“ทิพานัน” ซัด “เศรษฐา” แผ่นเสียงตกร่อง บิดเบือนข้อมูล ยก “ประยุทธ์” เป็นผู้นำมียุทธศาสตร์บริหาร สร้างชื่อเสียง-ประโยชน์ ให้ประเทศ
วันที่ 16 เม.ย. 66 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พาดพิงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยเดินหน้าหาตลาดใหม่ ว่า การบิดเบือนซ้ำซากถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของพี่น้องประชาชน ที่ทุกวันนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารย้อนกลับได้ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนพบความจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้น เป็นผู้นำที่มาก่อนกาล ทำแล้ว ทำอยู่ และทำต่อ
น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า แต่เมื่อนายเศรษฐาเป็นแผ่นเสียงตกร่องในเรื่องนี้ ตนก็ขอย้อนข่าวเก่าเมื่อปี 2560 ให้นายเศรษฐาได้อัพเดทข้อมูลและอ่านอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ริเริ่มการเปิดตลาดกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2560 โดยพล.อ.ประยุทธ์นำคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของไทยเข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets and Developing Countries หรือ EMDCD) ในช่วงการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิก BRICS ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และแอฟริกาใต้ และยังมีอีก 4 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ อียิปต์ เม็กซิโก ทาจิกิสถาน กินี ซึ่งในครั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้พบ และหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ได้แก่ (1) นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน (2) นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย (3) นายเอมอมาลี เราะห์มาน ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน และได้พบปะสนทนากับ (4) นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย (5) นายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล (6) นายเอนริเก เปนญา นิเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก และ (7) นายอาลฟา กงเดประธานาธิบดีกินี (8) นายอับดุล ฟัตตาห์ อัสซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ และ (9) นายเจคอบ ซูมา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน
น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า ผู้นำที่มียุทธศาสตร์การบริหาร สามารถที่จะเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มโอกาสและขีดความสามารถให้กับประเทศ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ในมิติต่างๆ เช่น ในการประชุมเอเปค 2022 ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการช่วยหาเสียงสนับสนุนให้กับประเทศไทยในการการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028 ภายใต้ชื่องาน Expo 2028 – Phuket, Thailand ระหว่างวันที่ 20 มี.ค.-17 มิ.ย.2571 เพื่อส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก และมีการประเมินว่างานนี้จะมีผู้ชมเข้าร่วมงานประมาณ 4.9 ล้านคน เพิ่มเม็ดเงินสะพัด 49,000 ล้านบาท เพิ่มมูลค่า GDP 39,000 ล้านบาท มีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 9,500 ล้านบาทและเกิดการจ้างงานในพื้นที่ถึง 113,000 อัตรา
“ผลงานพล.อ.ประยุทธ์ ที่จารึกเป็นประวัติศาสตร์ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติคือการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียในรอบกว่า 3 ทศวรรษ ที่นอกจากด้านการค้าแล้ว ไทยยังได้ประโยชน์ในมิติอื่นๆ จากซาอุฯ และกลุ่มประเทสโอเปคซึ่งเป็นตลาดการค้าที่ใหญ่ของโลกและมีกำลังซื้อสูง เพิ่มโอกาสทั้งด้านการส่งออกอาหารฮาลาลจากไทย และการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป กำลังเดินหน้าไปด้วยดี ด้วยหลักการให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุดโดยเฉพาะในเรื่องของเกษตรกรรม และยังมีการเจรจาระหว่างชาติสมาชิกเอเปก และOECD ในการขอกรีนเลนส์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสินค้าจากประเทศไทยแล้ว ซึ่งในขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโยบายที่จะช่วยต่อยอดสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชนที่โปร่งใส วัดผลได้ในระดับฐานราก เดินหน้าโมเดล BCG ที่เพิ่มโอกาสให้กับประชาชน เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศ 4 ล้านล้านบาท” น.ส.ทิพานัน กล่าว