"ชวน" ย้ำหัวใจปฏิรูปการเมือง ต้องทำให้การเมืองสุจริต ให้ทุกองค์กรขจัดคนโกง ได้คนดีมาทำงาน
วันที่ 8 มี.ค.65 ที่บ้านพักจ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฐานะประธานรัฐสภา กล่าวคำปราศรัยทางการเมือง เรื่อง "ทำการเมืองให้สุจริต" ในโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมือง ปี 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปการเมือง สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้การเมืองสุจริต และเป็นภาระหน้าที่ของคนทุกคนที่ต้องสร้างคนดีให้บ้านเมือง เพื่อเป็นกระบวนการของการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะไม่เลือกนักการเมืองโกงเข้ามาบริหารบ้านเมือง เพราะเมื่อได้นักการเมืองโกง ย่อมใช้อำนาจแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่ซื่อสัตย์เข้ามารับตำแหน่ง เพื่อมาทำงานให้กับตนเอง จากคดีความที่เกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการหลายคดีที่ผ่านมา พบว่าต้องติดคุกเพราะต้องทำงานรับใช้นักการเมือง
นายชวน กล่าวด้วยว่า ความซื่อสัตย์ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้เป็นคำที่ต้องใช้ในการถวายสัตย์ปฏิญาณตนในหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ องคมนตรี รัฐมนตรี ส.ว. ส.ส. องค์กรอิสระ เป็นต้น และยังเขียนว่าบุคคลที่ต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน คุณสมบัติต้องมีพฤติกรรมที่ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีคำว่าซื่อสัตย์ 23 คำ มีคำว่าสุจริต 38 คำซึ่งมากกว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แต่คำที่มากกว่าไม่จริงว่าจะมีความซื่อสัตย์ สุจริตมากกว่า แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคน
"การปกครองที่ดี ไม่ใช่ปกครองด้วยหลัก แต่ต้องได้คนปกครองที่ดี ทั้งนี้ในทุกวงการมีคนที่ดีและไม่ดีเสมอ ดังนั้นต้องมีหลักควบคุมคนไม่ดีให้มั่นคง แม้ในอดีตไม่มีองค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการรแผ่นดิน แต่ใช่ว่าบ้านเมืองจะมีปัญหามาก เพราะแม้องค์กรตรวจสอบมีไม่มาก แต่องค์กรที่มีอยู่ เช่น ศาล ทำหน้าที่ของตนเอง ในระบบอย่างมั่นคง ยืนหยัดรักษาหลัก มีแนวปฏิบัติที่ซื่อตรง ผมฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เข้ามาเป็นนักการเมืองเพราะตั้งใจจะเป็นปากเสียงด้วยความซื่อสัตย์ต่อประชาชน ไม่ใช่ไม่มีอะไรทำ หรือเพราะเกษียณอายุราชการ ได้เห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมคนที่ใช้หลักนั้นไม่มั่นคง ไม่ซื่อตรง เกิดปัญหาต่อบ้านเมือง”
นายชวน กล่าวถึงโครงการบ้านเมืองสุจริตด้วยว่า ตนของบ 15 ล้านบาท เพื่อทำโครงการ โดยให้สถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าร่วม โดยมีกรรมการมาจากสถาบันการศึกษา ไม่มีนักการเมืองยุ่งเกี่ยว เป้าหมายรณรงค์เรื่องความสุจริตย้ำกับเด็ก ทั้งนี้ไม่ใช่การกำหนดหลักสูตร เพราะตนมองว่าการปลูกฝังเรื่องความสุจริต สักวันจะสามารถใช้จริงได้ เมื่อเด็กโตขึ้น อย่างไรก็ดีกระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างช้าๆ หลายสถาบันเห็นด้วย บางสถาบันมองข้าม เพราะเห็นว่าไม่มีผลต่อผู้รับนโยบาย ทั้งนี้ปัญหาที่กล่าวจะลงเอยที่ภาคปฏิบัติ
"การปฏิรูปการเมือง คือ ทำให้การเมืองสุจริต หากการเมืองคอร์รัปชั่น การเมืองทุจริตจะเรียกว่าปฏิรูปการเมืองได้อย่างไร หากการเมืองไม่สุจริต สิ่งที่ตามมาคือ ภาระของประชาชน ที่เสียภาษี ข้าราชการขี้โกง ต้องพยายามทำให้ทุกองค์กรขจัดคนโกงให้ได้ ด้วยการสร้างหลักที่ดี และได้คนดีทำงาน ให้ไปด้วยกัน”