บิ๊กตู่ปัดทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่
พปชร.เมินสูตรส่งไม้ต่อ"ลุงป้อม" บิ๊กตู่ปัดทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ -โพลเชียร์นั่งนายกฯต่อ -เด็กพท.จ่อย้ายซบภท.
"บิ๊กตู่"เผยยังไม่ทูลเกล้าฯครม.ใหม่ "นิด้าโพล" ระบุคนใต้ยังหนุน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ ต่อ "ชัยวุฒิ" ปัดไม่รู้สูตร "หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม" ขณะที่พท.จ่อไหลอีก ล่าสุด"ไพจิต"ดอดร่วมงาน "อนุทิน" ส่อย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย ที่พระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 23 ต.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีการทูลเกล้ารายชื่อรัฐมนตรีใหม่ เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการทูลเกล้ารายชื่อรมช.มหาดไทยคนใหม่แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวและตอบเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้ทำอะไร เมื่อถามอีกครั้งว่า จะเสร็จก่อนการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ จากนั้นได้เดินออกมาเพื่อขึ้นรถยนต์เดินทางกลับ โดยระหว่างทางมีประชาชนตะโกนให้กำลังใจว่า "นายกสู้ๆ" ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่า "ขอบคุณจ้า รักทุกคนนะ ขอให้โชคดี วันมงคลนะครับ ขอให้คิดและพูดแต่เรื่องดีๆ" ด้าน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนใต้ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-20 ต.ค.65 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,001 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนใต้
จากการสำรวจ เมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 23.94 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 ร้อยละ 13.24 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร อันดับ 3 ร้อยละ 12.79 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 4 ร้อยละ 11.24 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 6.14 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 5.95 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 7 ร้อยละ 5.30 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และเป็นคนสุขุมรอบคอบ อันดับ 8 ร้อยละ 5.10 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบนโยบายของพรรค ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 9 ร้อยละ 4.00 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เป็นคนพูดจริงทำจริง และลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง อันดับ 10 ร้อยละ 2.90 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะเป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพรรคการเมืองที่คนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 27.49 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 14.94 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.09 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และยังไม่ตัดสินใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 4 ร้อยละ 11.84 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 7.45 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 3.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคไทยสร้างไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 9 ร้อยละ 1.05 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคสร้างอนาคตไทย
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 27.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 15.54 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.54 ระบุว่าเป็น ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 12.49 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 11.89 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 6 ร้อยละ 6.95 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.15 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 9 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคไทยสร้างไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 1.05 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า และพรรคสร้างอนาคตไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณี นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เสนอสูตร "หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม" ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบและยังไม่ได้มีการคุยกันในพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้แพลนว่าจะเป็นแคมเปญต่อไปของพรรคหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และภายในพรรคยังไม่ได้คุยกัน เป็นเรื่องที่ต้องถามทางผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐยังเป็นพรรคหลักของรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ในการทำงานเพื่อเดินหน้าสร้างผลงานดูแลพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ และตนเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลจะเป็นตัวนำไปสู่การเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนยอมรับ และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ซึ่งมาจากการทำงานของเราเพราะฉะนั้นวันนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงประเด็นการเมือง เวลาที่เหลือเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเร่งทำงาน ให้กับประชาชนให้ดีที่สุดก่อน
เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้พรรคพลังประชารัฐยังไม่ได้เร่งในส่วนของนโยบายใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เราเน้นทำงาน ทุกอย่างที่ทำไปคือนโยบายของรัฐบาลและเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ดูที่ผลงานและสิ่งที่เราทำ ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลก็มีหลายอย่างที่ดีขึ้นและพัฒนาไปมาก เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การแก้กฎหมาย การปรับปรุงหลายอย่างที่ทำให้บ้านเมืองทันสมัย แต่เข้าใจว่าในภาวะแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องของโควิด-19 ทำให้หลายคนได้รับผลกระทบ หรืออย่างกรณีสงครามยูเครนและรัสเซีย ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะราคาน้ำมันสูงขึ้น ยอมรับว่าประชาชนหลายคนลำบาก แต่รัฐบาลพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ถ้ามองจากประเทศอื่นๆ ก็ยังมีตัวเลขด้านเศรษฐกิจหรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เราดีกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ไทยฟื้นตัวได้มาก เพราะเราสามารถแก้ไขโควิด-19 ได้ดี ซึ่งถ้ามองผลงานต่างๆของรัฐบาล ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนเข้าใจและให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลที่จะทำงานต่อไปได้ เมื่อถามว่า สูตรที่ออกมาไม่ได้เป็นการหยั่งเสียงประชาชนใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าใครพูดเลย เพราะยังไม่เคยได้ยิน ส่วนจะเป็นสมาชิกพรรคที่เสนอความเห็นออกมาหรือไม่นั้นผมไม่ทราบเพราะพรรคการเมืองและนักการเมืองมีหลายคนสามารถที่จะแสดงความเห็นได้ ทุกคนก็แสดงความคิดเห็นไปต่างๆนานา ก็แล้วแต่ เป็นความคิดที่แตกต่างหลากหลาย แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้บริหารพรรคและผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะพูดคุยกัน ซึ่งผมคิดว่ายังไม่ได้ข้อสรุป แล้วยังไม่เห็นเรื่องนี้ เนื่องจากวันนี้ทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำงาน ยังรักและสามัคคีเดินหน้าทำงานร่วมกันเพื่อให้รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหากับประชาชนได้และทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาถือว่าประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง วันที่ 27 ต.ค.นี้ ทางพรรคพลังประชารัฐจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงวันนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ทุกวันนี้ยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 27 ต.ค.เพื่อสรุปผลงานของพรรคว่า คณะกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการชี้แจง เรื่องในพรรควันนี้ไม่เหมาะที่ตนจะพูดอะไร ส่วนการเตรียมพร้อมของพรรคในการจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งนั้น ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย คงต้องรอความชัดเจนสักนิด เมื่อถามถึงกรณีนายรงค์เสนอสูตร "หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม" นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นการพูดกันเองหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ว่า การบริหารประเทศของท่านนายกฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นผ่านโพลแล้วในวันนี้ว่า ประชาชนโดยเฉพาะคนใต้ เห็นถึงความจริงจัง มุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน มีความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ และทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ไม่แตกแยกขัดแย้งในหมู่คนไทยด้วยกันเอง จึงต้องการให้ท่านนายกฯ กลับมาบริหารประเทศอย่างต่อเนื่องอีกครั้งในการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งเหนือกว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคเพื่อไทยชูนักหนาว่าเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึง นายเศรษฐา ทวีสิน ที่คนใต้แทบจะนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าทำอะไรเพื่อประเทศมาบ้าง ดังนั้น ในการเลือกตั้งสมัยหน้า หากประชาชนโดยเฉพาะคนใต้ได้เห็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกคิดมาเพื่อคนไทยทุกกลุ่มด้วยแล้ว เชื่อว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.เพิ่มมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในภาคใต้ และ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ เพื่อบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องอีกครั้งแน่นอน
ผมเชื่อว่า ทั้งพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร วันนี้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของพี่น้องคนใต้แล้ว เพราะที่ผ่านมาคนใต้เห็นและรับรู้ว่า ทั้ง 2 ท่านทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เน้นแก้ปัญหา ทำมากกว่าพูด ไม่เน้นเกมการเมือง โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ ที่คนใต้เห็นได้ชัดเจนว่าท่านมีความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา และเด็ดขาดกับการทุจริต สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติของนักการเมืองที่คนใต้ชื่นชอบ และจะสะท้อนให้เห็นในการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งเชื่อว่าคนใต้จะยังให้ความไว้วางใจ และเลือก ส.ส.ใต้ของพรรคพลังประชารัฐเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ผมในฐานะคนใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ลงพื้นที่มาตลอดทำให้มั่นใจว่าเลือกตั้งสมัยหน้าได้สส.เพิ่มแน่นอนนายธนกร กล่าว
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนิด้าโพล ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
นายเสกสกล กล่าวว่า ขอขอบคุณคนภาคใต้ที่ยังไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ และตนมั่นใจว่าไม่ใช่แค่ประชาชนพื้นที่ภาคใต้ แต่ประชาชนทั่วทุกภาคก็คงให้ความไว้วางใจนายกฯประยุทธ์ ในการทำหน้าที่เช่นกัน เพราะที่ผ่านมาประชาชนได้เห็นผลงานมาแล้ว และหลายโครงการเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ผมขอให้ประชาชนมั่นใจว่านายกฯประยุทธ์จะไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะตั้งใจทำงานอย่างต่อเนื่องจนครบวาระ ยิ่งในตอนนี้ช่วงนี้ที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด นายกฯและรัฐบาลไม่ได้นิ่งดูดาย ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมกับหามาตรการออกมาเยียวยาประชาชนทั้งระยะสั้น และหาทางแก้ไขปัญหาระยะยาว ขณะเดียวกันนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่มีเวลาต่อปากต่อคำกับใคร เอาเวลาไปลงพื้นดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดดีกว่า นายเสกสกล กล่าว วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับ นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หรือ โตโน่ นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ที่ทำกิจกรรมว่ายแม่น้ำโขงระดมเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เมื่อช่วงสายวันเดียวกันนี้ นายอนุทินพร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุพนม จ.นครพนม โดยมี นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม หลายสมัย พรรคเพื่อไทย มาให้การต้อนรับ ท่ามกลางกระแสข่าวนายไพจิตอาจมีแนวโน้มมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากขณะนี้ได้ส่ง นายชูกัน กุลวงษา รองนายกอบจ.นครพนม และอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับนายไพจิตลงสมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม ในนามพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว