เผย “กปน.”ปาดหน้าเซ็นสัญญาโรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ 6.5 พันล้านกับ ITA Consortium แล้วก่อนคำสั่งศาลปกครอง เปิดหนังสือรับรองจาก กปภ.เป็นเหตุทำอุทธรณ์ “วงษ์สยาม”ไร้ผล
วันที่ 28 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองกรณีที่การประปานครหลวง (กปน.) เตรียมเซ็นสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจ้างก่อสร้างและขยายกำลังผลิตน้ำ โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ขนาด 8 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมกับงานที่เกี่ยวข้อง สัญญา GE-MS5/6-9 มูลค่าโครงการ 6,525 ล้านบาท กับบริษัท ITA Consortium โดยศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ชะลอการเซ็นสัญญาออกไปก่อนจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น
ล่าสุด มีรายงานข่าวจาก กปน. ระบุว่า กปน. ได้ลงนามในสัญญาโครงการจ้างเหมาก่อสร้างและขยายกำลังการผลิตน้ำ โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์กับกลุ่ม ITA Consortium ไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งศาลปกครองกลางออกมา จึงไม่สามารถระงับการลงนามในสัญญาซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนในการดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ อีกทั้งการประมูลยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และใกล้สิ้นสุดกำหนดยืนราคาของบริษัทเอกชนที่ชนะประมูลแล้ว
ส่วนกรณีของ บริษัทวงษ์สยามฯ แม้จะเสนอราคาต่ำกว่าคู่แข่ง โดย บริษัทวงษ์สยาม เสนอราคาต่ำกว่า 6,150 ล้านบาท ในขณะที่บริษัท ITA Consortium 6,390 ล้านบาท แต่ข้อเสนอของบริษัทวงศ์สยามไม่ผ่านการพิจาณาและขัดคุณสมบัติด้านเทคนิค และกปน.ได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์กลับไปยังบริษัทเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยยืนยันผลการประกวดที่เคยประกาศไปครั้งแรก (7 มีนาคม 2565) ซึ่งหลังจาก กปน.ได้ตรวจสอบเอกสารคุณสมบัติของบริษัทพบว่า หนังสือรับรองผลงานที่การประปาส่วนภูมิภาคออกให้ใหม่เมื่อ 14 ธันวาคม 64 มีข้อความเพิ่มเติมไม่ตรงกับสำเนาสัญญาและใบแจ้งปริมาณงานที่บริษัทแนบมาก่อนหน้า คือ “เผื่อน้ำสูญเสีย 10%” และเป็นประเด็นสาระสำคัญที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข TOR กำหนดคือ ขนาดกำลังผลิตน้ำไม่ถึง 1 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน (บริษัททำได้แค่ 96,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น)
“ใช้หนังสือรับรองผลงานที่ออกใหม่ จากการประปาส่วนภูมิภาค ลง วันที่ 14 ธันวาคม 2564 ก่อนวันยื่นข้อเสนอเพียงวันเดียว โดยออกเพิ่มข้อความที่ไม่มีในสำเนาสัญญาและไม่มีปรากฏ ในแบบก่อสร้าง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด”
ทั้งนี้ กปน. ยืนยันว่าได้จัดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ในการดำเนินงานทุกขั้นตอน โดยเข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)โดยกรมบัญชีกลาง และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้แต่งตั้ง "คณะผู้สังเกตการณ์อิสระ" เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินงานทุกขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมาคณะผู้สังเกตการณ์ฯ มิได้มีประเด็นข้อกังวลใจใด ๆ ในขั้นตอนการดำเนินการ อันสื่อให้เห็นถึงการดำเนินโครงการนี้ มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน