มติสภาตั้งกมธ.สอบก่อสร้างสภาล่าช้า ฝ่ายค้าน-รบ.ติดใจขยายสัญญารอบ 4
มติสภาตั้งกมธ.สอบก่อสร้างสภาล่าช้า ฝ่ายค้าน-รบ.ติดใจขยายสัญญารอบ 4 เชื่อมีรอบที่ 5 แน่ ด้านส.ส.อนค.ซัดงบไอซีที 3พันล.ไม่คืบ มั่นต่อรอบ 5 แน่ขณะที่ "หมอชลน่าน"ไม่อยากให้สภ าจ่ายค่าโง่ แฉพบเงินทอนขยายสัญญาหมื่นล.
วันที่ 20 ธ.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณา นายชวน กล่าวว่า ญัตติทั่วไปที่ค้างมี 112 เรื่อง กระทู้ด่วน 6 ญัตติ ทั้งนี้ถือเป็นผลงานร่วมกันของส.ส.ที่ไม่ปรากฎบ่อยในระบบรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ว่าสภาฯจะมีภาพบวกหรือลบ ตนขอขอบคุณส.ส.ที่ร่วมใจทำงาน พิจารณาให้ผ่านไปด้วยดี และประชาชนได้รับประโยชน์
จากนั้นได้พิจาณาญัตติทั่วไป กลุ่มว่าด้วย ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า สภาฯต้องตรวจสอบบ้านของตนเอง เพราะถูกสังคมตั้งคำถามว่าการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ ที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ว่าจ้างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่ จำกัด วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท สัญญาหลัก 900 วัน ที่ต้องแล้วเสร็จ 24 พ.ย.58 มีเหตุผลอะไร และต้องต่อสัญญาไปอีก 4 ครั้ง ทำให้รวมเวลาก่อสร้างอาคารทั้งหมดกว่า 2,000 วัน ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่ขยายสัญญาก่อสร้างให้ผู้รับจ้างนั้นเพราะการแก้ไขแบบหรือไม่ ทั้งที่เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถแก้ไขแบบได้โดยใช้เวลาไม่นาน เป็นเพราะมีเจตนาทำให้แบบมีปัญหาหรือไม่ เพื่อเป็นข้ออ้างให้ผู้ว่าจ้างขยายสัญญาผู้รับจ้างโดยไม่ผิดกฎหมาย
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ความพยายามขยายสัญญาก่อสร้างรอบที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.62 - 31 ธ.ค.63 พบปัญหาสำคัญ คือ ผู้ปฏิบัติงานในรัฐสภา ไม่ทราบและไม่แจ้งเหตุผลว่างานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จเพราะอะไร แต่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ระบุว่าเป็นความผิดของทางราชการ จำเป็นต้องขยายเวลาให้เอกชน ขณะเดียวกันพบข้อร้องเรียนจากอดีต ส.ส. ตนจึงสงสัยว่าเป็นเพราะผู้ว่าจ้างหรือผู้รบจ้าง อย่างไรก็ตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง ล่าสุด อยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ตามแผนงานต้องแล้วเสร็จ 95 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่งานอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่ค้างอยู่พบว่ามีงานอีกหลายอย่าง เช่น ระบบปรับอากาศ, งานระบบสารสนเทศ, สถานีไฟฟ้า, สัญญาณไฟลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นงานจุกติกที่อาจทำให้งานก่อสร้างหลักเดินหน้าไม่ได้ ดังนั้นต้องตรวจสอบ
จากนั้นเปิดโอกาสให้ส.ส.อภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนให้ตั้งกมธ.ฯ วิสามัญเพื่อตรวจสอบ โดย นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า จากการตรวจสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ต.ที่ผ่านมา พร้อมกับสถาปนิก และวิศวกร ทราบว่างานก่อสร้างจะแล้วเสร็จต้นเดือนก.พ.63 ส่วนการต่อสัญญาครั้งที่ 4 ที่สัญญาจะสิ้นสุด 31 ธ.ค.63 นั้น เชื่อว่าอาจมีการต่อสัญญารอบที่ 5 เพราะมีสัญญาด้านระบบสาธารณูปโภค ที่จะสิ้นสุดสัญญา 5 มี.ค.63 เชื่อสภาเสียประโยชน์เพราะต้องเช่าพื้นที่ภายนอก เพิ่มค่าเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนบุคคลที่ได้ประโยชน์ คือ ผู้รับจ้าง ทั้งนี้การตรวจสอบภายใต้อำนาจของกมธ.กิจการสภาฯไม่สามารถเอาอยู่ ดังนั้นต้องให้ทั้งสภาฯช่วยตรวจสอบ
ขณะที่นายไกรก้อง ไวทยาการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่ทำให้สภาฯต้องต่อสัญญางานก่อสร้างออกไป ถึง ครั้งที่ 4 จากการติดตามงานที่ผ่านมา พบว่าการขยายสัญญารอบที่ 1 วันที่ 25 พ.ย.58 - 11 ธ.ค.59 รวมเวลา 387 วัน งานคืบหน้า 30 เปอร์เซ็นต์, รอบที่ 2 วันที่ 16 ธ.ต.59 - 9 ก. พ.61 รวมเวลา 421 วัน งานคืบหน้า 45 เปอร์เซ็นต์ ,รอบที่ 3 วันที่ 10 ก.พ.61 - 15 ธ.ค.62 งานคืบหน้า 75 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ระยะที่ต่อสัญญาครั้งที่ 2 ความคืบหน้างานเพิ่มเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าการส่งมอบพื้นที่และการขนย้ายดิน แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า พื้นที่ก่อสร้างอาคารหลัก ส่งมอบแล้วเสร็จ 11 พ.ย. แต่ที่มีปัญหามีเพียงพื้นที่ 1 งาน ส่วนของโรงเรียนโยธินบูรณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกับงานก่อสร้างหลัก ขณะที่การขนย้ายดินแล้วเสร็จ วันที่ 21 ม.ค.59 ซึ่งช่วงที่มีปัญหานั้นอยู่ภายใต้การกำกับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้นต้องตรวจสอบการกำกับและความจริงใจในยุคดังกล่าว
นายไกรก้อง อภิปรายด้วยว่า การขยายสัญญารอบที่ 4 ช่วง วันที่ 16 ธ.ค.62 - 31 ธ.ค.63 มีเหตุสำคัญ คือ งานนอกระบบสัญญา จากการตรวจสอบพบงานระบบสารสนเทศ หรือ ไอซีที ที่มีมูลค่า 3,000 ล้านบาท ที่มีรายละเอียดงาน 10 ระบบ อาทิ ศูนย์รับส่งสัญญาณดาวเทียม, ไอทีทีวี, ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก, ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์, ระบบห้องเครื่องเสียง, ภาพ, ระบบการลงคะแนนในประชุมวุฒิสภา, ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร , การพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นการประชุม เป็นต้น โดยล่าสุดมีความคืบหน้าเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ตามแผนต่้องแล้วเสร็จ 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นในงานระบบเน็ตเวิร์ค ที่มีรายการสำคัญคือท่อร้อยสาย ล่าสุดพบว่าสภาฯ ยังไม่สามารถหาผู้รับจ้างเดินท่อร้อยสายได้ ซึ่งเชื่อว่าเหตุและปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เกิดการต่อสัญญาครั้งที่ 5 ได้
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าว่า ขอให้กมธ.ฯ ศึกษาเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สภาเสียค่าโง่ เพราะตนมั่นใจว่าการขยายสัญญารอบที่ 4 จะไม่แล้วเสร็จ และต้องต่อสัญญาครั้งที่ 5 ปัจจัยสำคัญ คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้นสิ่งที่กมธ.ฯต้องพิจารณา เพื่ออุดช่องโหว่ที่นำไปสู่การเสียค่าโง่ คล้ายกับคดีคลองด่าน ไม่มีประเด็นที่จะทำให้เสียค่าโง่ แต่หลังจากนั้นพบการขยายสัญญาและต่อสัญญา พบเงินทอนหมื่นล้านบาท ซึ่งตนไม่อยากให้สภาฯ ต้องเสียค่าโง่ ทั้งนี้ปัญหาที่อาจทำให้ต้องต่อสัญญารอบต่อไป คือ การขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ก่อนรับมอบงาน ทำให้มีงานที่ต้องซ่อมแซมและอาจถูกเรียกค่าเสียหาย ที่สภาฯ ต้องเตรียมงบประมาณเพื่อจ่าย ในปี 63 -64
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติโดยมติข้างมาก 354 เสียงเห็นด้วย และงดออกเสียง 2 เสียง ทั้งนี้ตั้งกรรมาธิการ 49 คนใช้เวลาในการพิจารณาภายใน 60 วัน ทั้งนี้นายชวน แจ้งให้ทราบด้วยว่า ตนให้เลขาธิกาารสภาฯศึกษากระบวนการใช้พื้นที่อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องเตรียมการไว้ในอนาคตด้วย.