"ก้าวไกล"แฉหลักฐานกลุ่มแพทย์ทรงอิทธิพลส่อผลประโยชน์ทับซ้อน บริษัทขาย ATK จ่อส่งปลัด สธ. ตรวจสอบ

การเมือง14 ต.ค. 2564 • 09:33 น.
"ก้าวไกล"แฉหลักฐานกลุ่มแพทย์ทรงอิทธิพลส่อผลประโยชน์ทับซ้อน  บริษัทขาย ATK  จ่อส่งปลัด สธ. ตรวจสอบ
"หมอเอก" แฉหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มแพทย์ทรงอิทธิพล ส่อผลประโยชน์ทับซ้อนบริษัท ขาย ATK เบิกค่ารักษาแบบ Home Isolation เกินจริง ยันตามถึงที่สุด เพราะหากินบนความเป็นความตายของคนไทย พร้อมส่งเรื่องให้ปลัด สธ. ตรวจสอบ วันที่ 14 ต.ค.64 นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ค เกี่ยวกับกลุ่มที่ด้อยค่าชุดตรวจโควิดแอนติเจน หรือ ATK ที่รัฐบาลจัดซื้อ โดยระบุว่า
ผมเห็นข่าวที่มีบางคนออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชุดตรวจโควิดแอนติเจนหรือที่บ้านเราเรียกชื่อย่อว่า ATK ด้วยการด้อยค่าชุดตรวจบางยี่ห้อด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ถือเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม  โดยสงสัยว่าเขามีจุดประสงค์เพียงแค่ได้แสงทางการเมืองหรือมีเจตนาอื่นแอบแฝงด้วยมีความสัมพันธ์กับกลุ่มขบวนการในกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังสั่นคลอนเพราะถูกตรวจสอบหรือไม่... เรื่องปัญหาการจัดซื้อ ATK โดยองค์การเภสัชกรรมนั้น เป็นการจัดซื้อแทน สปสช. ซึ่งผมได้เคยพูดในสภาเรื่องความไม่ถูกต้องที่ สปสช. ทำตัวเป็นผู้ซื้อยาและเวชภัณฑ์แบบธุรกรรมอำพรางผ่านเครือข่ายราชวิถีไปแล้ว โดย สปสช. มีคณะกรรมการชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่กำหนดราคาและต่อรองราคา โดยประธานคณะกรรมการชุดนี้เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ามาจากกลุ่มแพทย์กลุ่มหนึ่งที่ทรงอิทธิพลในกระทรวงสาธารณสุขมายาวนาน เป็นกรรมการชุดที่กำหนดสเป็คและราคาให้กับองค์การเภสัชเป็นผู้จัดซื้อ ตามข้อมูลที่มีการชี้แจงในกรรมาธิการสาธารณสุขโดยองค์การเภสัชแจ้งว่าการเปิดซองครั้งแรกนั้นมีคำทักท้วงจากผู้แทนของ สปสช. ซึ่งมาจากกลุ่มแพทย์กลุ่มนั้นว่า มีบริษัทหนึ่งที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดี มีศักยภาพไม่ได้มาร่วมประกวดราคาด้วยจึงขอให้ยกเลิกการเปิดซองครั้งนี้ !!!! นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวว่าคนกลุ่มนี้อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบางบริษัท และกรรมาธิการสาธารณสุขยังสืบทราบว่าการที่มีแพทย์กลุ่มหนึ่งใช้การอนุมัติของราชการเข้ามาทำการตรวจเชิงรุกในเขตกรุงเทพฯ นั้น ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจผ่านทางโรงพยาบาลหลายแห่งในเครือข่าย ซึ่งทางกรรมาธิการได้เรียกขอเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างและยี่ห้อที่ทำการจัดซื้อมาใช้ แต่ยังไม่ได้รับเอกสารมาจากโรงพยาบาลเหล่านั้น รวมทั้งเมื่อตรวจแล้วได้ผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวก กลับไม่มีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และอาจมีการเบิกจ่ายค่ารักษาแบบ home isolation เกินจริง โดยหนึ่งในนั้นคือโรงพยาบาลที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในจุดนี้จึงเป็นที่มาของข้อสงสัยว่า ทำไมการรายงานว่าชุดตรวจที่จัดซื้อโดยองค์การเภสัชมีผลลบลวงถึงกว่า 1 ใน 3 !!!เป็นรายงานจากจังหวัดนครศรีธรรมราช จนทำให้นักการเมืองบางคนนำไปขยายต่อ ทั้งที่เรายังไม่เห็นผลการศึกษาฉบับเต็ม ยังไม่รู้วิธีการเลือกตัวอย่าง ยังไม่รู้ว่าคนที่มีผลลบลวงนั้นเป็นเพราะตรวจวันที่เท่าไหร่หลังการสัมผัสเชื้อ ที่ทำ RT-PCR ซ้ำนั้นทำพร้อมกับการตรวจ ATK หรือไม่ และสุดท้ายคือใช้ค่า Ct ที่เทาไหร่สำหรับการตรวจ เพราะรวมคนที่เป็นซากเชื้อหรือไม่ และเรื่องการอ้างอิงต่างประเทศ ผมก็ไม่เห็นเอกสารอ้างอิงใดๆ แต่เท่าที่ผมเห็นก็ดูเหมือนว่าชุดตรวจที่พยายามโจมตีว่าไม่มีมาตรฐานนั้นก็ยังอยู่ในลิสต์ของสหภาพยุโรปอยู่นะครับ ในฐานะเป็นหนึ่งในกรรมาธิการสาธารณสุข ที่ได้มีการทำหนังสือโดยประธานกรรมาธิการถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว เพราะถือว่าเป็นการหากินบนความเป็นความตายของคนไทย ไม่ว่าจะหากินเพราะผลประโยชน์ทางการเงินหรือชื่อเสียงก็ตาม ผมจะตามเรื่องนี้ต่อให้ถึงที่สุดครับ