"โรม" อัดรบ.สองมาตรฐาน ชี้ "ม็อบเสื้อเหลือง" มีเส้น ดูแลดี "บิ๊กช้าง" ยันยึดกม.-ดำเนินการเท่าเทียมกัน

การเมือง4 พ.ย. 2563 • 13:12 น.
"โรม" อัดรบ.สองมาตรฐาน ชี้ "ม็อบเสื้อเหลือง" มีเส้น ดูแลดี "บิ๊กช้าง" ยันยึดกม.-ดำเนินการเท่าเทียมกัน
       วันที่ 4 พ.ย.63 เมืื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญนัดแรก ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม  ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณากระทู้ถามสด ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถามพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อสลายการชุมนุมของประชาชนในพื้นที่กทม.หลายครั้ง และไม่ได้ขอหมายจากศาล และการดำเนินคดีของแกนนำผู้ชุมนุมและแนวร่วมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116  เพราะการชุมนุมทางการเมืองมีหลายกลุ่มทั้งคนเสื้อเหลือง และกลุ่มราษฎร โดยกลุ่มคนเสื้อเหลือง พบจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและบุคลากรท้องถิ่น โดยคำชักชวนของรัฐมนตรีบางพรรคและผู้ว่าราชการจังหวัดมีการอำนวยความสะดวกอย่างดีจากรัฐ ไม่มีการสลายการชุมนุม บางกลุ่มเผยแพร่ผ่านเพจกรมประชาสัมพันธ์ และใกล้เขตพระราชฐาน ขณะที่กลุ่มราษฎร ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกทำร้ายจากคนอีกกลุ่ม แต่ไม่ได้รับความสะดวก พบการสลายการชุมนุมและนำรถผู้ต้องขังมารอรับ           นายโรม กล่าวอีกว่า ขอตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐสองมาตรฐาน ฝั่งหนึ่งเสิร์ฟน้ำให้ อีกฝั่งฉีดน้ำใส่ ฝั่งหนึ่งมีรถห้องน้ำ อีกฝั่งมีรถผู้ต้องขังและอยากทราบว่าจนถึงวันนี้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ไปทำร้ายร่างกายนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยารามคำแหงมีการดำเนินคดี แล้วหรือยัง นี่คือม็อบมีเส้นหรือไม่             ด้านพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงแทนนายกฯ ยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย และใช้หลักการสากล อาทิ การชี้แจง การเจรจา และได้เตรียมหมอ พยาบาล เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามประกาศของนายกฯ​ที่ยึดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ ทั้งนี้รัฐบาลห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอน ดูแลความปลอดภัยตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะถูกร้องเรียนว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย รัฐบาลตระหนักถึงการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ แต่ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแม้รับรองสิทธิเสรีภาพ แต่มีเงื่อนไขคือต้องเป็นไปตามกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น โดยเฉพาะพฤติกรรม ยั่วยุ ก้าวร้าว ก้าวล่วง เพื่อสร้างความเกลียดชังที่จะเป็นชนวนสร้างความแตกแยกในสังคม           พล.อ.ชัยชาญ กล่าวต่อว่า การตัดสินใจขอคืนพื้นที่ในวันที่ 13 ต.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะมีหมายกำหนดการขบวนเสด็จ เวลา 15.00 น.​เจ้าหน้าที่จึงตรวจพื้นที่ เข้าเจรจาให้ผู้ชุมนุมรวมตัวบนทางเท้า เพื่อให้ปลอดภัยอย่างสมเกียรติ และก่อนจับกุม ได้เจรจาโดยเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทน แม้จะถูกสาดสีใส่ ส่วน วันที่ 14 ต.ค.มีคำถามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่หารือเพื่อปรับแนวทาง โดยเส้นทางรองต้องผ่านผู้ชุมนุมจำนวนมากเช่นกัน หากจะปรับทางอื่นต้องวางกำลังใหม่ อาจทำได้ไม่เรียบร้อย  ดังนั้นทุกหน่วยงานได้วางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ ส่วนการขอคืนพื้นที่ วันที่ 16 ต.ค.ที่แยกปทุมวัน เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอน          พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ส่วนกรณีของคนเสื้อเหลืองที่แสดงความจงรักภักดี เป็นความรู้สึกของประชาชนที่แสดงความเห็นปกป้องสถาบันที่คนไทยทุกคนเชิดชู กรณีที่บอกว่าเมื่อมาแล้วทำไมดูแลอำนวยความสะดวกให้ เพราะวันที่ 1 พ.ย.มีพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ถือว่าประชาชนมาร่วมงานพระราชพิธี ไม่เข้าข่ายการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ทั้งนี้มีบางกลุ่มแจ้งการชุมนุมและไม่แจ้งการชุมนุม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลตามกรอบกฎหมาย อย่างเท่าเทียมกัน          นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนผิดหวังในคำตอบ เพราะต้องการทราบชื่อว่าใครสั่งการ ผิดหวังต่อการสลายการชุมนุม และผิดหวังต่อการไม่ดำเนินคดีคนเสื้อเหลือง ที่ถูกมองว่าเป็นม็อบมีเส้น ซึ่งทำร้ายกลุ่มราษฎรที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และขอให้ระวังเพราะพูดเหมือนกับการชุมนุมและการรับเสด็จเป็นการกระทำแบบเดียวกัน ยังทราบว่าการดูแลพื้นที่มีเจ้าหน้าที่จากต่างจังหวัดถูกเกณฑ์เข้ามาดูแลสถานการณ์ จำนวน 1.4 หมื่นนาย และเชื่อว่าจะใช้งบประมาณต่อวัน ถึง 8.4 แสนบาท จึงขอทราบถึงงบประมาณที่ดำเนินการ และการร้องเรียนจากตำรวจที่ปฏิบัติงาน ที่ระบุว่าพบการหักหัวคิวเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจแต่ละนายได้รับค่าอาหารเป็นจำนวน 60 บาทต่อกล่อง แต่เมื่อเปิดดูหน้าตาอาหารต่อกล่อง มีแค่ปีกไก่ 1 ชิ้ง บางกล่องมีแค่ไข่ต้มกับน้ำพริก ดูแล้วมีความผิดปกติ เพราะส่งตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่แต่ไม่ดูแลให้สมศักดิ์ศรี ตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ถูกประชาชนด่าเพื่อปกป้องคนที่สั่งการให้ได้หน้า เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ อยากทราบว่ามีการหักค่าหัวคิว ค่าเบี้ยงเลี้ยง ค่าอาหารจริงหรือไม่        พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับทุกกลุ่ม โดยการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากต่างจังหวัดนั้น เพราะตำรวจควบคุมฝูงชนมีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติตามแผน จึงต้องผลัดเปลี่ยนกำลังจากต่างจังหวัดมาช่วยปฏิบัติการ ส่วนอาหารนั้น เป็นนโยบายสำคัญของนายกฯ​ที่ให้ดูแลสิทธิ ที่อยู่ เบี้ยเลี้ยง และอาหารเต็มที่  ซึ่งหมุนเวียน 15 -20 วัน ส่วนการตรวจสอบหักหัวคิวนั้น ผบ.ตร.​ตรวจสอบข้อเท็จจริง บางส่วนเบิกจ่ายงบประมาณ โดยไม่ได้เบิกจ่ายตามงบประมาณ แต่เป็นการบริหารงานของหน่วยงาน ทั้งนี้มีนโยบายให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่เพื่อขวัญและกำลังใจในการทำงาน