"พท." โว มีข้อมูลเด็ดซักฟอก "ครม.บิ๊กตู่" ลุ้นหวยออกที่ใคร เผย ไม่ขัด "มาร์ค" นั่งปธ.กมธ.แก้รธน.

การเมือง4 พ.ย. 2562 • 18:04 น.
"พท." โว มีข้อมูลเด็ดซักฟอก "ครม.บิ๊กตู่" ลุ้นหวยออกที่ใคร เผย ไม่ขัด "มาร์ค" นั่งปธ.กมธ.แก้รธน.
"เพื่อไทย" โวมีข้อมูลเด็ด ยื่นซักฟอก "ครม.บิ๊กตู่" แต่ยังอุบไต๋จะเล่นใคร ขอคุยพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ขู่เล่นใหญ่ตัดงบกระทรวง 2 หมื่นล. ไม่ขัด "มาร์ค" นั่งหัวโต๊ะแก้รธน. วันที่ 4 พ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพรรค ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล เตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นเวลา 15.50น. นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเพื่อไทยมีข้อมูล การบริหารงานรัฐบาลที่บกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพ แม้รัฐบาลนี้จะบริหารงานมาเพียง 3เดือนเศษ ก็พบร่องรอยบางประการ ที่อาจจะมีการทุจริตคอรัปชั่น จากข้อมูลที่ได้มา เรามีความพร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขณะนี้พรรคเพื่อไทยทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในส่วนของรายละเอียดวันอภิปราย จะยื่นอภิปรายครม.ทั้งคณะหรือรายบุคคล รัฐมนตรีคนใด กระทรงใดบ้าง คงต้องรอการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง แต่ยืนยันว่า ข้อมูลที่เราได้มา มีรัฐมนตรีหลายคน เข้าข่ายถูกอภิปรายได้ ตอนนี้ขอยังไม่เปิดเผยว่ามีใครบ้าง กระทรวงใดบ้าง แต่อาจจะมีบางคนที่คาดไม่ถึงรวมอยู่ด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมาธิการงบประมาณกล่าวว่า ในส่วนของการทำงานกรรมาธิการงบประมาณ ได้พิจาณาไปแล้ว2กระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิตอล ตอนนี้กำลังพิจารณากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการพิจารณา งบประมาณดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งคงจะไม่มีทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น เรากำลังดูข้อมูลในเชิงลึก และขอฝากไปถึงส่วนราชการ ซึ่งงบประมาณแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งอาจจะมีการปรับลดงบประมาณจำนวนมาก เพราะเห็นว่ามีใช้จ่ายไม่ก่อให้เกิดรายได้ และอาจจะมีโครงการเอื้อต่อการทุจริต ดังนั้นอย่าตกใจ ถ้าจะมีการตัดงบประมาณจำนวนมาก ส่วนการแปรญัตติจะเป็นอย่างไร อยู่ที่รัฐบาลจะแปรกลับมาเป็นอย่างไร นายวรวัจน์กล่าวอีกว่า ในส่วนของงบพลางก่อน คือ สำนักงบประมาณออกระเบียบให้บังคับใช้ได้ ก่อนที่สภาฯจะอนุมัติ โดยที่ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งในอดีต งบพลางก่อนถูกนำไปใช้ในส่วนของเงินเดือน ค่าใช้จ่ายประจำปี พรบ.งบประมาณ2561 มาตรา 52 ระบุว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ในหน่วยรับงบประมาณ ถ้าไม่ปฏิบัติตาม พรบ.ฉบับนี้ นอกจากถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังถูกเรียกเงินคืนได้ เมื่อคณะกรรมาธิการงบประมาณ เข้าไปดู พบว่าบางโครงการอาจจะเอื้อต่อการทุจริต จึงกังวลว่า หากมีการนำงบไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ เมื่อนำเงินไปใช้แล้วถูกเรียกคืนภายหลัง อาจจะถูกฟ้องดำเนินคดี ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการงบประมาณ กล่าวว่า การจัดงบประมาณไม่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีการจัดให้รัฐราชการเป็นหลัก แต่สิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายมีน้อยมาก และยังชี้แจงต่อกรรมาธิการไม่ได้ ในส่วนของงบกลางประมาณ 9.6หมื่นล้านบาท และยังมีกฎหมายรองรับ เงินประมาณอีก 5หมื่นล้านบาท ที่สามารถดึงมาได้ตลอดเวลา เรากำลังดูว่า จะมีการนำไปใช้ในทางไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เช่นเดียวกับในส่วนของกระทรวงต่างๆ ที่ยังสามารรถปรับลดได้ประมาณ 2หมื่นล้านบาท ตรงนี้ยอมรับว่ามีความยากในการพิจารณา เนื่องจากมีการซ่อนเม็ดเงินเอาไว้ ทำให้กรรมาธิการงบฯอาจจะเข้าไปดูไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีรายจ่ายที่จ่ายไปพลาง ที่ทำไปก่อนแผนงาน ก็น่าจะมีการใช้อย่างไม่ปกติ ซึ่งเราจะตามดูในรายละเอียด นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า การเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อาจจะมีคำถามตามมาว่า พรรคฝ่ายค้านยื่นเร็วไปหรือไม่ ต้องบอกว่า รัฐบาลประยุทธ์ อยู่ในอำนาจมา 6ปีแล้ว ไม่ใช่อยู่มา3เดือน เราไม่อยากให้คนผิดลอยนวล สำหรับการทำงานในสภาฯ ในสัปดาห์นี้ มีวาระน่าติดตาม 3เรื่อง 1.รับทราบรายงานการปฏิรูปประเทศ 11ด้าน ในรอบ3เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกสนใจจะอภิปรายเสนอแนะ ท้วงติง แนะนำจำนวนมาก 2.การเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผลกระทบจากการใช้อำนาจคสช. มาตรา44 เรื่องนี้ก็มีสมาชิกสนใจอภิปรายจำนวนมากเช่นกัน 3.การตั้งกรรมาธิการศึกษา หลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้ง3เรื่องนี้ อาจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้า หรือในช่วงกลางเดือนพ.ย. ซึ่งประเด็นทั้งหมด พรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมตัวอภิปราย ขอยืนยันว่าเวลานี้การทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังเหนียวแน่น มั่นคง สำหรับเรื่องเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใจกว้าง การจะแก้ไขได้ โดยคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องยากมาก เราจึงเปิดใจกว้าง เสียสละ เป็นใครก็ได้ จะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือใครก็ได้ที่มีความเหมาะสม มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เราก็เปิดใจกว้างรับ เช่นเดียวกับส.ว. ถ้ายินดีจะมาในขั้นตอนนี้ เราก็เปิดใจกว้างรับ