“ชวน”รับรธน.60 แก้ไขยาก
“ชวน”รับเห็นใจคนคิดแก้รธน.ระบุ รธน.ปี 60 ปิดทางแก้ยาก แนะเปิดช่องแก้รายมาตราง่ายกว่า “บิ๊กป้อม” ย้ำฟรีโหวตล้มวาระ 3 ปัดหักหลังพรรคร่วม ยันรธน.ต้องแก้ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ “จุรินทร์” ลั่นปชป.ทำสุดทางแล้ว จ่อจับมือรบ.ร่วมสะเดาะกุญแจ ม.256 หวังแก้รธน.รายมาตราแทน พร้อมเดินหน้าโหวตผ่านกม.ประชามติ ส่วน“ภูมิใจไทย”ปัดเล่นเกมวอล์กเอาท์แก้รธน. “ชาดา” ยันไม่แคร์ต้องรักษาอำนาจให้ใคร เชื่อหากไม่เคลียร์กระทบการทำงานในสภาของพรรคร่วมรบ.แน่ ด้าน “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ผิดหวัง จี้ถาม “บิ๊กตู่-อ.วิษณุ” รับผิดชอบ เหตุเคยรับปากเร่งรัดแก้รธน.เร็วที่สุด “สมพงษ์” เดินหน้าร่างพ.ร.บ.ประชามติ เตรียมเสนอแก้รธน.อีกครั้ง หลังเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้า
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.64นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการภายหลังที่ประชุมรัฐสภาลงมติโหวตไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในวาระ 3 ว่า “จบไปแล้ว” ส่วนการเสนอแก้รายมาตรานั้น คงต้องเสนอในสมัยประชุมหน้า ส่วนประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและการทำประชา มติ ยังไม่มีอะไรชัดเจนและคงไม่มีใครตอบได้
เมื่อถามว่า เป็นไปไม่ได้แล้ว ใช่หรือไม่ ที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญเขียน เพื่อไม่ให้แก้ไข หลักๆ คือเขียนเพื่อให้แก้ยากที่สุด ฉะนั้นไม่ง่ายตั้งแต่ต้น ก็เห็นใจคนที่คิดจะแก้ ไข เพราะการแก้ยากมาก แต่หากมีการแก้รายมาตราอาจจะง่ายกว่า แต่ทางศาลรัฐธรรมนูญไปตีความว่าการแก้จะมีผลกระทบต่อรัฐธรรมนูญ ปี 60
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีมีการโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ ว่า ไม่รู้ เมื่อถามว่า คุยกับพรรคร่วมเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่มีอะไร ไม่มีผลกับการร่วมรัฐบาล เพราะเราปล่อยให้ฟรีโหวต เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุให้ทำประชามติก่อน แต่ นายไพบูล นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุให้เดินหน้าไปเลย เท่ากับไม่รับคำวินิจฉัยศาลใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่รู้ ยังไม่ได้คุย ยืนยันว่า เราตั้งใจจะแก้เราแก้อยู่แล้ว แต่จะแก้อย่างไร ต้องแก้ให้ถูกระเบียบตามที่มีอำนาจ
เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย ระบุ พรรคพลังประชารัฐหักหลังเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า หักหลังเรื่องอะไรก็บอกว่าฟรีโหวต จะไปหักหลังอย่างไร เมื่อถามถึงการวอล์คเอาท์ของพรรคภูมิใจไทยในญัตติสำคัญ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไรก็ต้องไปถามเขาเอง เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าเรื่องนี้จะเป็นรอยร้าวระหว่างพรรคร่วม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภู มิใจไทยจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไรตอนนี้ก็เห็นยังดีกับตน
ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้ทำหน้าที่สุดทางและสุดความสามารถแล้วในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าพรรคจะยืนอยู่จุดเดิมคือต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ และหากคิดได้แบบเร็วๆ อย่างน้อยขณะนี้ เราต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะว่ากุญแจดอกใหญ่ที่ค้องประตูประชาธิปไตยไว้ไม่ให้เปิดออกหรือเปิดได้ยาก คือ มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดไว้อย่างซับซ้อน เช่น การลงมติเห็นชอบวาระที่สามต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และในจำนวนนั้นต้องเป็นเสียงของส.ว. 84 เสียง และต้องมีเสียงของฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ฉะนั้นถ้าไม่สะเดาะกุญแจดอกนี้ออกเสียก่อนประตูประชาธิปไตยก็จะเปิดออกยาก และการจะแก้ไขมาตราอื่นๆก็จะแก้ไขไม่ได้เลยหรือยากมากซึ่งคงต้องหารืออีกครั้งในที่ประชุมวิปรัฐบาล
เมื่อถามถึงการจัดทำประชามติ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ประชามติให้ได้ เพราะเป็นกฎหมายสำคัญ ที่จะใช้ดำเนินการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะมีการกำ หนดว่าหากจะแก้ไขบางมาตราจำเป็นต้องทำประชามติ ฉะนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายประชามติ การแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะมาติดหล่ม ดังนั้น เราต้องผ่านกฎหมายประชามติไว้ก่อนเพื่ออนาคต
เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองในอนาคตที่อาจจะมีการยุบสภา นายจุรินทร์ กล่าวว่า การยุบสภาเป็นกลไกหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย และหากมีการยุบสภาเราก็จะย้อนกลับไปใช้กติกาเดิมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเมืองก็อาจจะย้อนมาที่เดิม
ส่วน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการวอล์คเอาท์การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 ว่า ในการประชุมเมื่อวาน(17มี.ค.)ทุกพรรคเล่นเกมการเมือง ซึ่งเป็นความต้องการที่ไม่ต้องการให้แก้ ก็ต้องไปตอบประชาชนเอา สำหรับการเสนอญัตติของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อให้โหวตวาระ 3 นั้น เป็นการเสนอขึ้นมากลางอากาศ และคุยมากัน 9 ชั่วโมง แต่มาใช้เสียงข้างมาก ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า เรื่องนี้ถือว่าผิดมารยาททางการเมือง จะมีผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ซึ่งเรื่องการร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค แต่เชื่อว่าการทำงานในสภาของพรรคร่วมรัฐบาล คงจะไม่ราบรื่น ถ้าไม่มีการพูดกันให้ชัดเจน
เมื่อถามว่า พรรคฝ่ายค้านมีเสียงตีกลับว่าพรรคภูมิใจไทยเล่นละครไม่ยอมลงมติ นายชาดา กล่าวว่า เขาเล่นละครอยู่แล้ว พวกภูมิใจไทยไม่เล่นละคร และไม่ได้เล่นเกม เอาไม่เอาเราบอกชัด ไม่มีเหตุผลต้องไปแคร์ใครและไม่ ต้องการที่จะรักษาฐานอำนาจให้ใคร เราต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรมและไม่ใช่การผูกขาดอำนาจ
เมื่อถามว่า หลังจากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร นายชาดา กล่าวว่า จะต้องมาดูและพูดคุยกันอีกที
ขณะที่ นายสมพงษ์ อมรวิวิฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านแถลงภายหลังการประชุมร่วมกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถึงกรณีที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำลงว่า เราเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างจริงจังในการสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ร่างประชามติ ที่พิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้ให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อรองรับการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งในการเปิดสมัยประชุมหน้า
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐสภาอย่าเล่นเกมการเมือง และรักษาอำนาจด้วยการหลอกลวงประชาชน
ส่วน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการจะฟ้องร้องสมาชิกรัฐสภาที่โหวตลงมติเห็นด้วยวาระ 3 ว่า ความจริงเป็นสิทธิในการออกเสียงในรัฐสภา เป็นเอกสิทธิหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของสมาชิกแต่ละคน การดำเนินการลงคะแนนทั้งหลายเป็นการทำตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ ทั้งนี้ตนเสนอว่าหากมีใครไปร้องเรา เราก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายกลับ เพื่อดำเนินคดีในหลายมาตรา และให้มีความผิดทางอาญาด้วย ที่ผ่านมาร้องกันไปมาแบบไม่มีสาระมากมาย หากมีการไปร้องจริงถือเป็นขบวนการขัดขวางประชาธิปไตย
ด้าน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ฝากถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่เคยมาชี้แจงรัฐสภาว่าจะเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยไวนั้นจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร รวมถึง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จะปฏิเสธว่าเป็นเรื่องของสภาไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใบสั่ง
ผู้สื่อข่าวรางานว่า การลงมติคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ3โดยมีเสียงเห็นชอบให้แก้ไข 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4เสียง งดออกเสียง 94 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน136 เสียง ถือว่า มีเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งจากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 737 คน ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตีตก ไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งจากการตรวจสอบการลงมติพบว่า ในส่วนคะแนนเห็นชอบ 208เสียงนั้น เป็นของส.ส.206คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนอีก 2เสียงเป็นของ ส.ว.ได้แก่ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และนายพิศาล มาณวพัฒน์ ซึ่งเป็น 2ใน3ส.ว.ที่เคยลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ ขณะที่คะแนนเสียงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระ3 จำนวน 4เสียงนั้น เป็นของส.ว.ทั้งหมดคือ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ขณะที่การโหวตงดออกเสียง จำนวน 94เสียงนั้น แบ่งเป็นส.ส.10 เสียง และส.ว. 84เสียง ในส่วนส.ส.ที่งดออกเสียง ส่วนใหญ่เป็นของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนคะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน 136เสียง เป็นของส.ส. 9เสียง และส.ว.127 เสียง ในส่วนของส.ส.ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากส.ส.ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ไม่ร่วมลงมติวาระ3แล้ว ยังพบว่า มีส.ส.อีก 200กว่าคน และส.ว.อีก 33คน ที่ไม่ขานมติลงประชุมใดๆเลย อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ขณะเดียวกันยังมีส.ส.พรรคเพื่อไทยอีก 26คน ที่ไม่ยอมขานมติใดในการโหวตวาระ3 สวนกับมติพรรคที่ให้ลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาทิ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม นอกจากนี้ยังมีส.ส.ก้าวไกลบางส่วนที่ไม่ร่วมขานชื่อลงมติอาทิ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี รวมทั้งมีส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ไม่ขานชื่อในการลงมติเช่นกัน อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ จ.ตากรวมถึง 5 ส.ว.โดยตำแหน่งจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็ไม่ร่วมลงมติ