"เชาว์" สุดทนเตือน "โรม" หยุดคุกคามศาล ชี้เข้าข่ายขัดมาตรฐานจริยธรรม จงใจปลุกปั่นให้ ปชช.หลงผิด

การเมือง22 เม.ย. 2565 • 05:01 น.
"เชาว์" สุดทนเตือน "โรม" หยุดคุกคามศาล ชี้เข้าข่ายขัดมาตรฐานจริยธรรม จงใจปลุกปั่นให้ ปชช.หลงผิด
"เชาว์" สุดทนเตือน "โรม" ครั้งสุดท้าย หยุดคุกคามศาล หลังโวยจี้เปิดเผยชื่อผู้พิพากษาที่สั่งคดี ชี้เข้าข่ายขัดมาตรฐานจริยธรรม ข้อ 15 บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร จงใจปลุกปั่นให้ ปชช.หลงผิดในข้อเท็จจริง ซัดทำผิดซ้ำอีก จ่อร้อง ป.ป.ช.ทันที วันที่ 22 เม.ย.65 นายเชาว์ มีขวด ทนายความอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง คำเตือนสุดท้ายถึง “รังสิมันต์ โรม” หยุดคุกคามอำนาจตุลาการทันที มีเนื้อหาระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าเอือมระอามากสำหรับพฤติกรรมของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ยังคงมีเจตนาคุกคามอำนาจตุลาการ ทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ทำหน้าที่ธำรงความยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดออกมาเปิดประเด็นให้เปิดเผยชื่อผู้พิพากษา ในคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ พร้อมปลุกระดมว่าทำไมประชาชนจะตรวจสอบอำนาจศาลบ้างไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่านอกจากเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขัดจริยธรรมแล้ว ยังแสดงถึงความจงใจที่จะสั่นคลอนอำนาจตุลาการ ด้วยการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงกับประชาชนด้วย เริ่มจากที่ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อผู้พิพากษา เป็นเรื่องที่นายโรม ซึ่งนอกจากจบกฎหมาย ยังเป็นกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรด้วย พึงต้องรู้อยู่แล้วว่าคดีความต่าง ๆ คู่ความที่เกี่ยวข้องย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าผู้พิพากษาท่านใดเป็นเจ้าของสำนวนหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือคำสั่งใด เพราะจะปรากฎชื่ออยู่ที่ปกสำนวนและในคำพิพากษาหรือคำสั่งและในรายงานกระบวนพิจารณาทุกครั้ง แต่ไม่ใช่ว่าเอาชื่อนั้นไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อนำไปสู่การล่าแม่มด กดดัน คุกคามผู้พิพากษา ให้กระทบกระเทือนต่อกระบวนพิจารณาคดีต้องเสียไป นายเชาว์ กล่าวต่อว่า การกระทำของนายโรมผิดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างชัดเจน ตามจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ในข้อ 15 ที่ให้นำมาบังคับ ระบุว่า ต้อง”ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบ ของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน” แต่นายโรมกลับบิดเบือนข้อมูลให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด จงเกลียดจงชังต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และยังมีความพยายามที่จะทำให้หลักการถ่วงดุลอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยเสียไปด้วย เพราะการปลุกระดมว่า ประชาชนจะตรวจสอบอำนาจศาลบ้างไม่ได้หรือ ทั้ง ๆ ที่นายโรมซึ่งเป็นส.ส.ย่อมรู้ดีว่า ในส่วนของอำนาจตุลาการ มีระบบตรวจสอบถึง 3 ศาล นอกจากนี้ยังคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.)เป็นผู้ดูแล ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการอีกชั้นหนึ่ง หากพบมีใครทำไม่ถูกต้อง สามารถร้องเรียน ก.ต.ให้จัดการได้อยู่แล้ว "นี่เป็นเสียงเตือนครั้งสุดท้ายจากผมถึงนายโรม ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมซ้ำซากเช่นนี้ ผมจะไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบมาตรฐานทางจริยธรรมเกี่ยวกับกรณีนี้ เพราะคิดว่าเข้าข่ายขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ 15 แล้ว และอยากฝากไปถึง ป.ป.ช.ด้วยว่า เรื่องนี้ถือว่าความปรากฏแล้ว เหตุใดไม่มีการหยิบยกมาพิจารณา ท่านไม่ต้องรอให้มีคนไปร้องเรียน ท่านทำเองได้เลย แต่ถ้าท่านยังไม่ทำ และนายโรมยังไม่สำนึก มีพฤติกรรมทำผิดซ้ำซาก ผมจะไปร้อง ป.ป.ช.ด้วยตัวเอง”นายเชาว์ กล่าว