"ไทยไม่ทน" จี้ "บิ๊กตู่" ลาออก จวก 7 ปีประเทศล้มเหลว ด้าน "จตุพร" เย้ย "แรมโบ้" ขอให้รักบิ๊กตู่นาน ๆ เหมือนรัก "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์"

การเมือง25 พ.ค. 2564 • 11:39 น.
"ไทยไม่ทน" จี้ "บิ๊กตู่" ลาออก จวก 7 ปีประเทศล้มเหลว ด้าน "จตุพร" เย้ย "แรมโบ้" ขอให้รักบิ๊กตู่นาน ๆ เหมือนรัก "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์"
"ไทยไม่ทน" บุก "ทำเนียบฯ" จี้ "บิ๊กตู่" ลาออก จวก 7 ปีประเทศล้มเหลว ยก "ป๋าเปรม" ตัวอย่างคนรู้จักพอ ขณะที่ "แรมโบ้" ป๊อด! ส่งรองปลัดสปน.รับหน้าแทน "จตุพร" เย้ย ขอให้รัก "ประยุทธ์" นานเหมือนรัก "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มไทยไม่ทน "คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย" นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ ยื่นหนังสือ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯเนื่องจากการบริหารงานมา 7 ปี ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ ทั้งเรื่องการปฏิรูปประเทศที่ล้มเหลว การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่เข้ากับยุคสมัย การสร้างความปรองดองที่ไม่ได้ผล เพราะปัจจุบันความขัดแย้งทางการเมืองยังมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นก็มีพัฒนาการที่เสื่อมถอย มีปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำมาตลอด 7 ปี รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดิน 20.8 ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขคนจนยังพุ่งสูงขึ้น 100% นอกจากนี้การละเมิดสถาบันยังเป็นปัญหาที่แบ่งแยกประชาชน โดยเฉพาะบุคคลในอำนาจรัฐและเครือข่ายกลับแอบอ้างเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าอยู่เพื่อปกป้องสถาบัน แต่ความจริงแล้วไม่เคยออกมาปกป้อง ยกตัวอย่างได้จากการเกิดข่าวลือต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังนิ่งเฉยปล่อยประละเลยไม่ออกมาชี้แจง และยังใช้มาตรา 112 มุ่งทำลายบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง ทั้งที่มาตรา 112 ไม่สามารถที่จะใช้แบล็กเมล์หรือปกป้องรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์อ้างอีกว่าวันนี้อยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 มีการประกาศยึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรีถึง 3 ครั้งเพื่อรวมอำนาจไว้ที่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาโควิด-19 ได้ และยังไม่ยอมรับผิดชอบ ดังนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ โควิดก็คงยังอยู่ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอ้างว่าอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่นแต่ความจริงแล้ว การทุจริตไม่ได้หมดไปและยังคงเกิดขึ้น อย่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท ก็เป็นจุดหนึ่งที่เสี่ยงจะเกิดการทุจริตได้ โดยที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดโอกาสให้มีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่นายกฯ และไม่ต้องห่วงว่าจะทำหน้าที่ไม่ได้ เพราะเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นได้ คนอื่นก็เป็นได้ ขอให้ลาออกไปเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ ปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามประชาธิปไตยและอยากให้ดูตัวอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้มาเป็นตัวอย่างให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ทั้งหมด แต่พล.อ.เปรมรู้จักพอ หลังจากดำรงตำแหน่งมา 8 ปี ก็ปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่งจากการเสนอชื่อของนักการเมือง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่ต้องรู้จักพอ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่านายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการจะมาเป็นผู้รับหนังสือเอง แต่ไม่ออกมารับหนังสือเองแต่กลับส่งตัวแทนมารับ ทำให้นายจตุพร กล่าวถึงนายเสกสกลว่า ตนคิดว่านายเสกสกลน่าจะประเมินแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ตนมาไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มาไล่นายเสกสกล ก็ขอให้นายเสกสกลรัก พล.อ.ประยุทธ์นานๆเหมือนกับที่รักนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มไทยไม่ทนมีกำหนดการจะไปยื่นหนังสือที่พรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้(26 พ.ค.) และวันที่ 27-28 พ.ค.จะไปที่กองบัญชาการกองทัพบก และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้บัญชาการกองทัพบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลาออกจากตำแหน่ง ส.ว.เพราะจะได้มีเวลาทำงานตามหน้าที่ราชการเต็มที่