"องอาจ”ไม่ไว้ใจขรก.บริหารเงิน 4 แสนล.โปร่งใส ยกปมเงินทอนวัด
“องอาจ”ไม่ไว้ใจขรก.บริหารเงิน 4 แสนล.โปร่งใส ยกปมเงินทอนวัด ฝากนายกฯคุมเอง พร้อมชง 3 แนวทางจัดกาน
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปึตย์ และประธานส.ส.ปชป.กล่าวถึงการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.ก.ที่จะใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม 400,000 ล้านบาทว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงการใช้เงินในส่วนนี้ว่าสัปดาห์หน้าเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ 400,000 ล้านบาทจะประกาศกรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศด้านต่างๆ โดยจะกำหนดระยะเวลาให้หน่วยงานได้เสนอโครงการ งานนี้ตัดนักการเมืองออกไปเลยไม่มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง กรรมการกลั่นกรองที่เป็นข้าราชการประจำจะเป็นคนพิจารณาให้มีความโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดี การที่สมคิดย้ำถึงการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทว่าเป็นเรื่องของข้าราชการประจำพิจารณา ไม่มีนักการเมือง ไม่มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง น่าจะเป็นการสื่อความหมายถึงความโปร่งใสไม่มีการทุจริต เพราะข้าราชการดำเนินการ
นายสมคิด กล่าวว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของนักการเมืองเท่านั้น ข้าราชการก็มีการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย เหมือนอย่างกรณีเงินทอนวัดก็มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าเมื่อตัดนักการเมืองออกไป มีแต่ข้าราชการประจำทำเรื่องให้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท แล้วจะทำให้โปร่งใสจึงไม่แน่นอนเสมอไป ดังนั้นทั้งนักการเมือง รัฐมนตรีมีโอกาสทุจริตด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับจิตสำนักของแต่ละคนว่ามีมากน้อยแค่ไหน จะคิดถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองหรือคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว
ถ้านักการเมืองกับข้าราชการร่วมมือกันทุจริตก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทำความเสียหายให้ประเทศชาติมหาศาล ถูกจับได้จนติดคุกติดตะรางทั้งนักการเมือง ทั้งข้าราชการประจำอยู่ขณะนี้ก็มีให้เห็นหลายกรณี
นายองอาจ กล่าวต่อว่า การที่จะใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทอย่างมีประสิทธิภาพควรดำเนินบนพื้นฐาน 3 ประเด็น คือ 1. กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต้องมีเป้าหมายเด่นชัด ครอบคลุมทุกมิติของการฟื้นฟู เพื่อเป็นฐานรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม 2. มาตรการแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกรอบนโยบายต้องชัดเจนไม่คลุมเครือจนอาจนำไปสู่การตีความเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 3.มีระบบการตรวจสอบที่จริงจัง โปร่งใส ไร้ข้อครหา ควรมีการเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินตามโครงการต่างๆ ต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงขอฝากนายกฯลงมากำกับดูแลการใช้จ่ายเงิน 400,000 ล้านบาทนี้อย่างจริงจังให้มีการใช้เงินอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม อย่าปล่อยให้มีการทุจริตโดยเด็ดขาด