"กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ" ร้อง "ผู้ตรวจฯ" ส่งเรื่องตีความรธน. ให้ "กกต." ดำเนินการเลื่อนลำดับสส.บัญชีรายชื่อ

การเมือง12 มี.ค. 2563 • 16:25 น.
"กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ" ร้อง "ผู้ตรวจฯ" ส่งเรื่องตีความรธน. ให้ "กกต." ดำเนินการเลื่อนลำดับสส.บัญชีรายชื่อ
"กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ" ร้อง "ผู้ตรวจฯ" ส่งเรื่องตีความรัฐธรรมนูญ ให้ "กกต." ดำเนินการเลื่อนลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นมาแทนในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบ อ้างรธน.กำหนดให้มีส.ส.ในสภาฯ 500 คน ชี้กฎหมายกำหนดห้ามคำนวณส.ส.ใหม่ภายใน 1 ปีหากไม่มีเหตุทุจริต แต่ไม่ได้ห้ามเลื่อนลำดับส.ส. วอนเห็นใจส.ส.พรรคเล็กเป็นคะแนนจากประชาชน จึงไม่อยากให้เสียงตกน้ำ วันที่ 12 มี.ค.63 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสาธุ อนุโมทามิ ประธานกลุ่มสามัคคีสร้างชาติ และหัวหน้าพรรคพลังไทยดี พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองอีก 7 พรรค เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เพื่อขอให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง ตีความหลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่กกต.ไม่ได้คำนวณหรือเลื่อนลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะเห็นว่าการที่ขณะนี้สภาฯไม่มีส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 11 คน ทำให้จำนวนส.ส.ในสภาฯมีไม่ครบ 150 คน ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 83 กำหนดไว้ว่า จะต้องมีส.ส.แบบแบ่งเขตจำนวน 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 150 คน และมาตรา84 ที่บัญญัติว่าจะต้องดำเนินการตามมาตรา 83 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 128 (6) ที่ระบุว่าให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบ 150 คน โดยนายสาธุ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้งส.ส. ยังไม่มีความชัดเจน จึงทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถดำเนินการเลื่อนลำดับส.ส.มาแทน เก้าอี้ส.ส.ที่ว่างอยู่ 11 คนได้ ซึ่งการที่ส.ส.หายไป 11 คน มองว่าอาจจะมีผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายทั้งในระบบรัฐสภาและรัฐบาล เราในฐานะที่ประชาชนเลือกมาเห็นว่ามีช่องทางจะพอดำเนินการได้ จึงจำเป็นต้องมาหาคำตอบได้ จึงจำเป็นต้องมายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง เพื่อพิจารณาโดยเร็ว เพราะจะครบกำหนดภายใน 1 ปี นับจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ส่วนที่มองว่าการมายื่นเรื่องครั้งนี้กลุ่มของตัวเอง จะมีส่วนได้ส่วนเสียนั้นหากดูจากการคำนวณลำดับตั้งแต่ 28 ถึง 39 เป็นต้นไป จะรับการจัดสรรส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเพิ่ม ประกอบกับเมื่อการคำนวณพบจุดทศนิยมก็ควรจะปัดเลื่อนลำดับส.ส.ให้ เพราะขณะนี้ได้มีการยื่นร้องเรียนพรรคการเมือง 32 พรรค เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน หากในอนาคตมีผลทำให้พรรคถูกยุบ ก็จะทำให้ส.ส.หายไปถึง 50 คนผลกระทบก็จะตามมา เพราะจะทำให้จำนวนส.ส.ในสภาฯหายไป ดังนั้นจึงต้องเริ่มดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดบรรทัดฐาน ซึ่งตามกฎหมายที่กำหนดว่า 1 ปีนั้นสามารถคำนวณคะแนนส.ส.ได้ แต่หากพ้นจาก 1 ปีไปแล้ว จะคำนวณไม่ได้ แต่การเลื่อนลำดับสามารถทำได้ตลอด เพื่อให้มีส.ส.ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด นอกจากนี้ยังไม่อยากให้เกิดความเสียหายหากมีการลงมติแล้วคะแนนก้ำกึ่งในสภาฯ จะทำให้ระบบรัฐสภาเสียหาย ประกอบกับการที่พรรคการเมืองอื่นๆได้รับคะแนนเสียง จากประชาชนในการเลือกตั้งก็ถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชน จึงไม่อยากให้เกิดกรณีเสียงตกน้ำเพราะยังมีพรรคการเมืองอีกจำนวนมากที่ได้รับคะแนนจากประชาชน และไม่ได้เลือนลำดับมาให้ครบกับจำนวนส.ส.ในสภาฯ