"สว.คำนูณ" จี้คืนความเป็นธรรม ให้ร่างพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญา

การเมือง12 มิ.ย. 2565 • 05:42 น.
"สว.คำนูณ" จี้คืนความเป็นธรรม   ให้ร่างพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญา

วันที่ 12 มิ.ย.65 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. …. รัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn เรื่องขอคืนความเป็นธรรมให้ ร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. …

" คืนความเป็นธรรม !

ให้ร่างฎหมายสอบสวนคดีอาญา

เร่งส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

________

การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. … วาระ 2 ผ่านมาแล้ว 2 วัน ยังเดินหน้าไปได้เพียง 13 + 8 มาตรา ยังห่างไกลความสำเร็จ พักมาพูดถึงเรื่องร่างพ.ร.บ.อึกฉบับที่ถูกออกแบบมาให้เป็น ‘กฎหมายคู่’ อีกสักครั้งดีกว่า เพราะในการพิจารณาวันแรกได้รับการพูดถึงมากในช่วงพิจารณามาตรา 6

“ร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. …”

และในการถูกพูดถึงนั้น ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นคน มีชีวิต มีจิตวิญญาณ ก็คงร้องลั่นและเจ็บปวดภายในมาก เมื่อถูกชี้หน้ากล่าวหาด้วยข้อหาหนักหนาสาหัสระดับเป็นอาชญากรที่ทำลายความมั่นคงของรัฐโดยไม่มีโอกาสชี้แจง

“เค้าซ่อนเค้าเร้น”

“เป็นเชื้อไฟ”

“ทำลายองค์กรตำรวจ”

มาตรวจสอบกันหน่อยว่าเรื่องราวของร่างกฎหมายการสอบสวนคดีอาญา มีความเป็นมาอย่างไร

คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติชุดที่มีท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์เป็นประธาน แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเมื่อ 3 เมษายน 2561 ตัดสินใจปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง. (4) และ (2) โดยการตราเป็นร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ทั้งนี้ เป็นการทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี และทำตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีมีดำริมอบหมายและแจ้งผ่านท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาให้ที่ประชุมรับทราบในการประชุมครั้งแรก

การปฏิรูปใหญ่สำคัญจริง ๆ คัดเฉพาะหัวใจที่จะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ สอดประสานเรียงกันเป็น 5 ประการดังนี้

ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ….

1. บัญญัติหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายไว้ในกฎหมายหลักให้มากที่สุด เพื่อมิให้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายเกินไป โดยเฉพาะเกณฑ์ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เกณฑ์ย้ายข้ามสายงาน-ข้ามเขตพื้นที่ ฯลฯ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบคะแนนประจำตัว รวมทั้งให้มีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมแก่ข้าราชการตำรวจที่มีองค์ประกอบจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้ามาทำหน้าที่แทนก.ตร.

2. กำหนดโครงสร้างของก.ตร.ให้มีข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาถ่วงดุลข้าราชการระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

3. สร้างสายงานสอบสวนให้เป็นแท่งเฉพาะขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนมีอิสระในการทำความเห็นทางคดีเหมือนอัยการและผู้พิพากษา มีผู้บังคับบัญชาเฉพาะของสายงานสอบสวนเองตั้งแต่ระดับถึงระดับกองบัญชาการ โดยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสายงานสอบสวนแต่ละระดับผู้บังคับบัญชาทั่วไปจะต้องรับฟังความเห็นของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวน

ร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ที่จะออกมาบังคับใช้เฉพาะกับพนักงานสอบสวนในสายงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ…

4. ปฏิรูปกฎเกณฑ์การสอบสวนของพนักงานสอบสวนให้อำนวยความสะดวกกับประชาชนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งคุ้มครองสิทธิของประชาชน สิทธิของผู้ต้องหา ให้ตรงตามมาตรฐานสากล โดยกำหนดไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเป็นการเฉพาะ

5. ปฏิรูประบบการถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนของตำรวจกับพนักงานอัยการในการสอบสวนคดีอาญา โดยให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมสวบสวนได้ตั้งแต่ต้นในคดีสำคัญ

จะเห็นลักษณะ 2 ด้านในข้อ 3 กับข้อ 4-5

ด้านหนึ่ง สร้างสายงานสอบสวนให้เป็นเสมือนองค์กรของข้าราชการผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายแขนงหนึ่งที่มีอิสระในการทำความเห็นทางคดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีรายได้ใกล้เคียงกับผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายที่มีหน้าที่ทำความเห็นทางคดีและสั่งคดีในฐานะพนักงานอัยการและผู้พิพากษา แม้จะคงสังกัดอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตาม

อีกด้านหนึ่ง ยกระดับมาตรฐานใหม่ในระบบการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวนเอง และให้องค์กรภายนอกคือพนักงานอัยการเข้ามาร่วมทำงานตั้งแต่ต้นในคดีสำคัญ เพื่อความรอบคอบ รัดกุม รวดเร็ว ถ่วงดุล และเป็นหลักประกันความยุติธรรมที่ประชาชนจะได้รับ

โดยการปฏิรูปกฎเกณฑ์ในการสอบสวนตามข้อ 4 นั้นมีรายละเอียดแยกย่อยลงไปอีกมากที่จะทำให้ประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนโดยตรง

ขอยกตัวอย่างดังนี้

- ประชาชนแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจแห่งไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานีท้องที่สถานที่เกิดเหตุ

- เอกสารหรือหลักฐานใดที่หน่วยงานรัฐออกให้ หากสูญหาย แจ้งที่หน่วยงานรัฐนั้นให้ออกใหม่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมาแจ้งที่สถานีตำรวจก่อน แต่ถ้าจะมาแจ้งก่อนก็ได้ ไม่ห้าม

- เหตุเกิดในรถไฟหรือยานพาหนะ แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทุกสถานีตำรวจ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานีตำรวจท้องที่ที่รถไฟหรือยานพาหนะนั้นผ่านขณะเกิดเหตุ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะติดต่อประสานงานกันเอง

- พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ทุกฝ่าย เพื่อพิสูจน์ความจริง รวมทั้งจากฝ่ายผู้ต้องหาด้วย ไม่ใช่แค่รวบรวมแต่พยานหลักฐานเพื่อปรักปรำผู้ต้องหาเท่านั้น

- หากมีกำลังเพียงพอ สามารถกำหนดให้การสอบสวนดำเนินการเป็นองค์คณะได้

- จะแจ้งข้อหาโดยยังมิได้มีหลักฐานพอสมควรไม่ได้

- กำหนดเกณฑ์ระยะเวลาในขั้นตอนต่าง ๆ ของคดีให้ชัดเจนขึ้น

- การถามคำให้การหรือสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ต้องจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียง และรวบรวมไว้ในสำนวนสอบสวนด้วย

- ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการขัดสิทธิมนุษยชน หรือเผยแพร่ข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว

- กำหนดเกณฑ์การแต่งตั้งผู้ช่วยพนักงานสอบสวนจากข้าราชการในส่วนราชการอื่นที่มีความรู้เฉพาะทางในคดีนั้น และกำหนดเป็นหน้าที่ในข้าราชการตำรวจในสายงานอื่นตัองให้ความร่วมมือให้ความช่วยเหลือเมื่อพนักงานสอบสวนร้องขอ

- กำหนดให้มีการจัดสรรงบประมาณแก่สายงานสอบสวน โดยเฉพาะในสถานีตำรวจ ให้เพียงพอ

- กันบุคคลผู้มีส่วนร่วมกับการกระทำความผิดเป็นพยานได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ และโดยความเห็นชอบของพนักงานอัยการ

- ฯลฯ

ไหน ๆ ก็ไหนแล้ว ขอขยายความตามข้อ 5 เรื่องการกำหนดให้อัยการเข้ามาร่วมในกระบวนการสอบสวนของตำรวจได้ตั้งแต่ต้นในคดีสำคัญให้ครบถ้วนกระบวนความตามอีกสักหน่อย

คดีสำคัญคืออะไร ?

- คดีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษขั้นต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หรือโทษสถานหนักกว่านั้น

- คดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

- คดีอื่น ๆ ตามที่อัยการสูงสุดกับผบ.ตร.ร่วมกันกำหนด

ขั้นตอนเป็นอย่างไร ?

- ในคดีเหล่านี้ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจได้ทราบทันทีหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบแล้ว

- เมื่อได้รับแจ้งแล้ว ให้พนักงานอัยการมีอำนาจไปเข้าร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน ณ ที่ทำการของพนักงานสอบสวน หรือขอให้พนักงานนอบสวนแจ้งความคืบหน้าในการสอบสวนให้ทราบเป็นระยะ หรือขอให้ตรวจสอบพยานหลักฐานหรือประเด็นใดเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ

- การกำหนดให้พนักงานอัยการ '...ไปเข้าร่วมการสอบสวน ณ ที่ทำการของพนักงานสอบสวน' ก็เพื่อความชัดเจนและไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือพยาน หากจะต้องพบพนักงานอัยการ

- ในการสอบสวนร่วมกันดังกล่าว หรือในกรณีที่พนักงานสอบสวนเห็นว่าควรได้รับคำปรึกษาแนะนำจากพนักงานอัยการ เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควร ให้พนักงานอัยการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้คำแนะนำหรือตรวจสอบพยานหลักฐานตั้งแต่ชั้นเริ่มต้นการสอบสวน โดยให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานอัยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการสอบสวนคดีนั้น

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อัยการสูงสุดและผบ.ตร.ร่วมกันกำหนด

ในระหว่างที่ยังมิได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามที่พนักงานอัยการแจ้งให้ทราบเป็นเรื่อง ๆ ไป

ทั้งนี้ ในการแจ้งหรือติดต่อประสานงานกันทั้งหมดตามกระบวนการใหม่นี้ จะแจ้งหรือติดต่อกันทางอิเลคทรอนิคส์ก็ได้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้ นอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 8 ปีที่ผ่านมากับข้าราชการตำรวจในสายงานสอบสวนแล้ว ยังเป็นการปฏิรูปใหญ่ที่แท้จริง ประโยชน์ตกแก่ประชาชนโดยตรง

ทั้งยังไม่ได้เป็นการอวยสายงานสอบสวนเกินจริง

แต่มีลักษณะ 2 ด้านดังที่กล่าวมา

สรุปอีกครั้งว่า แม้พนักงานสอบสวนได้ทำงานทางคดีอย่างเป็นอิสระในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีระบบกำกับควบคุมกันเอง แต่ก็ต้องยกระดับมาตรฐานการทำงานให้สูงขึ้น และต้องมีพนักงานอัยการเข้ามาถ่วงดุลตั้งแต่ต้นในคดีสำคัญ

คำถามเชิงข้อคัดค้านร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญาที่สำคัญคือ ทำไมต้องมาออกกฎหมายเฉพาะใช้บังคับกับพนักงานสอบสวนของตำรวจเท่านั้น ทำไมไม่แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งระบบเพื่อใช้กับข้าราชการที่ใช้อำนาจสอบสวนทั้งหมด หรือถ้าจะออกเป็นกฎหมายเฉพาะกำหนดมาตรฐานกลางการสอบสวนใหม่ ก็ให้ใช้กับข้าราชการทุกหน่วยที่ใช้อำนาจสอบสวน ไม่ใช่ใช้เฉพาะกับพนักงานสอบสวนของตำรวจเท่านั้น

ก็จริง ก็มีเหตุผล

เพราะข้าราชการที่ใช้อำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้มีแต่ตำรวจเท่านั้น ยังมีหน่วยอื่นอีก

คำตอบคือพนักงานสอบสวนของตำรวจเป็นกลุ่มข้าราชการส่วนข้างมากที่สุดที่ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเป็นส่วนที่ใกล้ชิดและกระทบต่อประชาชนโดยตรงมากที่สุด

โดยในบางคดีที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดในรอบหลายปีมานี้สร้างความทุกข์ให้กับประชาชนมากที่สุด

และเมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้ว ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด

การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้นตามกระบวนการปกติของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำได้ช้ามาก เพราะต้องพิจารณาความเชื่อมโยงทั้งระบบ

จึงเห็นควรออกเป็นกฎหมายเฉพาะ ให้ตำรวจเป็นองค์กรนำร่อง

เมื่อสำเร็จ เมื่อมีข้อสังเกตจากการปฏิบัติจริง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งระบบในขั้นตอนต่อไป

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา เพิ่มบทเฉพาะกาลให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ภายใน 2 ปี

ยังไม่สายเกินไปที่นายกรัฐมนตรีจะแสดงความเป็นผู้นำในการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ด้วยการแก้ไขการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมที่เบี่ยงเบนไปเสียให้ถูกต้อง

แม้ว่าประเด็นการปฏิรูปใหญ่ทั้ง 5 ประการใหญ่ที่ผมแจกจงจะเบี่ยงเบนไปมากแล้ว

แต่กระบวนการยังไม่จบ

นายกรัฐมนตรีผ่าทางตันได้

1. เร่งส่งร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาทันที

2. ดำเนินการทางการเมืองผ่าน ‘วิปรัฐบาล’ ให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติวาระ 2 ที่ค้างอยู่ในรัฐสภา เป็นไปตามประเด็นปฎิรูปใหญ่ทั้ง 5 ข้อให้มากที่สุด

ผมเชื่อว่าตราบใดที่ใครก็ตามยังอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้จะสั้น แม้จะเหลือเวลาไม่มาก แต่ก็มีคุณค่าและมีโอกาสที่จะกระทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือแก้ไขสิ่งที่เบี่ยงเบนไปให้กลับมาถูกต้องได้เสมอ การกระทำนี้จะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานศึกษา"