"กัณวีร์" ย้ำ "พรรคร่วมรัฐบาล" ไม่เห็นด้วยทำประชามติแบ่งแยกดินแดน "ปาตานี" ชี้ต้องพูดคุยในกรอบรัฐสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย

การเมือง9 มิ.ย. 2566 • 13:35 น.
"กัณวีร์" ย้ำ "พรรคร่วมรัฐบาล" ไม่เห็นด้วยทำประชามติแบ่งแยกดินแดน "ปาตานี"  ชี้ต้องพูดคุยในกรอบรัฐสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย

 

วันที่ 9 มิ.ย.2566 จากกรณีการจัดงานเปิดตัว ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ”การกำหนดอนาคตตนเอง (Self Determination) กับสันติภาพปาตานี" รวมถึงมีการจัดพิมพ์บัตรเพื่อร่วมแสดงความเห็นผ่านสื่อโซเชียลในประเด็น”ให้ประชาชนปาตานีสามารถออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกกฎหมาย” โดยภายในงาน ทั้งนี้ในการเสวนา มีตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วมด้วย คือผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายฮากิม พงติกอ รองเลขาธิการพรรคเป็นธรรม

ต่อมานายกัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ราย “คมชัดลึก” ทางเนชั่นทีวี ออกอากาศเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยตอบคำถามว่าเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยต่อการแบ่งแยกดินแดนปาตานีหรือไม่  ว่า ตนทราบว่านายฮากิม รองเลขาธิการพรรคได้รับเชิญให้ไปร่วมงานนี้ โดยเป็นการจัดงานกลุ่มน้องๆนักศึกษาที่แสดงออกถึงจุดยืน

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า ปัญหาในเรื่องนี้มาจากการสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกถูกปิดกั้นมาอย่างช้านาน ตอนนี้ เมื่อเราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เราจะมีประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ก็เลยเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกัน แต่อันนี้เราคาดการณ์ เพราะไม่รู้เรื่องรายละเอียดในการจัดงานครั้งนี้ เรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเราจำเป็นต้องให้ แต่กรอบระยะเวลาในการจัดประชุม จัดเวิร์คช็อปเรื่องเหล่านี้ ยังเร็วไป

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ต้องให้เวลาในการฟอร์มรัฐบาลให้เสร็จก่อน จากนั้นจึงจะมีกรอบเวลาในการสร้างสันติภาพต่อไปแน่นอน และเราเชื่อว่าทุกพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ว่าเราควรมี

เมื่อถามว่า นายฮากิม รองเลขาฯพรรค รู้หรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วกลุ่มขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ จะไปเสนอการทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราช  นายกัณวีร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยเป็นการส่วนตัวกับนายฮากิม 

เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวเองไม่เห็นด้วยกับการเสนอเรื่องดังกล่าวในเวลานี้ใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งต้องให้มีการพูดคุยกันเมื่อมีการฟอร์มรัฐบาลก่อน จากนั้นต้องไปดูเรื่องการตั้งคณะทำงาน ฯ ก่อน ซึ่งจะมีการวางกรอบปัญหา เป็นตุ๊กตา จากนั้นจึงจะมีนโยบายที่สอดรับว่าจะทำอย่างไร จึงจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ส่วนการแสดงออกของกลุ่มนักศึกษาฯเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการแสดงออกของปัจเจก ของกลุ่มคนว่าเขาอยากจะพูดเรื่องนี้ แต่คณะทำงานของรัฐบาล ก็จำเป็นต้องพูดคุยกันก่อน ดังนั้นยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่พรรครัฐบาลเห็นด้วย

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือว่ากรอบสุดท้าย หรือนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่ไปไกลถึงขั้นสนับสนุนให้มีการทำประชามติให้มีการแบ่งแยกดินแดนใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าววา  ต้องเรียนว่าจริงๆแล้วเรามีกระบวนการสร้างสันติภาพแบบยั่งยืน ด้วยกัน 3 ขา โดยขาแรกคือการยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ ขาที่สอง คือสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และขาที่3คือการปฏิรูประบบโครงสร้างราชการ เพราะฉะนั้นจะอยู่ตรงที่สิทธิเสรีภาพในการดแสดงออกกว่า  ไม่ได้อยู่ตรงที่เราต้องการเห็นประชามติแบ่งแยกดินแดนหรือไม่  แต่อยู่ตรงที่ว่า หากตราบใดรัฐบาล หรือประเทศนี้ยังปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก ในการพูดคุยเรื่องต่างๆมันจะไม่สามารถสร้างสันติภาพได้เลย  ส่วนการทำประชามติ จะเป็นผลในระยะยาว หากประชาชนในพื้นที่มีความประสงค์ด้านไหนก็ต้องให้มีการพูดคุยในกรอบรัฐสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย แต่ไม่ใช่ว่าเราเสนอ หรือเราเห็นด้วยว่าจะต้องมีการสร้างประชามติเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า หากระบุว่าอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย ก็จะจบตั้งแต่มาตรา 1 ที่ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” เพราะฉะนั้นเท่ากับว่าปิดประตูได้เลยหรือไม่ถึงแนวคิดแบบนี้เพียงแต่ระหว่างทาง หากอยากจะให้สิทธิเสรีภาพในพื้นที่เป็นอย่างไรก็อาจจะเพิ่มในส่วนของการพูดคุยมากขึ้น นายกัณวีร์ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งรัฐธรรมนูญไทย ตั้งแต่ฉบับปี2540 จนถึงปี2560 ที่เราอาจจะเห็นว่าไม่ใช่รัฐธรรมนูญของประชาชน แต่ทุกรัฐธรรมนูญ3ฉบับที่ผ่านมามานี้ พูดเรื่องปกครองตนเอง  ซึ่งสอดรับกับเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯโดยตรง อันนี้ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหากประชาชนมีความประสงค์ที่จะมีการพูดคุย  ว่าเราต้องการปกครองตนเองไปสู่แนวทางไหน ก็ต้องไปพูดคุยกันในรัฐสภา แต่ไม่ควรมาพูดคุยข้างนอก ให้อยู่ในกรอบรัฐสภาให้ได้