จับตา ท่าที "บิ๊กแดง" ไทม์ไลน์ เคานต์ดาวน์ เกษียณ กลางกระแส รัฐประหาร
เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงเดือนที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะเกษียณราชการ
ท่ามกลาง การลุ้นว่า 1. บิ๊กแดง จะได้เกษียณหรือไม่ จะมีเหตุอันใด ที่ทำให้ ไม่อาจเกษียณ หรือไม่
2. บิ๊กแดง ถูกจับตา มาตั้งแต่ก่อน ขึ้น เป็น ผบ.ทบ. เมื่อปีที่แล้ว ว่า ใน 2 ปี ที่อยู่ในตำแหน่งคุมกำลัง บิ๊กแดง จะก่อการรัฐประหาร หรือไม่
3.มาตอนนี้ เป็นช่วง เคานต์ดาวน์ ที่ไม่เหมาะ ที่จะรัฐประหาร เพราะจะคาราคาซัง ยกเว้นว่า จะแยกวง คณะปฏิวัติ ออกมา จาก ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ ออกจากกองทัพ
4.แถมเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเข้มข้น และส่อเค้ารุนแรงขึ้นทุกขณะ จากการประกาศยกระดับการชุมนุม ของ กลุ่มประชาชนปลดแอก และแกนนำ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งเดือน ก.ย. โดยเฉพาะ 19 ก.ย. วันครบรอบ 14 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.2549
ทั้งๆที่สถานการณ์อ่อนไหว แต่ บิ๊กแดง ก็แสดงความคิดเห็น และเคลื่อนไหว ที่เป็นการปลุกม็อบ อยู่เนืองๆ
โดยเฉพาะ การ สร้างวาทกรรม “โควิด เป็นแล้ว รักษาหาย แต่โรคที่รักษาไม่หาย คือ โรคชังชาติ” จนถูกโจมตีอย่างหนัก
จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ แม้จะงดให้สัมภาษณ์ และ แสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ก็ไม่ตอบ ประเด็นการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา และการล่วงละเมิดสถาบันฯ
แม้แต่กระแสข่าวรัฐประหาร ที่ถูกปล่อยออกมา ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดนโฟกัส ไปที่ บิ๊กแดง ว่าจะส่งท้าย ก่อนเกษียณ 30 ก.ย. และ ผบ.เหล่าทัพ ชุดปัจจุบัน
บิ๊กแดง ไม่ตอบคำถามที่ว่า การรัฐประหาร จะมีความเป็นไปได้ไหม ในยุคนี้ ....ได้แต่ ร้อง “หูย”! เบาๆ และเมื่อถูกย้ำถามว่า ประชาชนอยากได้ยินจากปาก ผบ.ทบ. ตอบเรื่องกระแสข่าวลือรัฐประหาร บิ๊กแดง ไม่ได้ตอบอะไร แต่อ้างคำถามนักข่าวที่บอกว่า เป็นข่าวลือ มาเป็น คำตอบ เท่านั้น
ท่าทีที่นิ่ง เรียบเฉย ไม่ตอบโต้ ไม่ดุเด็ดเผ็ดร้อน เช่นที่ผ่านมา เกือบ 2 ปี ของการเป็น ผบ.ทบ. ทำให้การตั้งข้อสังเกตุกันว่า บิ๊กแดง มีท่าที เปลี่ยนไป ก่อนที่ บิ๊กแดง จะแสดงออกด้วย hashtag ที่ว่า #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา
ด้วยการเขียนข้อความถึงสื่อ และลงในเพจ ทบ. ถึงความรู้สึก ที่ตนเอง ได้ไปพบปะพูดคุยกับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่ชายแดนใต้ ที่ได้มาพักฟื้น ที่สวนสนประดิพัทธ์ ประจวบฯ ที่ล้วนเป็นทหารที่มีรอยแผล จากสนามรบ ตามส่วนต่างๆร่างกาย แม้แต่ใบหน้า!
บางคนถูกยิง แขน ขา บางคนโดนระเบิด โดนยิงหลังยิง เข้าอก เพราะทำหน้าที่ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย
แม้จะเฉียดตาย บาดเจ็บ แต่ เขาเหล่านี้ ก็ยืนยันว่า จะยังคงรบต่อไป “รบจนสุดใจ ขาดดิ้น” เพื่อปกป้อง สถาบัน ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาชน ไม่มีวันรู้จบ #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา
พล.อ.อภิรัชต์ ติด hashtag นี้มา ในข้อเขียน ความรู้สึกที่มีต่อลูกน้อง ที่มีรอยยิ้ม ทั้งๆที่ ใบหน้าและร่างกาย เต็มไปด้วย บาดแผล
บิ๊กแดง ที่เคยอยู่ชายแดนใต้ ที่ยะลา กว่า 1 ปี ระบุว่า เห็นลูกน้องมีใจเต็มร้อยกันขนาดนี้แล้ว คิดอยากกลับไปเป็น ทหารหนุ่มๆ อีกสักครั้ง ไปร่วมรบกับลูกน้อง เลยทีเดียว
พร้อมกล่าวชื่นชม ในหัวใจแกร่งของลูกน้อง และใช้ มือถือของตนเอง ถ่ายภาพ ลูกน้อง ตอนลาจากกัน ที่ลูกน้อง ชู 2 นิ้ว หมายถึง พร้อมสู้ตาย พร้อมรอยยิ้ม ให้
“ภาพเหล่านี้จะไม่มีวันลบไปจากใจ และมือถือของ ผบ.” บิ๊กแดง ระบุ พร้อมติดhashtag ว่า #เราไม่ทิ้งกัน
ทั้งนี้ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า การติด hashtag #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา นี้ จะเป็นการตอบโต้ hashtag ของผู้ชุมนุมที่ว่า #ให้มันจบที่รุ่นเรา
แม้ว่าความจริง จะเป็นคำพูดของ ทหารพรานใต้ แต่ บิ๊กแดง โดยใจ จึงได้นำมา ขยายแฮชแท็ก
แฮชแท็ค นี้ ทำให้พล.อ อภิรัชต์ ถูกต้องสงสัยว่า เตรียมคิดแผนรัฐประหาร หรือไม่
เพราะปัจจัย ในการชุมนุมไม่ใช่แค่เรื่องหยุดการคุกคามประชาชนแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาเท่านั้น แต่เลยเถิดไปถึงสถาบัน ด้วย ที่กล่าวกันว่า เมื่อใดที่ แตะต้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทหารจะไม่มีวันยอม
อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ เคยประกาศ ไม่ให้แตะต้อง รัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์ แต่ดูเหมือน ฝ่ายชุมนุมเอง ก็ต้องการที่จะยกระดับการชุมนุมที่ไม่มีใครอาจคาดคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้น และจะจบอย่างไร การเก็บตัวเงียบ ก่อนเกษียณของ บิ๊กแดง ข่าวลือ ก็ยิ่งกระหน่ำ
ประกอบกับ ช่วงนี้กองทัพบกเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกรุงเทพ ไปฝึกต่างจังหวัด และจากต่างจังหวัด กลับหน่วยที่ตั้งในกรุงเทพฯ หลายหน่วย กระแสที่ทำให้กระแสข่าว การรัฐประหาร ยังกระหน่ำ
โดยในวันที่ 11 ก.ย.นี้บิ๊กแดงเรียกประชุมผู้ บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษจนถึงระดับผู้บังคับกองพันเป็นครั้งสุดท้ายเพื่ออำลาก่อนเกษียณ
ที่คาดกันว่าวันนั้น บิ๊กแดง จะมีการเปิดใจและทิ้งทวนหลังเกษียณราชการ ทั้งในที่ประชุมในการพูดคุยกับเพื่อนพี่น้องสายเลือดทหาร
อีกทั้ง ในวันที่ 21 ก.ย. นี้ บิ๊กแดง นัดหมายที่จะทานข้าว อำลานักข่าวสายทหาร เพื่ออำลาชีวิตราชการ ที่เลื่อนมาจากวันที่ 18 ก.ย.
ที่น่าสังเกตคือ บิ๊กแดง เลือกที่จะใช้อาคารศรีสิทธิสงคราม และห้องบวรเดชในการต้อนรับนักข่าว ที่คาดกันว่าต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ บูรณะอาคาร และห้องบวรเดชเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเทิดทูนนายทหารผู้จงรักภักดี และไม่เข้ากับคณะราษฎร
ที่ พล.อ.อภิรัชต์ ใช้อาคารนี้ห้องนี้ และเรื่องราวของนายทหารผู้จงรักภักดีเหล่านี้ ในการกระทบกระเทียบ และสื่อถึง พวกชังชาติ เสมอๆ
ก่อนที่วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.อภิรัชต์ พร้อมด้วย “บิ๊กกบ” พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ. ทหารสูงสุดจะนำนายพลที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. อำลากองทัพบก ที่อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกที่เคยเป็นกองบังคับการกรมนักเรียนนายร้อยจปร.
โดยปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานที่กองทัพบกถนนราชดำเนินจากเดิมที่เคยจัดที่โรงเรียนนายร้อย จปร.มาตลอด
จากนั้นจะอำลา ศูนย์การทหารราบ 24 กย. ในวันทหารราบ และจะเป็นการเดินสายอำลาหน่วยต่างๆในกองทัพบก
ท้ายที่สุดคือการจัดพิธีส่งมอบตำแหน่งและการบังคับบัญชา ของ ผบ.ทบ. ส่งธงให้กับ “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ว่ทที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ 30 ก.ย.2563
ก่อนที่ในตอนค่ำจะมีงานมุทิตาจิต ที่กองทัพบก เลี้ยงอำลาเกษียณให้ พล.อ.อภิรัชต์ และ “อาจารย์อ้อ” รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก ภริยา ที่จะรวมภาพความประทับใจ ตลอดสองปีของการเป็นผู้บัญชาการทหารบก
พร้อมด้วยภาพและข้อความที่กำลังพลในกองทัพบก ส่งมาเพื่ออำลาบิ๊กแดงในแคมเปญ ที่เพจกองทัพบก “รวมพล คนรักผบ.ทบ.”
ท่ามกลางการจับตามองว่า หากบิ๊กแดง อยู่จนเกษียณราชการ โดยไม่ได้มีการรัฐประหาร หลังจากนั้น จะไปทำอะไรต่อ จะได้รับแต่งตั้งให้ทำงานในตำแหน่งใดหลังเกษียณ
ไม่แค่นั้นยังถูกจับตามองไป ตลอดว่าหลังเกษียณอีก 2 ปี เมื่อเว้นวรรคทางการเมืองหลังจากการพ้นตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา แล้วจะกลับสู่สนามการเมืองหรือไม่เพราะถูกจับตามองว่าเป็นทายาทอำนาจของ “3ป” ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์
แต่กว่าที่จะไปถึงวันนั้นต้องรอลุ้นวันเวลาที่เหลือในเดือนกันยายนนี้ก่อนว่าจะผ่านไปอย่างเรียบร้อยหรือไม่
หลังพล.อ.ประยุทธ์ ห่วงว่าจะเกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงเกิดจลาจลสงครามกลางเมือง และแผ่นดินจะลุกเป็นไฟในที่สุดหรือไม่
เพราะหากตอนนั้น ยังอยู่ในเดือนก.ย. ก็จะยังเป็นความรับผิดชอบของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ชุดปัจจุบัน แต่หากหลัง วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ก็จะเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ แต่คงไม่มีใคร อยากจะก่อการรัฐประหารหรือแม้แต่การใช้กำลังทหารในการสลายการชุมนุม
ดังนั้น ทางเลือกทางออกอื่น จึงมี การยุบสภา หรือ ลาออก รอ การตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นโดยมีสถานการณ์เป็นตัวตัดสิน!