กมธ.สังคมฯ วุฒิ ถกท้องถิ่นเร่งวางมาตรการช่วยคนไร้ที่พึ่ง-ชุมชนแออัดในกทม.-ปริมณฑล
กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิฯถกร่วมนายกเทศมนตรีช่วยคนไร้ที่พึ่ง-เร่ร่อน-ชุมชนแออัดเขตกทม.-ปริมณฑล ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิดูแลขั้นพื้นฐานได้ แนะท้องถิ่นดูแลจุดปชช.รวมตัวกันป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่อาคารสุขประพฤติ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกเทศมนตรีนครรังสิต นายกเทศมนตรีเมืองปทุมธานี นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร และนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม เพื่อช่วบเหลือการประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะคนไร้ที่พึ่ง คนเร่ร่อน และคนในชุมชนแออัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการดูแลขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง
ทื้งนี้ที่ประชุมฯ สรุปว่า แบ่งได้เป็น 4 ประเด็น คือ 1.ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะคนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ ที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเห็นว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานดังกล่าว เพื่อประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ปฏิบัติ ให้สามารถดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ 2.การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการดำเนินมาตรการและตรวจสอบการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน 3.การจัดการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ ที่พบว่าครูส่วนใหญ่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลควรจัดทำข้อมูลและให้ความสำคัญเรื่องการจัดการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ให้แก่นักเรียนในทุกระดับให้ชัดเจน และ 4.ความชัดเจนของข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติตัวในเรื่องต่าง ๆ แก่ประชาชนในท้องถิ่น ดังนั้น รัฐบาลควรสื่อสาร หรือแถลงการณ์ในทุกเรื่องให้ชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน นำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังได้มีข้อเสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่ โดยประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ควบคู่ไปกับสงเคราะห์ประชาชนในพื้นที่ ทั้งในกรณีที่ดำเนินการเองและกรณีที่หน่วยงานอื่นให้ความช่วยเหลือ โดยอาจทำในรูปแบบของช่องทางการตั้งจุดแบ่งปัน เป็นต้น และที่สำคัญควรให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดในจุดที่มีประชาชนรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น ธนาคาร ตลาด รวมถึงตระหนักถึงการให้ความช่วยเหลือในกลุ่มบุคคลเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง ให้ดีที่สุด
ส่วนการช่วยเหลือคนตกงานได้เสนอแนะใช้มาตรการในการจ้างบุคคล หรือกลุ่มวัยรุ่นในการช่วยปฏิบัติภารกิจต่าง ๆถือเป็นการช่วยเหลือคนตกงานอีกทางหนึ่ง หรืออาจจัดทำมาตรการเสริมในการมอบเงินยังชีพให้แก่กลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เพื่อเป็นการเยียวยาบุคคลดังกล่าว