จับสัญญาณ “บิ๊กป้อม” เข็น บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ ?! แต่ เล็ง นายกฯสำรอง #2-3 จับตาหมากเกม เอาคืน ของ “ธรรมนัส”

การเมือง8 ต.ค. 2564 • 23:00 น.
จับสัญญาณ “บิ๊กป้อม” เข็น บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ ?! แต่ เล็ง นายกฯสำรอง #2-3 จับตาหมากเกม เอาคืน ของ “ธรรมนัส”
ครั้งแรกนักข่าวถาม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอนลงพื้นที่ อยุธยาว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร. หรือไม่ แต่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ ต่อมาครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล นักข่าวย้ำถาม พล.อ.ประวิตร ในประเด็นนี้อีก แต่ พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ตอบ เดินหนีขึ้นรถ แต่ต่อมา “โจ้” ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. เพื่อไทย ที่ใกล้ชิดกับ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย ในเวลานั้น ออกมาปูดข่าวว่า 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะย้ายไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ฉัตรชัย แถมตามมาด้วย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนเตรียมทหาร 12 ของนายกฯ แกนนำ ส.ส.ภาคใต้ พปชร. ประกาศจะนำทีม ส.ส.ใต้ ย้ายไปอยู่พรรค ปลัดฉิ่ง จน พล.อ.ประวิตร ต้องโทรสอบถาม แกนนำ ส.ส.ภาคใต้ ด้วยตนเอง แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าจะไม่ย้ายพรรค ส่งผลให้พล.อ.ประวิตร ไม่พอใจ พ.อ.สุชาติ อย่างมากที่แสดงทีท่าเช่นนี้ และส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงระหว่าง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้นเพราะรู้กันดีว่า พ.อ.สุชาติ นอกจากเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ยังเคยเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ในการช่วยจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็ยังมี ส.ส.ใต้บางคน เช่น สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไหน เราก็จะอยู่พรรคนั้น จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ นครศรีธรรมราช เพื่อเอาใจ ส.ส.ภาคใต้ และ ปลอบใจ พ.อ.สุชาติ เพื่อนรัก หลังจากนั้น กระแสข่าว และแรงเชียร์ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ายพรรค ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ได้คุยกันอีกครั้งพร้อมคำยืนยันว่าจะไม่ย้ายพรรค จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้พูดในที่ประชุมพรรค ยืนยันจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าต่อไป ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะขอบคุณ พรรคพลังประชารัฐ ที่จะยังคงสนับสนุนตนเองอยู่ จึงนำมาซึ่ง ครั้งที่ 3 ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อนักข่าวถาม พล.อ.ประวิตร ถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณที่พรรคพลังประชารัฐ จะยังเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “นายกฯก็บอกแล้ว พูดคุยกันแล้วก็จบแล้ว” พล.อ.ประวิตร พูดในประเด็นนี้แค่นั้น แต่ก็ยังไม่รู้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพปชร.หรือไม่ ต้องไปถามนายกฯ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะย้ายไปอยู่พรรคใหม่นั้น พล.อ. ประวิตร กล่าวว่าไม่มี แต่ก็ถามว่า “มันจะตั้งพรรคหรือเปล่า” มีพรรคสำรองไว้ ที่ไหนละ ใครว่า” แต่ พล.อ.ประวิตร ยังไม่ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงแค่คนเดียว หรือไม่ โดยกล่าวแค่เพียงว่า “เรื่องของผม” ท่ามกลางการจับตามองว่า พรรคภูมิใจไทยก็เสนอชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็เสนอชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วพรรคพปชร. จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค เป็นตัวเลือก นายกฯ อีกคนของพรรคหรือไม่ ที่ไม่เสนอชื่อหัวหน้าพรรค “ก็หัวหน้าพรรคมันเดินไม่ได้” พล.อ.ประวิตร ให้เหตุผลสั้นๆ ดังนั้น จึงต้องจับตามองว่า พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคคนเดียวหรือไม่หรือมีชื่อคนอื่นไว้ในใจแล้วเพราะสามารถเสนอได้ถึง 3 คน ด้วยเพราะคะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ดี เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ดังนั้นพล.อ.ประวิตร จึงอาจมองหานายกรัฐมนตรีสำรอง เผื่อเอาไว้กรณีว่าเกิดปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ ในอนาคต แต่การเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯมากกว่า1 คน นอกเหนือจากพล.อ.ประยุทธ์ ก็อาจทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่พอใจแล้ว เกิดความหวาดระแวงว่า หากพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งสมัยหน้าแล้ว จะมีปฏิบัติการกลางสภาในการโหวตชื่อนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ใช่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เกิดขึ้น ก็เป็นได้ เพราะมีกระแสข่าวจาก มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ถ้ำของพล.อ.ประวิตร ว่า กำลังมองหานายกรัฐมนตรีสำรอง อีก 2 คน โดยคนหนึ่ง จะเป็นพลเรือน และอีกคนหนึ่งจะเป็น อดีตทหาร ตำรวจ หรืออดีต ข้าราชการ เพื่อมาเป็นทางเลือก และ เพื่อเพิ่มคะแนนเสียงให้กับพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีเค้า ให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตร ได้มองเมียงมองใครไว้บ้างแล้วก็ตาม แต่ที่ ถูกจับตามองกันในเวลานี้ คนหนึ่งก็คือ “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีต ผช.ผบ.ทบ.น้องรักที่ พล.อ.ประวิตร ดึงมาเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ และอีกคนหนึ่งคือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่พล.อ.ประวิตร แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ เสนอแนะมา ด้วยเพราะ พีระพันธุ์ เคยถูกจับตามองตั้งแต่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้ พล.อ.ประยุทธ์ และรับหน้าที่ในการฟื้นฟูการบินไทย และประสานงานการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วว่า จะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในอนาคต รวมทั้งอาจจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในอนาคตด้วยเช่นกัน กล่าวกันว่า “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองราชเลขาธิการ เมื่อครั้งที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้ทาบทามให้ พีระพันธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มาช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ เพราะก็ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีคุณสมบัติดี แถมยังเป็นลูกทหาร แต่มีข่าวจากแวดวงใกล้ชิดพล.อ.ประวิตรว่า มีการมองหาตัวนายกฯสำรองคนอื่นไว้แล้วด้วย แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดตัว ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตกันด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คงจะไม่ทุ่มเททำงานให้พรรคพลังประชารัฐ และลงพื้นที่หาเสียงเองอย่างหนัก เพราะต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์เป็น นายกรัฐมนตรีต่อแน่ เพราะ ถูก นายกฯปลดจาก รมช.เกษตรฯ แบบฟ้าผ่าหักทั้ง หน้า พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่และตัว ร.อ.ธรรมนัส มีบารมีกำลังเฟื่องฟู เลยทีเดียว แต่ที่ทำทั้งหมด ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐต่อไป ก็ เพราะมีความเคารพรัก และตอบแทนบุญคุณที่ พล.อ.ประวิตร มีต่อตัว ร.อ.ธรรมนัส เอง และยังไม่มั่นใจในสวัสดิภาพของตนเองว่าถ้าย้ายข้างหรือ ออกไปตั้งพรรคเองแล้วจะโดนเช็กบิล คดีใดในอดีตหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังมีบารมีของพล.อ.ประวิตร ช่วยไว้ อย่างน้อย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเกรงใจพี่ใหญ่อยู่บ้าง แต่ที่สะท้อนว่าไม่เกรงใจก็คือการที่พล.อ.ประยุทธ์ ยกเลิกคำสั่งที่มอบอำนาจให้พล.อ.ประวิตร คุม 4 กรม ในกระทรวงเกษตรฯ ที่ ร.อ. ธรรมนัส เคยดูแลเมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตรฯ กลับไปให้ จุรินทร์ ดูแลตามเดิม หลังจากที่ออกคำสั่งมอบอำนาจให้พล.อ.ประวิตรดูแล ได้แค่สัปดาห์เดียว ด้วยความที่หวาดระแวงว่าพล.อ.ประวิตรจะมอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาดูแลงานของ 4 กรมนี้เองตามเดิม โดยที่ จุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงทีท่าไม่พอใจกับคำสั่งมอบอำนาจให้ พล.อ.ประวิตร คุม 4 กรม เพื่อเป็นเหตุผลให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้เป็นข้ออ้าง ในการเจรจากับพล.อ.ประวิตร ขอคืนอำนาจให้กับ จุรินทร์ตามเดิม แม้จะมีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ก่อนแล้วก็ตาม แต่ในทางการเมือง ก็ถูกมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ หัก พล.อ.ประวิตร อีกครั้ง เพราะพล.อ.ประวิตรเป็นคนขอที่จะเข้ามาคุมทั้ง 4 กรมนี้ด้วยตนเอง เพราะบิ๊กตู่ ก็คงรู้ดีว่าพล.อ.ประวิตรคงจะทำตามที่ ร.อ.ธรรมนัส เสนอแนะ หรือต้องการ เพื่อที่จะได้ทำงานด้านที่ดิน และน้ำต่อไป โดยที่พล.อ.ประวิตร ก็เห็นด้วยเพราะจะทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ไปคุยกับชาวบ้านเวลาลงพื้นที่หาเสียงได้ด้วย แต่ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องการให้ร้อยเอกธรรมนัส เข้ามาเกี่ยวข้องใดๆอีก จึงตัดสินใจยกเลิกคำสั่งมอบอำนาจให้พล.อ.ประวิตร และเปลี่ยนมามอบอำนาจให้จุรินทร์ตามเดิม แต่จะเห็นได้ว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะปลด ร.อ.ธรรมนัส และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นรมต. พ้น ครม. ไปแล้ว แต่ พล.อ.ประวิตรกลับยังคงให้อยู่ช่วยงานในพรรคพลังประชารัฐต่อไปหลายอย่างไว้วางใจมอบหมายงานต่างๆ ให้รับผิดชอบตามเดิมในคณะกรรมการต่างๆที่แต่งตั้งเป็นการเฉพาะตัวบุคคล ไม่ใช่เป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่งรัฐมนตรี ดังนั้นระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ก็ยังคงถูกจับตามองถึงความสัมพันธ์ ที่แตกร้าว แม้จะพยายามประสานเยียวยาอย่างไรก็ตาม แต่ความรู้สึกของพี่น้อง 3 ป. ที่มีต่อกันในวันนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว