"สกลธี" เผย "ประวิตร" อาจปราศรัยใหญ่ "ป้อมปราบศัตรูพ่าย" ไม่ได้ แต่ไปไหว้พระแทน ชี้เป็นสีสันหลัง รทสช. แก้เกมเปิดเวที "ชนะสงคราม"

การเมือง27 ม.ค. 2566 • 10:33 น.
"สกลธี" เผย "ประวิตร" อาจปราศรัยใหญ่ "ป้อมปราบศัตรูพ่าย" ไม่ได้ แต่ไปไหว้พระแทน ชี้เป็นสีสันหลัง รทสช. แก้เกมเปิดเวที "ชนะสงคราม"

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 27 ม.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสกลธี ภัททิยกุลในฐานะหัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ของพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงกรณีกำหนดการปราศรัยครั้งแรกของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายว่า หลังจากเปิดตัวผู้สมัคร กทม. ตอนนี้อยู่ในขั้นการวางแผนยุทธศาสตร์และนโยบายของกทม. สำหรับการปราศรัยที่เขตป้อมปราบฯ นั้น ทางหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบให้ตนและทีมงานไปดูความเหมาะสมและรูปแบบในการลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรคที่อาจไม่ใช่ลงไปตั้งเวทีปราศรัย เพราะด้วยสภาพของเขตป้อมปราบฯ ไม่สามารถรองรับการจัดการปราศรัยที่มีขนาดใหญ่ได้โดยรูปแบบที่จะให้หัวหน้าพรรคลงพื้นที่เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ตามชื่อเขตป้อมปราบฯ แต่จะเป็นลักษณะการไปวัดในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งวัดไทย วัดจีนและมัสยิด ที่ขณะนี้ทีมงานกำลังคุยกัน ทั้งนี้คิดว่าไม่น่าเกินกลางเดือนก.พ.จะมีบทสรุปให้หัวหน้าพรรคลงพื้นที่ได้ 

 

เมื่อถามว่า นอกจากเขตป้อมปราบฯ แล้ว ได้มีการวางแผนหาเสียงในพื้นที่กทม.อย่างไรบ้าง นายสกลธีกล่าวว่า ในฐานะที่ตนดูภาพรวมก็จะพยายามดูตัวผู้สมัครให้ครบก่อน ตอนนี้ยังมีปัญหาอยู่ 4-5 เขตเพราะมีผู้สนใจอยากจะลงสมัครเกินกว่าที่เราต้องการจึงต้องมาจัดกัน โดยพรรคได้มีการทำโพล เพื่อสำรวจความนิยมตัวผู้สมัครส.ส. จึงขอเตือนว่า แม้พื้นที่ไหนจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ไปแล้ว ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกเปลี่ยนตัวได้ถ้าคะแนนไม่ดี เพราะฉะนั้นผู้สมัครส.ส. ต้องลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่อง จากนั้นเราก็จะมาวางยุทธศาตร์การหาเสียง โดยใช้แนวทางหาเสียงเหมือนตอนสมัครผู้ว่า กทม. ที่จะลงไปช่วยผู้สมัครทุกเขต และจะนำผู้ใหญ่ของพรรคไปด้วย ส่วนรูปแบบและป้ายหาเสียงจะออกจากส่วนกลางทั้งหมดเพื่อไม่ให้แต่ละเขตทำกันเองอย่างสะเปะสะปะ

 

นายสกลธี กล่าวต่อว่า สำหรับการปราศรัยใหญ่ในกทม. มีแน่นอนกำลังดูความเหมาะสม โดยจะมีการจัด2 ครั้งในช่วงปลายใกล้เลือกตั้ง ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งวันเวลา สถานที่ จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ชื่อเขตป้อมปรามฯ ถือเป็นสีสันเราไม่ได้มองใครเป็นศัตรู เหมือนเวลาเราจะไปออกศึกก็ต้องเอาแม่ทัพเราลงสนาม ซึ่งชื่อของหัวหน้าก็พ้องกับชื่อเขตพอดี เลยนำส่วนนี้มาเป็นสีสันในการเปิดเวทีปราศรัย 

 

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่เขตป้อมปราบฯ ที่เดิมเป็นพื้นที่ของพรรค แต่ปัจจุบันผู้สมัครได้ย้ายไปอยู่พรรคอื่นแล้ว นายสกลธี กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะในกทม. ตัวบุคคล 30 เปอร์เซ็นต์ กระแส 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ยอมรับว่า ส.ส.เก่าได้เปรียบอยู่แล้ว แต่อยู่ที่การทำกระแสและการทำนโยบายให้ชาวกทม.เชื่อมั่น ตนยืนยันว่าผู้สมัครส.ส. ของเราไม่ได้เป็น 2 รองใคร ซึ่งการปราศรัยของหัวหน้าจะขึ้นเวทีปราศรัยด้วยอยู่แล้วและจะมีแกนนำไปช่วย 

 

เมื่อถามว่า พื้นที่ กทม. คาดหวังว่าจะกี่เก้าอี้ นายสกลธี กล่าวว่า ตนบอกกับหัวหน้าพรรคไปว่า ครั้งนี้อาจจะยาก เพราะมีคู่แข่งหลายพรรค และแต่ละพรรคก็ส่งตัวดีๆ ลงในแต่ละเขต ซึ่งหัวหน้าพรรคก็บอกให้ทำให้เต็มที่ ไม่ได้มีกำหนดว่าต้องได้เท่าไหร่ แต่ถ้าถามตน ในใจอย่างน้อยก็อยากได้ 5-6 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าเป็นคาดการณ์ที่ไม่เว่อร์จนเกินไป แต่ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นถือว่าทำดีที่สุดแล้ว

 

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไปปราศรัยจุดแรกที่แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร ถือเป็นการแก้เกมกันหรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า ก็ถือเป็นสีสันของการเลือกตั้งสุดแล้วแต่ทีมยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรคจะจัดกันอย่างไร