“วันนอร์” รับ “เพื่อไทย” ทาบให้เป็นแคนดิเดตประธานสภาฯ พร้อมลาออก “หัวหน้าพรรคประชาชาติ” หากถูกเลือกจากสภาฯ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ต่อการถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จากตัวแทน 8 พรรคร่วมรัฐบาลว่า ตนได้รับการประสานมาจากพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลา 14.00 น. เพื่อให้ตนรับตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ หากในที่ประชุมสภาฯ เลือกให้ตนเป็นประธานสภาฯ จะทำงานให้ดีที่สุด เพื่อบ้านเมือง และประชาธิปไตยตามที่ประชาชนคาดหวัง
“ เมื่อได้รับการติดต่อมา ผมไม่ได้คิดนาน ใจจริงแล้วอยากให้พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ตกลงกันเพื่อให้การทำงานราบรื่นดีกว่าพรรคเล็ก ทั้งนี้เมื่อ 2 ฝ่ายตกลงว่า ให้ผมทำงานเพื่อบ้านเมือง อยากให้ทำหน้าที่นี้ ก็ต้องทำหน้าที่ เพราะเป็นภาะของพวกเราทุกคน” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
เมื่อถามว่า การตอบรับตำแหน่งประธานสภาฯ จะทำให้พรรคประชาชาติต้องเสียงโควต้ารัฐมนตรีหรือไม่นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงตำแหน่งบริหาร หรือ รัฐมนตรี เพราะยังไม่ถึงเวลา หากโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯแล้ว คณะทำงานในการจัดตั้งรัฐบาลคงหารือในเรื่องของสัดส่วนของฝ่ายต่างๆ
เมื่อถามว่า หากได้รับเลือกตามรัฐธรรมนูญระบุต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ได้เตรียมการไว้อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะประธานสภาฯต้องวางตนเป็นกลาง แต่ตนขอศึกษาดูก่อนว่าต้องลาออกเมื่อไหร่ เบื้องต้นคาดว่าจะหลังจากมีการโปรดเกล้าฯแล้ว
“ในพรรคต้องมีคนทำงาน ผมคิดว่าไม่ใช่ผมจะเป็นหัวหน้าพรรคตลอดไป หากผมได้เป็นก็ดี เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปได้ทำงานต่อ” หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เป็นประเด็นจับตา นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ไม่อยู่ในข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสนับสนุน แต่พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคการเมืองในสภาฯ อยากเสนอเข้ามาต้องเป็นไปตามขั้นตอน ต้องว่าไปตามกฎหมาย และบทบาท ทั้งนี้ กฎหมายต่างๆนั้น ทุกพรรคมีสิทธิเสนอรวมถึงประชาชน ด้วย เพราะสภาฯยุคนี้ต้องโป่รงใสเพื่อประชาชน ทั้งนี้ ส่วนตัวยินดีให้ทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชนตรวจสอบการทำงานของสภาฯ ได้