายสรยุทธและด่าผมอย่างสาดเสียเทเสีย

ถ้าใครติดตามการทำหน้าที่ของผมก็จะทราบว่าผมเป็นคนตรงไปตรงมาผิดก็ว่าผิดถูกก็ว่าถูก แม้แต่กระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ในความดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เคยแฉขบวนการกักตุนไข่ไก่เพื่อส่งออกไปประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับจี้ให้ตรวจสอบจนกระทรวงพาณิชย์ระงับการส่งออกไข่ในทันที เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในประเทศที่ต้องซื้อไข่แพงในช่วงสถานการณ์โควิดกำลังรุนแรงขณะนั้น หรือการกระตุกไปที่กระทรวงเกษตรฯเรื่องการเปิดเสรีให้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพื่อดูแลเกษตรรากหญ้าเพราะการผูกขาดการนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกลุ่มทุนจนทำให้เกษตรกร รายกลางและรายย่อยได้รับความเดือดร้อน แม้จะรู้ตัวว่าการทำอย่างนั้นอาจถูกผู้บริหารพรรคหมั่นใส้ ไม่ส่งลงเลือกตั้ง แต่ก็ยอมเจ็บเพื่อความถูกต้องและผลประโยชน์ของส่วนรวม

ภาพและข้อความที่ปรากฎในเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิตามที่แนบด้านล่าง และคำวิจารณ์ของนายสนธิ อาจจะโกรธที่ผมออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายเรื่องสวนชูวิทย์ สวนทางกับนายสนธิ ผมจึงเกรงว่าผู้ที่ได้ฟังและอ่านข้อความในลักษณะหมิ่นเหม่ชวนให้คิด อาจจะเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง และไม่เป็นธรรมหากไม่ได้รับฟังการชี้แจงจากผมซึ่งค่อนข้างระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพราะนอกจากเป็นทนายความแล้วผมยังมีความเป็นนักการเมืองอีกสถานะหนึ่งด้วย การทำหน้าที่ทนายความของผมส่วนใหญ่เกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์จึงเป็นคดีขอความช่วยเหลือหรือทนายอาสาว่าความฟรีให้กับประชาชนที่ทุกข์ร้อนถูกเอารัดเอาเปรียบไม่มีที่พึ่งทางกฏหมาย

ส่วนทนายนิติศักดิ์ มีขวด เป็นน้องชายแท้ๆที่ผมภูมิใจมากคนหนึ่ง จบปริญญาโทนิติศาสตร์ รามคำแหง ประกอบอาชีพทนายความมาร่วม 20 ปี มีสำนักงานทนายเป็นของตนเอง เป็นคนมีความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม ตรงไปตรงมา มีความเป็นมืออาชีพ นอกจากว่าความแล้ว ยังปลีกเวลาไปช่วยสภาทนายความในส่วนสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายอีกด้วย

การรับเป็นทนายความให้กับนายแทนไท เป็นเรื่องของหน้าที่ทนายความตามหลักวิชาชีพ เปิดเผยต่อสาธารณะให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ซักถามทุกครั้งที่ไปศาล ไม่มีอะไรต้องปิดบังซ่อนเร้นที่จะต้องเบิกเนตรครับ"