“ปลอดประสพ” แนะ 7 ข้อแก้น้ำท่วมระยะยาว ตอบแม่น้ำชี - แม่น้ำมูลท่วมผิดปกติ เพราะอะไร

การเมือง20 ต.ค. 2565 • 18:53 น.
“ปลอดประสพ” แนะ 7 ข้อแก้น้ำท่วมระยะยาว ตอบแม่น้ำชี - แม่น้ำมูลท่วมผิดปกติ เพราะอะไร

วันที่ 20 ต.ค.65 นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ระบุว่า...

แม่น้ำชี แม่น้ำมูลท่วมผิดปกติเพราะอะไร

เมื่อวานมีสัมมนาที่พรรคเพื่อไทยเรื่องน้ำท่วมมากอย่างผิดสังเกตในลุ่มน้ำชีมูล ทีวีและนสพ.ได้เสนอข่าวไปแล้วจึงนึกถึง FB ว่าน่าจะได้มีโอกาสพิจารณาบ้าง จึงได้นำบทสนทนาดังกล่าวมาโพสต์

เริ่มแรกได้สังเกตพบว่า ทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายการเมืองได้ปฎิบัติหน้าที่ขาดประสิทธิภาพ 3 ข้อดังนี้

1. การแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมน้ำหลากไม่ชัดเจนแม่นยำ สำหรับการเตือนเรื่องพายุของกรมอุตุนิยมวิทยา ถือว่าใช้ได้

2. การอพยพ การหาแหล่งพักพิงชั่วคราว การช่วยเหลือเรื่องอาหาร การให้บริการการเดินทางของราษฎรตลอดจนการรักษาโรคระบาดที่มากับน้ำไม่มีประสิทธิภาพและยังไม่พอเพียง

3. ผิดพลาดในการเลือกยุทธวิธีการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤติน้ำท่วม ที่เลือกใช้ Flood Control (การควบคุมการระบายน้ำ) ซึ่งจริงๆแล้วทำไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องมือหรือสิ่งก่อสร้างใดๆในลุ่มน้ำชีมูล ในสภาวะเช่นนี้ต้องเลือกใช้ Flood Mitigation แทน คือเลือกการบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม จึงจะถูกต้อง

ดูเหมือนว่า พวกท่านจะอับจนในการหาหนทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่ของประเทศ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวเสียแล้ว เพราะแม้แต่เช้านี้ผู้แทนราษฏร จังหวัดอ่างทองซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลแท้ๆยังอดไม่ได้ที่จะออกมาตำหนิรัฐบาลว่า บริหารผิดพลาดจนทำให้จังหวัดอ่างทองท่วมไปแล้วทุกอำเภอ

ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของประเทศในส่วนรวม ผมได้คุยกับเพื่อนๆนักวิชาการแล้วจึงขอให้คำแนะนำรัฐบาลพอสังเขป ดังนี้

1. ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารน้ำท่วมแบบบรรเทาผลกระทบ (Flood Mitigation ) ควบคู่ไปกับการควบคุมการระบายน้ำ (Flood Control)

2. ปรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการให้เป็นแบบยืดหยุ่นตามการเปลี่ยนแปลง (Resillent Approach) โดยต้องยึดแนวการพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติ (Nature Base Solution) โดยเฉพาะในสภาวะโลกร้อน

3. ทบทวนผังเมืองให้เหมาะสมกับสภาวะน้ำมากและหลากแรง

4. ปรับปรุงสิ่งก่อสร้างทุกประเภทให้มั่นคงแข็งแรงและสามารถยืนหยัดในสภาวะน้ำท่วมสูงและรุนแรง

5. กรณีที่จำเป็น ต้องสร้างเขื่อน (Polder)เพื่อปกป้องชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่นเดียวกับที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ใช้อยู่

6. สร้างฝายทดน้ำ (Diversion Dams) ในพื้นที่ที่มีตลิ่งสูงเพียงพอและเหมาะสม เพื่อควบคุมและชะลอการไหลของน้ำ

7. สร้างพื้นที่รับน้ำ (แก้มลิงขนาดใหญ่) ในพื้นที่ราบตำ่ใกล้แม่น้ำ เช่น พื้นที่ป่าบงป่าทาม ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่นที่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ หรือหนองหาน จ. สกลนคร เป็นต้น

การไปให้กำลังใจราษฎรแม้ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียมและมารยาทที่ดีก็ตาม แต่ประชาชนเขาบอกว่า เขาไม่ต้องการกำลังใจแล้ว เขาอยากรู้ว่า วันนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร และก็อยากรู้เช่นกันว่า ในอนาคตเขาและลูกหลานจะอยู่กันแบบไหน ทุกปีจะต้องหนีน้ำหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ตลอดไปหรือ