รัฐบาลงัด7มาตรการป้องน้ำท่วมชัชชาติพร้อมรับมือฝนถล่มกรุง

การเมือง7 ก.ย. 2565 • 23:30 น.
รัฐบาลงัด7มาตรการป้องน้ำท่วมชัชชาติพร้อมรับมือฝนถล่มกรุง

รัฐบาลห่วงประชาชน ได้รับกระทบฝนตกหนัก สั่งเพิ่มมาตรการ 7 ข้อ ป้องกันน้ำท่วม ด้านชัชชาติเกาะติดสถานการณ์น้ำ  มอบปลัดฯประสานตำรวจ-ทหาร รับมือน้ำท่วมกรุง 
  
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ก.ย.65 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฝนตกหนัก ได้กำชับให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ทำงานเชิงรุกตาม 13 มาตรการ รับมือฤดูฝนที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้พล.อ.ประวิตรยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมจาก 13 มาตรการเดิม คือ 1.ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานมอบหมายให้มีผู้ประสานงานติดตามกับกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที 
      
 2.แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเร่งกำจัดหญ้าและวัชพืชบริเวณ คลองบางคูเวียง เขตทวีวัฒนา พร้อมประสานงานจ.นนทบุรีเพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลได้สะดวก 

3. เฝ้าระวังระบบระบายน้ำของประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกระทบต่อพี่น้องประชาชน ที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลองต่างๆ 

4.รายงานปริมาณน้ำฝน รวมถึงขีดความสามรถในการรับน้ำ และระบายน้ำของทุกเขื่อน เพื่อสร้างความเข้าใจและง่ายต่อการปฏิบัติการระบายน้ำทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
       
5. ประเมินสถานการณ์น้ำจากทุกแหล่ง  ทั้งปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำในเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและระดับน้ำทะเลหนุนตลอด 24 ชั่วโมง 6. ตรวจสอบความพร้อมและประสิทธิภาพแนวกระสอบทราย ป้องกันน้ำท่วมทุกจุด พร้อมปรับปรุงและเสริมแนวกั้นไม่ให้เกิดช่องว่างให้มีความแข็งแรงเพื่อรองรับสถานการณ์ และ7. หากมีสิ่งใดต้องดำเนินการเร่งด่วนและติดขัด ให้รายงานรองนายกรัฐมนตรีอย่างทันที
       
พล.อ.ประวิตรขอให้ทุกฝ่ายเร่งบูรณาการการทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อนและโปร่งใสน.ส.ทิพานัน กล่าว
     ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อคืนวันที่  6ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนพบว่าบริเวณพื้นที่เขตบางเขนมีปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 178 มม.และภายในคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร มีปริมาณน้ำสูง ทำให้การระบายน้ำลงสู่คลองเป็นไปด้วยความล่าช้า ประกอบกับบริเวณวงเวียนบางเขนเป็นจุดที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ทำกระทบต่อการระบายน้ำเพราะมีน้ำท่วมขังในซอยย่อยทั้งหมดต้องเร่งระบายน้ำออกทางด้านเหนือ 

     ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่จ.ปทุมธานี การระบายน้ำลงคลองรังสิตยังทำได้ช้าเพราะปริมาณฝนมากจนน้ำเต็มคลองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า เวลา15.00น. และตั้งแต่18.00น.ถึง03.00น.อาจมีพายุฝนเข้ามาอีกหนึ่งลูก แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเข้ามาทางเขตไหนของกทม. แต่จากการคาดเดาน่าจะเป็นบริเวณเขตบางเขน ต้องรอการยืนยันต่อไป

       ได้สั่งการให้ทางปลัดกทม.ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์แถวบางเขน และให้รองปลัดกทม.ดูแลภาพรวมของสำนักจราจร ขนส่ง ตำรวจ และทหาร ต้องประสานงานให้เต็มที่ ให้ปลัดฯ เป็นหัวหน้าใหญ่ และรองปลัดฯ คุมโซนอยู่แล้ว และต้องดูคาดการณ์พยากรณ์ฝนและคงต้องวางแผนในการทำงานที่ดี และการเดินทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องปรับสถานการณ์ให้ดีที่สุดในส่วนที่ฝนตกหนักจริงๆ นายชัชชาติ กล่าว