บิ๊กตู่ปัดสามมิตร ย้ายซบ"พท."
"บิ๊กตู่" ยันสหรัฐฯไม่ก้าวก่ายการเมืองในไทย ยันข่าวปล่อย "กลุ่มสามมิตร"ย้ายกลับซบ"เพื่อไทย" ด้าน"ธนกร" ยัน "สมศักดิ์-สุริยะ-อนุชา" ยังอยู่กับ "ลุงป้อม" เหมือนเดิม พร้อมหนุน "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ ส่วน "อนุชา"เชื่อคนปล่อยข่าวหวังผลแน่ "สาธิต" ปัดไม่รู้ข่าว "นิพิฏฐ์" โบกมือลา ปชป. เข้ากลุ่ม "สมคิด-อุตตม"
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พ.ย.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลัง นาย Ted Osiusประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council : USABC) เข้าพบ เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในไทย ในรูปแบบผสมระหว่างการเข้าพบหารือและการประชุมทางไกล ว่า การประชุมร่วมกับสมาคมธุรกิจขนาดใหญ่เกือบ 50 บริษัท ของสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน ซึ่งมีการประชุมต่อเนื่องมาทุกปี นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเทศ การพลิกโฉมประเทศไทยในทุกๆ ด้าน
เมื่อถามย้ำว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการเมือง หรือความมั่นคงในประเทศไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีๆ เขาไม่พูด เรื่องอะไรพวกนี้ เรื่องธุรกิจก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ส่วนเรื่องของเราก็ถือเป็นเรื่องของเรา เขาจะไม่มาก้าวก่าย เรื่องของความมั่นคงเป็นเรื่องของทุกประเทศ ก็ต้องมีความระมัดระวังอยู่แล้ว เราเพียงแต่จะขอความร่วมมือจากคนไทยและประเทศไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยช่วยกันสร้างความมีเสถียรภาพของรัฐบาล และความมีเสถียรภาพในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ ซึ่งตนได้ยืนยันกับเขาไปแล้ว ตนจะดูแลให้ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญของประเทศไทย
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่มสามมิตรจะกลับไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยพล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวและเดินออกจากโพเดียมทันที เมื่อถามย้ำว่า ดีลการเมืองแบบนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี เป็นการปล่อยข่าวออกมาเท่านั้นเอง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า"กรณีที่มีกระแสข่าวว่า กลุ่มสามมิตรนำโดย ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ท่านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และท่านสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รวมถึงส.ส.ในสังกัดกลุ่มสามมิตร ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไปสังกัดพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นการปล่อยข่าวจากผู้ที่หวังดีประสงค์ร้ายมากกว่าผมได้คุยกับท่านสมศักดิ์อยู่เป็นประจำ เตะฟุตบอลกันบ่อยๆ ท่านสมศักดิ์ยืนยันชัดเจนว่า อยู่กับ"ลุงตู่ "อยู่กับพรรคพลังประชารัฐภายใต้การนำของ"ลุงป้อม"ที่สนับสนุน"ลุงตู่"เป็นนายกฯ
ส่วน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่จริง คนที่ปล่อยข่าวน่าจะหวังผลอะไรบางอย่าง
ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะลาออกจากพรรค เพื่อไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ,นายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ และ ยังไม่ได้พูดคุยกับนายนิพิฏฐ์เลย
ส่วน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มมวลชนเชิญชวนประชาชน "รวมพลังประชาชนรื้อมรดก คสช." เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในวันที่ 30 พ.ย. ที่รัฐสภา ว่า ไม่ทราบเรื่อง ส่วนที่ประชาชนเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคำสั่งที่ริดรอนสิทธิประชาชนที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่นั้น ก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่ ถ้าสามารถทำได้ เพราะประชาชนสามารถเสนอกฎหมายได้โดยเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประกาศ คำสั่ง คสช. หรือกฎหมายที่ต้องทบทวนอย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าหมายถึงกฎหมายฉบับใด และจะทบทวนอะไรเรื่องนี้นานาจิตตังบางฉบับก็ถือว่าจำเป็น บางฉบับแก้บางมาตราเข้าไปในกฎหมายใหญ่ เมื่อแก้ไปแล้วจะไปดึงออกมาไม่ได้เพราะจะกระทบไปหมดทั้งฉบับ ถ้าจะพูดถึงฉบับไหนก็พูดขึ้นมาและดำเนินการไป ในช่วงสมัย คสช. ปี 2557-2562 มีการออกกฎหมายหลายฉบับเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อระยะเวลานานหลายปีก็มีหลายฉบับ และหลายฉบับจนถึงขนาดนี้ก็ยังใช้ได้ดี แต่บางฉบับอาจไม่เหมาะสมก็ต้องแก้ เช่น กฎหมายที่เสนอโดยสภาฯในยุคระบอบประชาธิปไตยต่อมาอีก 1 ถึง 2 ปี ก็ต้องแก้ เพื่อให้ทันสมัย กฎหมายบางฉบับออกมา คสช.เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ก็มีการเสนอแก้ ส่วนพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แก้ครั้งสุดท้ายปี 2558 ตนก็ไปเสนอขอแก้ไขเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องธรรมดาที่แก้ไม่ได้หมายความว่าของเก่าไม่ดีแต่ไม่ทันสมัยก็ต้องทำให้ทันสมียขึ้นสมกับยุควิถีใหม่ เป็นธรรมดาที่ที่กฎหมายอยู่ไปยุคหนึ่งอาจล้าสมัยมีปัญหาในการตีความ เวลาออกกฎหมายดูเหมือนเข้าใจวัตถุประสงค์ดีแต่พอไปถึงศาล ศาลแปลไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเราไปเปลี่ยนไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องเปลี่ยนกฎหมายเพื่อดึงศาลให้แปลเจตนาตามที่เราต้องการ เรื่องนี้ในระบบประชาธิปไตยหรือระบอบอื่นก็ไม่ยากอะไร ประชาชนสามารถเคลื่อนไหวให้แก้ไขกฎหมายได้แต่จะได้แก้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาฯ พิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นายกฯ ให้หน่วยงานด้านกฎหมายตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มแอมเนสตี้ที่ออกมาต่อต้านเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใครตรวจสอบ ตนไม่ทราบเรื่องคงเป็นเรื่องของหน่วยงานความมั่นคง