นายกฯ ยัน ครม.พร้อมแจงปมเงินทอนวัคซีน ท้าไปหาเข้ากระเป๋าใคร สั่งหาตัวคนอยู่เบื้องหลังม็อบ ยันไม่เคยสั่งตร.ใช้กระสุนจริง

การเมือง31 ส.ค. 2564 • 07:53 น.
นายกฯ ยัน ครม.พร้อมแจงปมเงินทอนวัคซีน ท้าไปหาเข้ากระเป๋าใคร สั่งหาตัวคนอยู่เบื้องหลังม็อบ ยันไม่เคยสั่งตร.ใช้กระสุนจริง
เมื่อเวลา 13.48 น. วันที่ 31 ส.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงในการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า หลายอย่างเราคิดไม่ตรงกัน เพราะประสบการณ์ต่างกัน ท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ส่วนตนเป็นนายกฯ ในการจัดทำงบที่ท่านบอกว่า รัฐบาลทำแบบขาดดุลไม่มีความก้าวหน้า ใช้เงินเพื่อปูพื้นฐานทางการเมือง ท่านรู้ดีเหลือเกิน เพราะตนไม่เคยทำ งบประมาณเอามาใช้ตามสถานการณ์โควิด – 19 ส่วนงบกลางเป็นแผนการใช้จ่ายตามระเบียบ ตนไม่สามารถไปชี้นิ้วอะไรได้ ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองตรวจสอบทุกประการ ตนไม่อยากมีปัญหาแบบก่อนหน้านั้น ที่มีเรื่องทุจริต อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของประเทศไทยยังดีอยู่มาก เวิลด์แบงค์ประเมินสถานะการเงิน การคลัง ของไทยยังดีอยู่เช่นเดิม การจะกู้หรือจะใช้เงินเขารับรองให้เราหมด เราจะทำเท่าที่จำเป็นในสถานการณ์โควิด - 19 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราต้องใช้โอกาสที่บ้านเมืองเราสงบสุข มีเสถียรภาพ มีความมั่นคง ไม่ใช่สนับสนุนให้มีความวุ่นวาย วันนี้มีการตรสจสอบอยู่ว่าเป็นใครที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ในส่วนของรัฐบาลทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ตำรวจก็ฝ่ายบริหาร และอย่าลืมอีก 2 อำนาจ คือ อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ รัฐบาลกับตำรวจก็ทำเต็มที่ “การที่บอกว่าใช้อำนาจกับประชาชน กับเด็ก ถามว่าใช่ที่ที่ควรไปหรือไม่ ท่านบอกว่าผมใช้อาวุธ แต่ผมไม่เห็นตำรวจใช้อาวุธจริงสักคน ท่านมองไม่ออกหรือว่าอันไหนอาวุธจริงหรืออาวุธปลอม อันไหนกระสุนจริง กระสุนปลอม มีแต่ตำรวจถูกยิงทุกวัน แล้วทำไมถึงบอกว่าตำรวจใช้ความรุนแรง ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง อย่าไปเลือกดูภาพในโซเชียลมีเดีย เพราะขึ้นอยู่กับฝ่ายไหนจะเอาออกมา แต่ยืนยันว่าไม่มีการสั่งการให้ตำรวจใช้อาวุธจริง ก็คอยดูต่อไปว่าใครเป็นผู้ที่ทำให้เรื่องเกิดขึ้นมาก่อน และด้วยแรงสนับสนุนจากใคร นี่คือสิ่งที่รัฐบาล และประเทศไทยต้องระมัดระวังที่สุด ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างๆออกมาเพื่อให้ประชาชนรักนั้น อยากบอกว่าผมจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการประชาธิปไตย ผมไม่สามารถไปหลอกล่อใครได้ ตอนนี้ประชาชนเปิดหูเปิดตามากขึ้นแล้ว” นายกฯ กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนนึกถึงประชาชนทุกวัน ที่ต้องทำงาน WFH และต้องกักตัว 14 วันจริงๆ เพราะคนที่ถ่ายรูปข้างตนติดโควิด-19 ตนทำงานทุกวันที่ทำเนียบรัฐบาล แต่เป็นการประชุมออนไลน์คุยกันผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดต่อกันทุกวัน การทำงานเป็นแบบนี้ วันนี้เป็นโลกยุคใหม่แล้ว นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเงินทอนการจัดซื้อวัคซีน ท่านไปหามาว่าใครได้ ตนยอมรับการตรวจสอบทุกชนิด อย่าบอกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ถูกตรวจสอบ ที่ผ่านมามีการตรวจสอบทั้งหมด ตนคิดว่าท่านเข้าใจอะไรไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ และที่บอกว่าท่านใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือประชาชนมากว่าตน ทุกวันนี้ตนรับแต่เงินเดือน ไม่มีลูกหลานทำธุรกิจอะไรใช้แต่เงินเดือนเท่านั้น และตนสวดมนต์ทุกวัน ดังนั้นจะไม่ทำอะไรที่ผิด ที่จริงตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ตนต้องชี้แจงที่ต้องพูดเพราะเห็นว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นพี่ แต่ท่านก็ตำหนิน้องท่านมากไปหน่อย จะให้ฝ่ายค้านมาชมตนก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่อยากให้คำนึงถึงความจริง “อยากฝากไปถึงประชาชนที่ฟังอยู่ ให้ดูหน้าผม ผมพูดจากหัวใจ จากสมองที่ท่านบอกว่าน้อยนิดของผม แต่ท่านอย่าลืมว่าผมมีประสบการณ์ 6 – 7 ปีมาแล้ว นี่คือความแตกต่างที่ผมอาจจะรู้มากกว่าท่าน ส่วนเรื่องโควิดกับเศรษฐกิจก็ต้องว่ากันต่อไป ส่วนเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน เราพยายามแก้ปัญหามาตลอด รายละเอียดต่างๆรองนายกฯ พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ผมยืนยันรัฐบาลทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เป็นห่วงเป็นใยประชาชน และพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะมาตลอด ตอนที่รองนายฯ ชี้แจงขอให้ท่านฟังด้วยก็แล้วกัน ถ้าไม่ใช่ก็ตรวจสอบ แต่ถ้าไปพูดข้างนอกอาจจะมีปัญหา ผมไม่ได้ขู่ เพราะแม้จะเป็นการพูดในสภาก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน” นายกฯ กล่าว