“บิ๊กตู่” สู้!! เดินหน้าอยู่ยาว แท็กทีม “บิ๊กแดง” แม่ทัพปกป้องสถาบันฯ คุมเข้ม “วังลัดดา”
ประกาศเป็นครั้งที่ 3 แล้วว่า จะไม่ลาออก หลังจากที่คณะราษฎรได้ชุมนุมเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก
นับตั้งแต่ การชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา และ มีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนผู้ชุมนุมมหาศาล แถมทั้งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา เยาวชน ทั้งสิ้น
จากที่เคยหวั่นไหวเพราะพลังของผู้ชุมนุม และความไม่มั่นใจ บางประการ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดหนักว่า ควรจะลาออกหรือไม่ ลาออกแล้ว อะไรจะตามมา ใครจะมาเป็นนายกฯต่อ
แต่หลัง 13 พ.ย. เรื่อยมา มีความเชื่อหนึ่งว่า เป็นเพราะดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ แข็งขึ้นในขณะที่พลังของม็อบคณะราษฎรแผ่วลง จำนวนผู้ชุมนุม ลดน้อยลง
พล.อ.ประยุทธ์ ก็ดูยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีมากขึ้นหลังจากที่เครียดต่อเนื่องมาเกือบเดือน
กล่าวกันว่าไม่ใช่ เพราะผู้ชุมนุมน้อยลง แนวร่วมลดลง เท่านั้น แต่เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สัญญาณ ไฟเขียว จากฝ่ายสนับสนุน และกองเชียร์ให้สู้ต่อเดินหน้าต่อ จึงทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
“ฉันยังทำงานอยู่นี่ ไม่มีท้อแท้ ผอมลงมาหน่อยเท่านั้น ไม่ได้เป็นโรคเป็นภัยยังแข็งแรง ทั้งกายและใจเพราะว่าทำเพื่อคนอื่น ยังไงก็จะต้องทำจนกว่าจะไม่ได้ทำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พร้อมให้เหตุผล เพิ่มเติมที่มองว่า เป้าหมายของผู้ชุมนุม ไม่ใช่แค่ให้นายกฯลาออก ด้วยว่า มันมีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ กี่ข้อกี่ข้อของเขา ก็ไปดูเราก็ต้องไปหารายละเอียดมาบ้างว่า แต่ละอันมันทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นทำอะไร แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไร บางทีถ้ามาถามผมอย่างเดียว ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันเพราะผมจำเป็นต้องพิจารณาจากหลายหลายมิติ ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร
แม้จะเกิดกระแสข่าวลือว่า 2 ธ.ค. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะลงดาบ พล.อ.ประยุทธ์ กรณีพักอาศัยในบ้านในค่ายทหาร ทั้งๆที่เกษียณราชการ ไปนานหลายปี แล้ว ที่ขัดรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้พ้นเก้าอี้นายกฯ ก็ตาม
แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีความกังวลใดๆ พร้อมกล่าวว่า พร้อมรับ คำตัดสิน ศาลรัฐธรรมนูญ ยัน ปฏิบัติตามกฎหมาย ผมไม่เคยไปฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ต้องยอมรับกลไกตามกฎหมาย
“ปล่อยให้ กระแสข่าวว่ากันไป แต่เมื่อผลการวินิจฉัย ออกมา ก็จะเข้าใจเอง” แหล่งข่าวในทบ. ที่เกี่ยวข้องกับการทำเรื่องชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญเปรย
ด้วยเพราะทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ และมีหลักฐาน ทั้งหมด ถึงการอยู่อาศัย ในบ้านพัก ร.1รอ. ของ พล.อ.ประยุทธ์
ที่สำคัญ เวลานี้ ร.1รอ. ได้โอนย้าย ไปเป็นหน่วยในพระองค์แล้ว ดังนั้น พื้นที่เขตพระราชฐาน จึงเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
“ศาล ว่ายังไงก็ว่าตามนั้นทุกอย่าง ผมก็ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎหมายว่า ยังไงผมก็ว่าอย่างนั้น ผมไม่เคยไปฝ่าฝืนกฎหมายผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ก็แค่นั้นเอง ก็ต้องยอมรับกลไกตามกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ที่สำคัญ มีรายงานว่า เมื่อครั้งที่ “บิ๊กแดง” พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้มีการแก้ไขกฎระเบียบ ในเรื่องบ้านพักสวัสดิการทหาร และ บ้านพักรับรอง เพื่มเติมไว้แล้ว อีกด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ได้ วอรี่ กับกระแสข่าวลือ ที่สะพัด มาต่อเนื่องว่า คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นทางออกประเทศ
จึงเดินหน้าในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป ด้วยอารมณ์ที่สดใส ไม่เครียด และอารมณ์ดี แตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้
ที่สำคัญ แสดงถึงความมั่นใจในอำนาจในมือและเก้าอี้ที่มั่นคง ก็คือ การไฟเขียว ให้ตำรวจ สกัดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมฝ่าแนวต้านหน้ารัฐสภา เมื่อ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่ถูกมองว่า เป็นปฏิบัติการที่นำมาซึ่งความรุนแรง
แม้จะยึดตามขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก ทั้งการฉีดน้ำ ที่ผสมแก๊สน้ำตา และ ใข้ระเบิดควันแก๊สน้ำตา รวมทั้ง ป้องปราม ด้วยการเตรียมกระสุนยางไว้ หากจำเป็น แต่เพราะผู้ชุมนุม เป็นนักศึกษา จึงถูกมองว่า รุนแรง
อีกทั้ง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการปะทะกันของ กลุ่มเสื้อเหลือง และ ผู้ชุมนุมคณะราษฎร จนถึงขั้นมีการใช้อาวุธ ยิงกัน มีผู้บาดเจ็บ 55 คน ในจำนวนนี้ ถูกยิง 6 คน
ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีที่แข็งกร้าว กับผู้ชุมนุม ด้วยการระบุว่า ใช้ความรุนแรง มีการใช้อาวุธ และมีหลักฐาน พร้อมสั่งให้ตำรวจ ดำเนินคดีทางกม. ตอนมีการชุมนุม คนเยอะ อาจจับไม่ได้ แต่หลังจากนั้นกฎหมายมัน ตามได้ทุกตัว ทุกคนแหละ
“ ไม่ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ได้ ในแผ่นดินนี้” นายกฯ กล่าว
สัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ เช่นนี้ และ โดยเฉพาะจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงทำให้ตำรวจ เตรียมความพร้อม ที่จะสลายการชุมนุม ทุกครั้ง หากผู้ชุมนุมพยายามบุกพื้นที้สำคัญ
แม้แต่ การชุมนุม ที่แยกราชประสงค์ และที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อ 18 พ.ย. นั้น ตำรวจ ก็เตรียมพร้อม หากมีการบุกยึด สตช. แต่จบที่ การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการป้ายสี และฉีดน้ำ เท่านั้น
จากนั้น 19 พ.ย. พลเอกประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ จัดหนัก ผู้ชุมนุม ทำผิดก.ม.ดำเนินคดี ทุกมาตรา ชี้ ส่อเค้า ขัดแย้ง รุนแรงยิ่งขึ้น พบ สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง ความสงบสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ท่ามกลางกระแสข่าวว่า จะใช้ มาตรา 112 แม้ว่าที่ผ่านมา ในหลวง ทรงมี รับสั้งไม่ให้ใช้กม.มาตรานี้ก็ตาม ก่อนนัดชุมนุมใหญ่ 25 พ.ย. ที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านเทเวศร์
โดยก่อนหน้านี้ ไม่กี่ชั่วโมงได้มีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “บิ๊กแดง” พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวังเป็น รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จากเดิมที่เป็น คณะกรรมการฯ และที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ก่อนหน้านี้ มีโปรดเกล้าฯพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ร.10 ให้ พล.อ.อภิรัชต์ ด้วย
จึงทำให้บทบาท ของ พล.อ.อภิรัชต์ ยิ่งถูกจับตามอง หลังจากที่ พ้นหน้าที่ ผบ.ทบ. และ ย้ายโอนไปเป็น รองเลขาธิการพระราชวังและติดตามเสด็จถวายงานอย่างใกล้ชิด
รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ ก็ล้วนแต่เป็น เพื่อน และน้อง ที่สนิทสนมกันทั้งสิ้น
อีกทั้ง ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อภิรัชต์ ยังคงแนบแน่น พร้อมแท็กทีมในการทำศึกปกป้องสถาบันฯ อย่างเต็มที่ จึงส่อเค้าว่า จะมีการใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ในการควบคุมความเคลื่อนไหวของ ผู้ชุมนุม
คาดว่า 25 พ.ย. นี้ ตำรวจ คงจะมีการตั้งแบริเออร์ ปิดทุกทิศทางไม่ให้ผู้ชุมนุม บุกเข้าถึงวังลัดดา ที่ทำการ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้ และคาดว่าจะมีการสลายการชุมนุม เกิดขึ้นอีกครั้ง
เพราะคาดว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจในความแข็งแกร่งของเก้าอี้ นายกฯ ก็จะใช้ไม้แข็ง กับผู้ชุมนุม จากที่เคยปล่อยให้ผู้ชุมนุมมีอิสรเสรี มานานเป็นเดือน และสร้างความเสียหาย ต่อทรัพย์สินราชการ สถานที่ และ สร้างความเดือดร้อนต่อ ผู้ประกอบการ และส่งผลต่อการจราจร ที่ติดขัด
จากนี้จึงน่าจับตามองยิ่งว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ไม้แข็ง กับผู้ชุมนุม สถานการณ์จะพัฒนา ไปสู่จุดใด ตราบใด ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนกราน ไม่ลาออก และจะอยู่เพื่อปกป้อง สถาบันกษัตริย์ เช่นนี้