กมธ.กิจการศาลฯเผยท่อก๊าซปตท.ยังเสี่ยง หลังกก.ตรวจสอบท่อบึ้ม ปากน้ำ กว่า 2 เดือน ไร้ข้อสรุป
กมธ.กิจการศาลฯเผยท่อก๊าซปตท.ยังเสี่ยง หลังกก.ตรวจสอบท่อบึ้ม จ.สมุทปราการ กว่า 2เดือน ยังไร้ข้อสรุป เหตุ ก.พลังงานยังไม่ได้รับรายงานจาก “ตร.- MTEC” ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าท่อก๊าซปตท.ปลอดภัยหรือไม่ ด้าน “จิรายุ”เตือน ปชช. ใช้บริการปั๊ม ปตท.และอยู่ใกล้ท่อก๊าซ ปตท.กว่า 100จุด ระวัง!! อันตราย
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และ กองทุน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม ว่า กมธฯ ได้นำเรื่องความไม่ปลอดภัยของท่อส่งก๊าชของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยมีหน่วยงานมาชี้แจง อาทิกระทรวงพลังงาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งนับจากวันที่เกิดเหตุ 22 ต.ค. 63ถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ จนเป็นเหตุให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ท่อก๊าซของ ปตท.ทั่วประเทศ กว่า100จุด รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เพราะไม่สมารถหาต้นเหตุที่แท้จริงในการป้องกันได้จนถึงปัจจุบัน
นายจิรายุ กล่าวว่า ผู้แทนจากกระทรวงพลังงานได้ตอบถึงผลการสอบได้ไม่ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุใด โดยให้เหตุผลว่าส่วนงานของสถานีตำรวจภูธรเปร็ง อ.บางบ่อ ท้องที่ ที่เกิดเหตุยังไม่ส่งการสอบสวนเบื้องต้นให้คณะกรรมการของกระทวงพลังงาน อีกทั้งผลสอบของ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(MTEC) ก็ยังไม่ส่งให้กับคณะกรมการตรวจสอบจกกระทรวงพลังงาน ทำให้ไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ว่า เกิดเหตุจากคุณภาพของท่อก๊าชของ ปตท.หรือความประมาทเลินเล่อในการตรวจสอบคุณภาพ หรือมีบุคคลที่3ทำไห้เกิดเหตุระเบิดขึ้นแม้ว่าบริษัท ปตท. จะเยียวยาในทางแพ่งเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ต้องมีผู้รับผิดชอบในทางอาญา ซึ่งกมธ.จะตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.มีความเห็นว่าในระหว่างที่ยังไม่มีรายงานผลการสืบสวนสอบสวนแต่เหตุการณ์ล่วงเลยมากว่า 2เดือน แต่ยังไม่มีข้อยุติที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและปลอดภัย กมธ. จึงตั้งข้อสังเกตว่า ระบบการส่งก๊าซของปตท.และปั๊มน้ำมันต่างๆที่บางส่วนอาจรับน้ำมัน หรือก๊าซจากปตท. ยังมีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้บริการหรืประชาชนผู้อยู่อาศัยทั่วประเทศได้ โดยกมธ.ให้ผู้แทนจากกระทรวงพลังงานเร่งรัดผลการสอบสวนและให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ไปสรุปข้อระเบียบที่มีผลกระทบในการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ต่างๆใกล้ท่อส่งก๊าซและน้ำมัน และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดทำแผนรับมือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในกรณีเช่นนี้ขึ้น เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุทำได้เพียงแค่ใช้หน่วยป้องกันภัยท้องถิ่น เช่น อบต.และอบจ. เท่านั้น
นายจิรายุ กล่าวว่า กมธ.มีความเห็นว่าให้เตือนไปยังประชาชนผู้ใช้บริการและอยู่ใกล้เคียงกับท่อก๊าซต่างๆให้เฝ้าระวังในเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากยังไม่สมารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ ทั้งนี้ กมธ.จะรอผลสอบซึ่งผู้แทนจกกระทรวงพลังงานแจ้งว่า ยังไม่ได้รับผลสอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ MTEC ภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ หากเลยกำหนดเวลา ทางกมธ.จะลงพื้นที่ตรวจสอบ และยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีถึงความปลอดภัยต่อไป