‘ศรีสุวรรณ’ สงสัยเขตจตุจักร จะทุบถนนสาธารณะทิ้ง เพื่อนำมาสร้างบ้านมั่นคง

การเมือง26 พ.ย. 2565 • 09:14 น.
‘ศรีสุวรรณ’ สงสัยเขตจตุจักร จะทุบถนนสาธารณะทิ้ง เพื่อนำมาสร้างบ้านมั่นคง

 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าไ ด้รับแจ้งจากชาวบ้านในซอยงามวงศ์วาน 59 ว่าในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย.65 นี้ ผอ.เขตจตุจักรได้มีหนังสือเชิญชวนชาวบ้านในซอยดังกล่าวเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงซอยงามวงศ์วาน 59 ระยะทาง 770 เมตร ณ โรงเรียนวัดเทวสุนทร
           

ทั้งนี้ซอยดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะและสวนสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมากว่า 80 ปี มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 21 ตรว.แต่ทราบมาว่ากรมธนารักษ์ได้นำไปให้สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเช่าในราคาถูกเพื่อสร้างบ้านพักอาศัยแล้ว โดยขณะนี้กรมธนารักษ์ได้นำป้ายมาปักบริเวณสวนหย่อมที่ชาวบ้านร่วมกันพัฒนาขึ้นมาว่า “ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้ามาใช้ประโยชน์ หรือทำให้ทรัพย์สินเสื่อมเสีย เสียหาย หากผู้ใดฝ่าฝืน จะดำเนินคดีตามกฎหมาย” ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน/ชุมชนมาอย่างยาวนานก็ตาม


           ดังนั้น การที่ ผอ.เขตจตุจักร จะมาเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนั้น หากพิจารณาดูตามแผนภาพแบบแปลนของถนนดังกล่าวแล้วพบว่า จะมีการทุบถนนเดิมทิ้งแล้วรื้อย้ายแนวถนนเดิมซึ่งเป็นเส้นตรงริมคลองเปรมประชากรตลอดสายออกไป แล้วขยับไปสร้างแนวใหม่ชิดเขตแดนของที่ดินเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้แนวถนนใหม่มีลักษณะวกไปวนมา เพราะไม่กล้าที่จะสั่งให้รื้อย้ายอาคารของสำนักระบายน้ำที่ก่อสร้างโดยผิดกฎหมายที่ขวางกั้นแนวถนนอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดจุดหักมุม 90 องศา เป็นอุปสรรคต่อการใช้รถใช้ถนน การดับเพลิง และขนย้ายผู้ป่วย


           เป็นที่น่าสงสัยว่าที่ดินขนาด 8 ไร่ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลสถานีบางเขนไม่ถึง 100 ม. ราคาประเมินปัจจุบันประมาณ ตรว.ละ 500,000 บาท รวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านบาท หากกรมธนารักษ์นำไปปล่อยเช่าตามเกณ์ทั่วไปจะได้เงินเข้ารัฐเดือนละ 8 ล้านบาท แต่นำมาให้สหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคงเช่าสร้างบ้านมั่นคง 97 หลังจะได้ค่าเช่าประมาณเดือนละ  10,000 กว่าบาทเท่านั้น แต่จะเป็นการลิดรอนสิทธิ์ผู้อยู่อาศัยอื่นๆในพื้นที่ รวมทั้ง


              ที่สำคัญทราบมาว่าผู้ที่จองสิทธิ์ในบ้านมั่นคง มีการสวมสิทธิ์ให้ผู้จองเช่ารายใหม่ที่ไม่ใช่คนในชุมชนริมคลองจริง และบางครอบครัวมีการจองบ้านเกือบ 10 หลัง ผู้จองสิทธิ์บางคนมีบ้านเป็นหลักแหล่งอยู่ที่อื่นอยู่แล้ว แต่มีการเชิญชวนจากเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาร่วมจองหรือซื้อสิทธิ์ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นย่านที่มีความเจริญใจกลางเมืองใกล้ระบบขนส่งมวลชน “ล้อ-ราง-เรือ” ของ กทม.


              การทุบพื้นที่ถนนสาธารณะริมคลองเปรมประชากรทิ้ง แลวนำไปให้สหกรณ์เช่าปลูกบ้านอาศัย อาจได้ว่าเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะถนนเดิม กทม.เคยนำงบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชนมาปรับปรุงเทพื้นคอนกรีตแอสฟัสต์มาหลายครั้ง แต่กลับมีความพยายามที่จะรื้อทิ้งไปสร้างใหม่ในพื้นที่อื่น อาจเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ เรื่องนี้ขอเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ว่าถ้ากล้าทำ ก็ต้องกล้าที่จะรับผลที่ตามมาด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด