ชี้กรมกร๊วกล้าหลัง...ตามไม่ทันสงครามข่าวสาร

การเมือง10 ก.ค. 2562 • 23:22 น.
ชี้กรมกร๊วกล้าหลัง...ตามไม่ทันสงครามข่าวสาร
วันที่ 10 ก.ค.นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า...กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทย ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจ ระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกัน นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่โน้มน้าวชักจูงประชาชน ให้ร่วมมือกับรัฐบาล และหน่วยงานราชการ ปัจจุบันนี้กรมประชาสัมพันธ์มีเครื่องมือในมือมากมาย งบประมาณมหาศาล แต่ดูเหมือนจะใช้เงินทำงานไม่ค่อยเป็นหรือสมกับมูลค่าเงินที่จ่ายไป ตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในต่างประเทศนั้นสำคัญมากนะครับ ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย กว้างไกล ที่จะชี้นำองค์กรของรัฐในรูปแบบและแนวทางการประชาสัมพันธ์ของรัฐให้มีประสิทธิภาพในทุกช่องทางสื่อ จะทำอย่างไรให้ข่าวประชาสัมพันธ์ของรัฐลงไปถึงประชาชนหรือกลุ่มผู้เสพข่าวสารให้มากที่สุดและเร็วที่สุด ทำอย่างไรจะขยายกลุ่มผู้รับข่าวสารของรัฐลงไปจนถึงทุกระดับ ทุกวัย ทุกกลุ่มเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยในยุคที่ ทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ นั้นล้าสมัยไปแล้ว ทำอย่างไรถึงจะทำให้รัฐต่อสู้สงครามการข่าว รายชั่วโมงในยุคข่าวสารในปัจจุบันนี้ใช้โซเชียลเกือบทั้งหมด สำหรับประเทศไทยนั้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ของรัฐ กรมกร๊วกก็ยังคงเป็นกรมกร๊วกอยู่เหมือนเดิม กี่สิบปีก็ยังล้างภาพที่ผู้ประกาศตัดผมรองทรงใส่น้ำมันเรียบแป้ นั่งอ่านข่าวเสียงเป็นโมโนโทนชวนง่วงวันละสองเวลาอยู่เช่นเดิม ทั้งที่การข่าวนั้นเปลี่ยนไปมากมายแล้ว และช่องทางการเสพข่าวนั้นไม่ใช่ทางวิทยุหรือทีวีอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นทางโซเชียลทั้งเว็บข่าวเป็นทางการและไม่เป็นทางการหลายร้อยเว็บที่จับผู้เสพต่างกลุ่มต่างรสนิยมกันไปตามใจชอบ ข่าวที่มุ่งร้ายทำลายประเทศออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่รัฐบาลเกือบจะไม่ได้ขยับตัวอะไรเลยในการต้านข่าวหรือส่งข่าวที่แท้จริงลงไปให้ถึงประชาชนเท่ากับข่าวของอีกฝั่งหนึ่ง บางครั้งผมก็มองว่าท่านเจ้ากรมนี้แก่เกินไป และขาดวิสัยทัศน์ของผู้ที่จะเป็นผู้นำองค์กรที่ทันสมัยพอที่จะรับมือกับโลกของการประชาสัมพันธ์ข่าววันนี้ไปเสียแล้ว ผมอยากเปรียบเทียบสองเรื่องที่ใกล้กันมาก ถ้าไม่นับเรื่องการ ปชส.งานของรัฐกับประชาชนภายในประเทศของตัวเองที่เป็นงานหลักของกรมประชาสัมพันธ์ของไทยแล้ว แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพของการข่าวกับต่างประเทศและคนทั้งโลกเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรข่าวของชาติแล้ว ให้ลองดู เกาหลีเหนือ อิหร่าน ตุรกี แม้กระทั่งรัฐปาเลสไตน์ ฯลฯ ประเทศที่ดูแล้วไม่น่าจะทันสมัย แต่ประเทศเหล่านี้ต่อสู้เรื่องการข่าวกับประเทศมหาอำนาจ และกระจายข่าวไปทั้งโลกในทุกช่องทางสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับออกข่าวสู้กับข่าวทำร้ายประเทศของตัวเองทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียลเป็นรายชั่วโมงออกสู่โลกของข่าวสารได้อย่างน่าแปลกใจ เมื่อเทียบกับการกระจายข่าวและสงครามข่าวภายในประเทศของกรมประชาสัมพันธ์นั้น ตัวอย่างสองเรื่องนี้ใกล้เคียงกันมาก และสามารถก็อบปี้โมเดลกันได้แบบเกือบไม่ต้องดัดแปลงอะไรเลย