เตือน! 14 จว.ใต้ เตรียมรับมือฝนกระหน่ำ-ท่วมฉับพลัน 22-26 ก.ย.นี้

การเมือง22 ก.ย. 2560 • 07:37 น.
เตือน! 14 จว.ใต้ เตรียมรับมือฝนกระหน่ำ-ท่วมฉับพลัน 22-26 ก.ย.นี้
เตือน!"14 จังหวัดใต้" เตรียมรับมือฝนกระหน่ำ-ท่วมฉับพลัน 22-26ก.ย.นี้ ขณะ "กาฬสินธุ์-พิษณุโลก" ยังระทมพิษ "ทกซูรี" วันที่ 22 ก.ย.60 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทควงมหาดไทย กล่าวว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พบว่า ในช่วงวันที่ 22 – 26 กันยายนนี้ บริเวณภาคใต้ อาจมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี น้ำล้นตลิ่ง หรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเดิม และเป็นพื้นที่ที่ต้องรองรับน้ำจากแม่น้ำต่างๆ ที่ไหลมาสมทบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสาน 14 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย "โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ ที่ลาดชันเชิงเขา บริเวณริมชายฝั่งทะเล และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัยให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนักสะสมในพื้นที่และช่วงเวลาที่มีน้ำทะเลหนุนสูง กรณีมีฝนตกหนักถึงหนักมากปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรต่อวัน ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย หรือจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และแผนปฏิบัติการฯ แผนเผชิญเหตุของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแนวทางการจัดการสาธารณภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย" นายฉัตรชัย กล่าว และว่า ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังอันตรายจากปริมาณฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในระยะนี้ อธิบดีปภ. ยังกล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุทกซูรีว่า ยังคงมีสถานการณ์ใน 2 จังหวัด รวม 12 อำเภอ 36 ตำบล 176 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสมเด็จ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอดอนจาน อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอนามน อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอนาคู รวม 13 ตำบล 13 หมู่บ้าน และภาคเหนืออีก 1 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอพรหมพิราม อำเภอชาติตระการ อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง รวม 23 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,359 ครัวเรือน 26,255 คน