"นริศ" ยันไม่มีการเมืองใน ปชป.หลังองค์ประชุมล่ม แจงไม่ได้เกี่ยวโหวตนายกฯ ชี้จะเป็นรบ.หรือค้านต้องเลือกหน.พรรค

การเมือง11 ก.ค. 2566 • 10:54 น.
"นริศ" ยันไม่มีการเมืองใน ปชป.หลังองค์ประชุมล่ม แจงไม่ได้เกี่ยวโหวตนายกฯ ชี้จะเป็นรบ.หรือค้านต้องเลือกหน.พรรค

วันที่ 11 ก.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตส.ส.พัทลุง ให้สัมภาษณ์ถึง การประชุมใหญ่วิสามัญที่พรรคประชาธิปัตย์ที่องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องเลื่อนออกไปว่า ในการประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าว ได้มีการหารือถึงการขอยกเว้นข้อบังคับพรรคบางข้อ ขณะเดียวกันได้มีผู้เสนอ ขอให้มีการเลื่อนการประชุมออกไป ซึ่งในที่ประชุมได้มีการถกเถียงเรื่องเหล่านี้ ใช้เวลามากพอสมควร แต่เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณาวาระหลัก ปรากฏว่าองค์ประชุมขาดไปประมาณ 30 เสียง โดยองค์ประชุมบางส่วนจะต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด เพราะมีตั๋วเครื่องบินอยู่แล้ว ทั้งที่โดยปกติหากไม่มีการหารือ 2 ประเด็นข้างต้น การประชุมใหญ่ก็สามารถเสร็จเร็วขึ้น ดังนั้นตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการเมืองภายในเข้ามาทำให้เกิดเหตุการณ์ประชุมล่ม เพราะ ในพรรคประชาธิปัตย์มีการแข่งขันกันอยู่แล้ว และน้อยครั้งที่ จะไม่สามารถตกลงกันได้จนทำให้ต้องเลื่อนการประชุม ส่วนใหญ่สามารถเลือกตั้งกันไปได้ และหลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้วทั้งฝ่ายที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้งก็จะมาร่วมกันทำงาน ขณะเดียวกันมีบางครั้งที่มีคนบางส่วนแยกตัวออกไป ส่วนเรื่องข้อบังคับพรรคก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ในวันใด นายนริศ กล่าวว่า ในวันที่ 12 ก.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ เพื่อกำหนดว่าจะเลือกหัวหน้าพรรคกันในวันใด

 

เมื่อถามถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะรอให้มีการโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จก่อน นายนริศกล่าวว่า ไม่มีเรื่องนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องเลือกหัวหน้าพรรค 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงใช้สัดส่วนน้ำหนักเสียงขององค์ประชุม 70:30 หรือไม่ นายนริศ กล่าวว่า ใช่ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนกติกากันที่หน้าห้องประชุมได้ มันไม่ถูกต้อง กติกาต้องวางไว้ก่อน จึงมีการลงมติว่าไม่ควรมีการเปลี่ยนกติกา ข้อบังคับจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ประชุมเสร็จ ซึ่งตนเห็นด้วยว่าหลายข้อ โดยเฉพาะข้อที่ถูกยกเว้นบ่อยๆ ต้องได้รับการแก้ไข ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็ควรยกเลิก

 

เมื่อถามว่า ส่วนตัวคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ควรเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล นายนริศ กล่าวว่า ดูฝ่ายรณะกนรมการบริหาร

 

เมื่อถามว่า ในการประชุมวันที่ 12 ก.ค.จะมีการกำหนดวันประชุมใหม่เลยใช่หรือไม่ นายนริศ กล่าวว่า ใช่ เพราะเป็นข้อกำหนด 

 

เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยตกลงกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา โดยใช้สูตร ฝั่งหนึ่งเป็นหัวหน้าฝั่งหนึ่งเป็นเลขา นายนริศ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่แน่ใจ ตนเชื่อว่า เขาคงคุยกันอยู่ตลอดเวลาส่วนจะตกลงกันได้หรือไม่นั้นตนไม่แน่ใจ คิดว่าทั้งพรรคต้องมาประชุมร่วมกัน