เลขาสมช. ยัน ยังไม่อนุญาตเครื่องบินพาณิชย์เข้าปท. แจง ยังไม่เปิดให้เสริมความงามหน้า เหตุ อาจติดเชื้อทางดวงตาได้
พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงถึงข้อกังวลภายหลังปลดล็อกระยะที่สอง ซึ่งหากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจะมีมาตรการอย่างไรว่า เราได้มีการประเมิน ซึ่งในระยะแรกค่อนข้างดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเป็นลำดับ ซึ่งการผ่อนปรนระยะที่สอง จะเป็นกิจกรรม/กิจการต่อการระบาดโรคอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเรื่องสัมคมค่อนข้างสูง หมายความว่าเรากำลังเสี่ยงความมั่นคงด้านสาธารณสุขมากขึ้น แต่ที่เราให้มีการผ่อนปรนระยะที่สอง เพื่อให้การดำรงชีวิตมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ฉะนั้นทุกระยะ 2 ระยะ 3 ระยะ 4 ที่จะมีการดำเนินการต่อไป ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่เป็นความเสี่ยงที่เราได้ใคร่ครวญแล้ว ต่อให้อยู่ในความเสี่ยงก็สามารถควบคุมได้ และสาธารณสุขก็ยังรองรับขีดความสามารถของความเสี่ยงนี้ได้ ทั้งนี้หากพบกิจกรรม/กิจการใดที่จะได้รับการแพร่เชื้อ อาจจะปิดกิจกรรม/กิจการนั้น
พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางทางอากาศ ยังคงมีความเข้มข้นในระดับเดิม นั่นหมายความว่า เรายังคงป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อที่เกิดจากการนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ การอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทยจากทางอากาศ ก็ยังเป็นไปด้วยความลำบาก และยังไม่อนุญาตให้เครื่องบินพาณิชย์เข้ามา
เลขาสมช.กล่าวว่า ส่วนเรื่องการปรับเวลาเคอร์ฟิวหรือการออกนอกเคหสถานในเวลา 23.00-04.00 น. รวมทั้งยังคงเชิญชวนให้ชะลอการเดินทางเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดอยู่ไม่ได้ห้าม แต่ก็ขอให้อยู่บ้าน เพราะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางเมื่อไปถึงปลายทาง หากจังหวัดนั้นมีมามาตรการที่เข้มข้น ก็ต้องปฏิบัติตามตามที่กำหนด
เมื่อถามว่า มีข้อเสนอแนะจากประชาชนอยากให้ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็นเวลา 03.00 น. ได้หรือไม่ เพราะมีประชาชนที่จะต้องขายของในตอนเช้าเพื่อที่จะไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องของเวลา พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขอรับไว้เป็นข้อพิจารณา เพื่อมีการปรับลดระยะเวลาเคอฟิวในครั้งต่อไป
เมื่อถามว่า ข้อกำหนดที่ระบุให้คลินิกเวชกรรมสถานเสริมความงามสามารถ สามารถเสริมความงามเฉพาะเรือนร่าง ไม่รวมถึงการเสริมความงาม บริเวณใบหน้า เลขาสมช.กล่าวว่า หลักการสำคัญไม่ว่าจะเป็นเฟสหนึ่งและเฟสสองสิ่งที่เราทำก็คือเรายอมเสี่ยงในบางเรื่องเพื่อที่จะชดเชยความสะดวกสบายของประชาชนและชดเชยกับเศรษฐกิจที่จะได้รับการกระตุ้นฉะนั้นกรณีของการทำทันตกรรม เป็นกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ในเรื่องของการเสริมความที่ยังไม่ให้ทำในเรื่องของใบหน้านั้น เพราะดวงตาสามารถติดเชื้อได้