"จาตุรนต์" ซัด! ระบบไพรมารีโหวต

การเมือง17 มิ.ย. 2560 • 14:31 น.
"จาตุรนต์" ซัด! ระบบไพรมารีโหวต
"จาตุรนต์"ซัดส่อเจตนาเลื่อนเลือกตั้ง ชำแหละระบบไพรมารีโหวตเต็มไปด้วยอันตรายทำลายระบบพรรคการเมืองสู่ความขัดแย้ง อ่อนแอ แก่งแย่งหาสมาชิกพรรค เสียหายใหญ่หลวง วันที่ 17 มิ.ย.60 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบบไพรมารีโหวตว่า กติกาอย่างที่สนช.เห็นชอบจะทำลายระบบพรรคการเมืองทำให้พรรคการ เมืองทั้งหลายเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน อ่อนแอ ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เว้นพรรคใหญ่ พรรคขนาดเล็กอาจเอาตัวไม่รอด ส่วนพรรคใหม่จะเกิดยากมาก การทำงานของพรรคการเมืองโดยรวมจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ได้สงสัยว่าวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งของกมธ.วิสามัญคือต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ขณะที่การกำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสาขาและตัวแทนพรรคในทุกเขตเลือกตั้ง และให้สมาชิกในแต่ละเขตมีอำนาจอย่างมากในการกำหนดตัวผู้สมัครได้ฟังดูเหมือนดี แต่จะเกิดปัญหาการขัดแย้งแก่งแย่งกันหาสมาชิกที่สนับสนุนนักการเมืองเป็นตัวบุคคลมากกว่าสนับสนุนพรรค นักการเมืองที่เคยหาสมาชิกไว้ก่อนจะได้เปรียบเกิดความขัดแย้งระหว่างสาขาพรรคและสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งต่างๆกับคณะกรรมการบริหารพรรค สุดท้ายอาจจะได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเพียง 100 คนที่จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้น ขณะที่คนที่ประชาชนสนับสนุนอาจไม่มีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้ง สำหรับการให้ตัวแทนสาขาพรรคและสมาชิกในเขตเลือกตั้งต่างๆเลือกผู้มัครแบบบัญชีรายชื่อโดยให้แต่ละคนเลือกผู้สมัครได้ 15 คน จะทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มแบ่งก๊วนตามจังหวัดหรือภูมิภาค นักการเมืองที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศอาจได้เปรียบอยู่บ้าง แต่ก็จะเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะได้ผู้สมัครที่เหมาะจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มเล็กๆอย่างกระจัดกระจายมากกว่าจะเป็นตัวแทนของทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ขกงการมีระบบบัญชีรายชื่อ ทั้งนี้กฎหมายพรรคการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง รวมทั้งการแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายทางการเมืองของประเทศในช่วงที่ผ่านมาทำให้คนส่วนใหญ่ถึงแม้สนใจการเมืองและพร้อมจะไปออกเสียงเลือกตั้ง แต่ก็ไม่อยากเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พรรคการเมืองก็ไม่ต้องการมีสมาชิกมากๆเพราะถ้าสมาชิกไปทำผิดกฎหมายเข้าพรรคก็จะถูกยุบ แนวโน้มพรรคการเมืองส่วนใหญ่จึงจะมีสมาชิกน้อย หลายพรรคอาจหาสมาชิกให้ได้ทั่วทุกเขตไม่ได้ด้วยซ้ำ การเอาระบบที่ให้สมาชิกจำนวนน้อยมากำหนดตัวผู้สมัคร จึงไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนและจะสร้างปัญหาทำให้พรรคการเมืองต่างๆอยู่ในสภาพพิกลพิการกันไปหมด หากกติกาออกมาเช่นนี้ พรรคการเมืองจำนวนมากโดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ๆจะทำตามกติกานี้ไม่ทันเพราะต้องใช้เวลามากและอาจทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีกนาน ซึ่งอาจเป็นวัตถุประสงค์ของกมธ.วิสามัญมาตั้งแต่ต้นก็ได้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการตั้งกรรมาธิการร่วมซึ่งจะเกิดการแก้ไขให้ดีขึ้นหรือไม่ก็ยังไม่แน่ แต่ไม่ว่าแบบไหน ก็จะเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตามความเสียหายที่ใหญ่หลวงกว่าการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็คือการทำลายระบบพรรคการเมืองที่จะทำให้การเลือกตั้งลดความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนน้อยลง