“พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” จับตาเกมแก้รธน.งานยากของ“ฝ่ายค้าน” แนะ “บิ๊กตู่” ให้รับมือ เตือนระวังตกหลุมพราง

การเมือง5 ต.ค. 2562 • 05:00 น.
“พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” จับตาเกมแก้รธน.งานยากของ“ฝ่ายค้าน” แนะ “บิ๊กตู่” ให้รับมือ เตือนระวังตกหลุมพราง
หมายเหตุ: “พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ถึงสถานการณ์การเมืองของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ รวมทั้งข้อเสนอของ “7พรรคฝ่ายค้าน” ที่ขยับเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 จะประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร มีรายละเอียดดังนี้ -มองสถานการณ์การเมืองทั้งในและนอกสภาฯเป็นอย่างไรบ้าง การเมืองไทยอาจจะไม่เหมือนกับประเทศอื่นที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เมื่อผ่านการเลือกตั้งเข้ามาพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก และสามารถรวบรวมพรรคและได้เสียงข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างน้อยก็เป็นฝ่ายค้าน แต่ภาพนักการเมืองไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นการแย่งชิงอำนาจกันใครมาเป็นรัฐบาลก็จะถูกฝ่ายค้านจะมุ่งหาเหตุ และวิธีการที่จะจ้องเล่นงานล้มรัฐบาล เพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายบริหาร การเมืองไทยเป็นแบบนี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการปฏิรูปการเมือง หรือแก้ไขให้ดีขึ้นก็ยังคงมีลักษณะแบบนี้ ซึ่งปัจจุบันจะมีพรรคการเมืองที่เป็นคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ หน้าใหม่เข้ามา แต่วิธีการก็ยังคงเล่นการเมืองหรือวิธีการแบบเก่า ๆ เดิม ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย สำหรับสถานะของรัฐบาลในปัจจุบันมีเสียงก้ำกึ่งกับฝ่ายค้าน ก็จะทำให้การบริหารประเทศยิ่งยากขึ้นไปอีก หากไม่มีความระมัดระวังและรอบคอบอาจจะเพลี่ยงพล้ำให้กับฝ่ายค้านได้ แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ได้จนครบวาระคือต้องมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะขณะนี้ก็ได้รับการติติงและร้องเรียนว่าในระดับรากหญ้าเศรษฐกิจแย่ ไม่มีการซื้อขาย ซึ่งรัฐบาลก็ได้ทำโครงการที่จะนำเงินเข้าไปในระบบรากหญ้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ก็ต้องดูว่ามาตรการการกระตุ้นดังกล่าวจะประสบความสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้หรือไม่ นอกจากนี้การบริหารงานของรัฐบาลก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุดต้องบริหารงานด้วยความโปร่งใส ชอบธรรม ทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต่าง ๆเป็นไปด้วยความชอบธรรม มีคุณธรรม นอกเหนือจากระบบอุปถัมภ์ การใช้อำนาจไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชั่นรัฐบาลจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น และควบคุมทุกขั้นตอน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของทุกรัฐบาล และจะเป็นประเด็นให้ฝ่ายค้านนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ถ้ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิดขึ้นได้ โอกาสที่รัฐบาลจะอยู่รอดและอยู่ครบเทอมมีสูงขึ้น รวมทั้งการเสนอกฎหมายสำคัญๆของรัฐบาลก็เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากเสียงของรัฐบาลก้ำกึ่ง ซึ่งในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ได้มีการออกกฎหมายหลายฉบับก็คงเพียงพอที่จะให้รัฐบาลนำมาใช้ในการบริหารประเทศ ถ้าไม่เร่งด่วน หรือจำเป็นฉุกเฉินจนเกินไปการเสนอกฎหมายรัฐบาลก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะโอกาสที่รัฐบาลจะแพ้โหวตในสภาฯเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะขณะนี้จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563 รัฐบาลก็จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากกฎหมายไม่ผ่านจะส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศอย่างมากที่สุด และต้องเตรียมพร้อมกับการที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากคะแนนเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐบาลแพ้จะทำให้ถึงกับยุบสภาทันที เพราะฉะนั้นจะทำให้การบริหารประเทศของรัฐบาลค่อนข้างลำบากมาก เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าพอเปิดสภามาเป้าหมายของฝ่ายค้านก็คือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นหากรัฐบาลปิดจุดอ่อนต่างๆจะทำให้การอภิปรายของฝ่ายค้านขาดน้ำหนัก และทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ -การเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง.คิดว่าจะสามารถจุดติดได้หรือไม่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นฝ่ายค้านขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแต่ฝ่ายรัฐบาลที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นว่ามีปัญหาและอุปสรรคในการบริหารประเทศ แต่โอกาสที่ฝ่ายค้านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จเป็นไปได้ยาก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมารัฐบาลใช้เสียงข้างมากในสภา หรือเรียกว่าเผด็จการรัฐสภาพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้อง โดยเฉพาะกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ “นายใหญ่” จนทำไห้ประชาชนออกมาประท้วงกันทั่วประเทศ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ปิดช่องทางให้แก้ไขยากขึ้น กำหนดเงื่อนไขไว้หลายประการ ต้องได้รับความเห็นชอบกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และเสียงส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 67 คน ถึงจะผ่านวาระแรก เพราะฉะนั้นโอกาสที่ฝ่ายค้านจะผ่านการเห็นชอบวาระแรกก็ยาก แต่ถามว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้หรือไม่ แก้ไขได้ แต่รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ใช้เลยแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามาตราไหนเห็นว่าใช้แล้วมีปัญหาหรือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศชาติ และประชาชน ฝ่ายค้านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ต้องไปศึกษาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่ามีมาตราไหนต้องแก้ไขบ้าง และจะแก้ไขอย่างไร แก้ไขแล้วจะทำให้ประเทศชาติ และประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร ถ้าสามารถชี้แจงเหตุผล และอธิบายให้เห็นชัดเจน และต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับให้ได้ว่าการแก้ไขทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จก็เป็นไปได้ และส.ว.ก็อาจจะยอมรับก็ได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลรองรับการแก้ไข คลุมเครือ ไม่ชัดเจน และมีวาระแอบแฝง อำพรางวัตถุประสงค์ไว้ ผมว่าโอกาสที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้นเป็นไปได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้านมีเป้าหมายว่าจะโละส.ว.ทิ้ง หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการยึดอำนาจของคสช. ยิ่งจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากยิ่งขึ้น แสดงว่าไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และไม่ได้รับการสนับสนุนจากส.ว. อย่าลืมว่าบทเฉพาะกาลของการเลือกส.ว.มีวาระ 5 ปีเท่านั้น ดังนั้นฝ่ายค้านก็ต้องไปดูว่าหลังจากนี้ควรจะมีวิธีการเลือกส.ว.อย่างไรถึงจะดีที่สุด เพราะการเลือกส.ว.ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแล้วทั้งมาจากการเลือกตั้งทางตรง ทางอ้อม และมาจากการสรรหา รวมกับการเลือกตั้งมา ล้วนแต่มีปัญหาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นฝ่ายค้านก็ควรจะไปศึกษาว่าวิธีว่าเลือกส.ว.แบบไหนถึงจะดีที่สุด เหมาะที่สุดสำหรับการเมืองไทย ไม่ใช่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือต้องการล้มรัฐบาลอย่างเดียว -เป้าหมายการแก้รัฐธรรมนูญคิดว่าฝ่ายค้าน มีนัยยะ พ่วงมาตราอื่นเข้าไปด้วยหรือไม่ ในอดีตมีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเท่าที่ดูฝ่ายค้านก็ยังไม่มีความคิดตกผลึกว่าจะแก้ไขทั้งฉบับ หรือจะแก้ไขบางมาตรา ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นจะต้องศึกษาให้ชัดเจน และนำความเห็นต่างๆให้ทุกฝ่ายยอมรับการแก้ไขปัญหาถึงจะประสบผลสำเร็จ แต่ในอดีตรัฐบาลต้องการแก้ไขเพื่อนิรโทษกรรมให้กับหัวหน้าพรรคตัวจริงที่ขณะนี้ยังหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหากฝ่ายค้านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงอย่าอ้างประชาชน เพราะประชาชนไม่ได้รู้รัฐธรรมนูญลึกซึ้งจริง แต่ถูกนักการเมืองต่างหากที่เข้าไปชักจูงให้เห็นคล้อยตาม จึงอยากให้ฝ่ายค้านบอกให้ชัดว่าต้องการอะไร เพราะรัฐธรรมยังใช้ไปได้ไม่เท่าไหร่ รู้ได้อย่างไรว่ามาตราไหนมีปัญหา บอกมาให้ชัดเจน จึงอยากฝากถึงฝ่ายค้านว่าความจริงต้องการที่จะนิรโทษกรรมให้กับผู้มีอิทธิพลในพรรคการเมืองของท่านหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวายเกิดขึ้นอีก -การแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน จะนำไปสู่การเคลื่อนไหวนอกสภาฯได้หรือไม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเกิดจากฝ่ายรัฐบาลและถูกประชาชนต่อต้านจนเกิดการยึดอำนาจ เมื่อฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเริ่มต้นโอกาสสำเร็จค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นวิกฤตจะไม่เกิดขึ้น และมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก แม้ครั้งนี้จะมีพรรคร่วมรัฐบาลมีแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยก็ถือเป็นปัญหาของรัฐบาลที่จะต้องร่วมกันศึกษาว่าต้องการแก้ไขปัญหาอะไร และต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน ถ้าเหตุผลไม่ชัดเจนก็จะเป็นวิกฤตของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเป็นฝ่ายเริ่มต้นวิกฤตก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย ส่วนใหญ่มาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ดังนั้นการที่พรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอแก้ไขจะต้องชี้แจงเหตุผลให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันกับประเด็นที่ต้องการแก้ไข ไม่เช่นนั้นก็จะนำไปสู่วิกฤตและล่มสลายของรัฐบาลเอง -รัฐบาลควรรับมือกับปัญหาการเมืองอย่างไร ในขณะที่รัฐบาลเองก็อยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำในสภาฯ อยากจะเตือนว่าการแก้ไขรัฐบาลเริ่มต้นมาจากรัฐบาลถ้าไม่สามารถชี้ประเด็นในการแก้ไขและประโยชน์ที่จะได้รับก็จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลเอง ซึ่งรัฐบาลจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก ส่วนที่ฝ่ายค้านมีเป้าหมายจะไปดึงนายกฯเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อยากจะเตือนนายกฯว่าให้ระวังจะตกหลุมพรางของฝ่ายค้าน ถ้าแก้ไม่สำเร็จนายกฯต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผลพวงของคสช.เพราะรัฐธรรมนูญยังไม่ทันได้ใช้ก็แก้ไขแล้วก็จะถูกโจมตีอีก แก้สำเร็จก็จะถูกโจมตีและตกเป็นจำเลยของสังคม แต่เท่าที่ฟังนายกฯให้สัมภาษณ์ท่านก็ก็ระมัดระวังตัวเอง และคงไม่ไปตกหลุมพรางของฝ่ายค้านแน่นอน