"เรืองไกร" จ่อร้องปปช. เอาผิด "อนุกรรมการไต่สวนสมัยยิ่งลักษณ์-กมธ.งบฯ-ส.ส." เห็นชอบ ใช้งบแปรญัตติปี 55
วันที่ 24 มี.ค.65 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า หลังจากได้ตรวจสอบพยานเอกสารในสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลนายวิรัช รัตนเศรษฐ กับพวก และ อสส. ฟ้องเป็นคดีที่ อม. 17/2564 ซึ่งมีเอกสารที่ส่งศาลฎีกานักการเมือง รวม 64 แฟ้ม ประมาณ 23,277 หน้า เสร็จแล้วพบว่า ความผิดที่เกิดขึ้นนั้น มีสาระสำคัญมาจากการกล่าวหาว่า นายวิรัช ทำผิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก มีมูลความผิดอาญา
นายเรืองไกร กล่าวว่า ความผิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก นั้น ต้องเกิดจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หรือ คณะกรรมาธิการ เป็นหลัก ซึ่งในกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องของงบแปรญัตติของ สพฐ. ที่ได้รับเพิ่มขึ้น โดยมีต้นเรื่องจากนายกฯยิ่งลักษณ์ เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบงบแปรญัตติ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 แล้ว ครม. ก็เสนอให้คณะกรรมาธิการ ผลการพิจารณา คณะกรรมาธิการให้เพิ่มงบแปรญัตติ จำนวน 4,459.42 ล้านบาท ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นชอบในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในคราวประชุมวันที่ 4-6 มกราคม 2555 หลังจากประกาศใช้ พรบ.งบประมาณ 2555 และมี ส.ส. หลายร้อยคนไปใช้งบแปรญัตติแล้ว แต่ ส.ส. บางคน กลับถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก คือ กรณีสนามฟุตซอล
นายเรืองไกร กล่าวว่า แต่จากพยานหลักฐานในสำนวนดังกล่าว คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ต้องพบว่า มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น กระทำผิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก ด้วย กล่าวคือ ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการงบประมาณ และสภาผู้แทนราษฎร สำหรับ ส.ส. ที่ได้ใช้ “โควตา” จากงบแปรญัตติ จำนวน 4,459.42 ล้านบาท ก็ต้องถูกชี้มูลความผิดทุกคน แต่คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. กลับไม่ทำการไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบการไต่สวนข้อเท็จจริง 2555 ข้อ 35 และเป็นความผิดตาม พรป.ป.ป.ช. 2542 มาตรา 125 ที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้นด้วย
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า รายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลและ อสส. สั่งฟ้องไปนั้น จึงยังไม่สมบูรณ์ กรณี จึงมีเหตุต้องร้องให้ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน นำสำนวนกลับมาทำการไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อชี้มูลความผิดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับงบแปรญัตติทุกคน ทุกขั้นตอน
นายเรืองไกร กล่าวตามมาว่า นอกจากนี้ ยังขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนเอาผิดกับอนุกรรมการไต่สวน (ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ด้วย 2 คน) และไต่สวนพนักงานอัยการที่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าว ทั้งที่มีข้อไม่สมบูรณ์โดยชัดเจน
นายเรืองไกร กล่าว สรุปได้ว่า การที่มีพยานหลักฐานปรากฏในสำนวนอย่างชัดเจนว่า ความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 นั้น เกี่ยวข้องกันมาหลายขั้นหลายตอน หาใช่เฉพาะขั้นตอนของนายวิรัช เท่านั้นไม่ แต่กลับไม่มีการดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ ดังนั้น การไต่สวน จึงไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง 2555 ข้อ 35 ที่ระบุไว้แล้วว่า เมื่อมีหลักฐานถึงนักการเมืองคนใด อนุกรรมการก็ต้องไต่สวนเพิ่มเติม
นายเรืองไกร กล่าวว่า ดังนั้น การที่คณะอนุกรรมการ , กรรมการ ป.ป.ช. , พนักงานอัยการ ชี้มูลความผิดผิดและสั่งฟ้อง เพียงนายวิรัช กับพวก ทั้งที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก อยู่ในสำนวนอีกหลายร้อยคน การกระทำดังกล่าวของ คณะอนุกรรมการ , กรรมการ ป.ป.ช. , พนักงานอัยการ จึงมีผลทำให้สำนวนการไต่สวนไม่ชอบไม่สมบูรณ์ขาดความเที่ยงธรรม เป็นการเลือกปฏิบัติ และทำให้เงินแผ่นดินเสียหายไปอีกกว่า 4,400 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวของ คณะอนุกรรมการ , กรรมการ ป.ป.ช. และ พนักงานอัยการ ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 125 และความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157
นายเรืองไกร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ ตนจึงต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน นำสำนวนกลับมาไต่สวนเพิ่มเติม และดำเนินการชี้มูลกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังต่อไปนี้
1. ดำเนินคดีคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ชุดดังกล่าว รวมทั้ง กรรมการ ป.ป.ช. ชุดเดิม และพนักงานอัยการ ฐานเลือกปฏิบัติกรณีไต่สวนเอาผิดเฉพาะนายวิรัช รัตนเศรษฐ กับพวก และฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีไม่ดำเนินคดีกับคณะรัฐมนตรี , คณะกรรมาธิการ , และ ส.ส. ที่เห็นชอบกับงบแปรญัตติ และ ส.ส. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการใช้งบแปรญัตติด้วย ทั้งที่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในสำนวน กรณี จึงเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 125
2. ดำเนินคดีกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกคน ฐานเป็นผู้เสนอและเห็นชอบให้เสนองบแปรญัตติต่อ กมธ. อันเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1
3. ดำเนินคดีกับคณะกรรมาธิการฯงบประมาณ 2555 รวม 63 คน ฐานเห็นชอบงบแปรญัตติที่ ครม. เสนอมา อันเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1
4. ดำเนินคดีกับ ส.ส. ที่ลงมติในวาระที่สอง จำนวน 433 คน ฐานเห็นชอบงบแปรญัตติ อันเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1
5. ดำเนินคดีกับ ส.ส. ที่ลงมติในวาระที่สาม จำนวน 272 คน ฐานเห็นชอบร่าง พรบ.งบประมาณ 2555 ซึ่งมีงบแปรญัตติ รวมอยู่ อันเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1
6. ดำเนินคดีกับ ส.ส. อีกหลายร้อยคนที่มีการนำ โควตา จากงบแปรญัตติไปใช้ในลักษณะที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรคหก อันเป็นความผิดตาม พรป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1
นายเรืองไกร กล่าวว่า วันที่ 25 มี.ค. เวลาประมาณ 10.30 น. ตนจะไปยื่นหนังสือที่ ป.ป.ช. ด้วยตนเอง เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน นำสำนวนที่ส่งฟ้องไปแล้ว กลับมาพิจารณาใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ครบถ้วนทุกรายต่อไปโดยด่วน