บิ๊กตู่เกาะติดการเมือง/สส.ไหลเข้าภท.ไม่หยุด

การเมือง20 ธ.ค. 2565 • 01:55 น.
บิ๊กตู่เกาะติดการเมือง/สส.ไหลเข้าภท.ไม่หยุด

  "บิ๊กตู่"ลั่นไม่หยุดติดตามสถานการณ์ทุกเรื่อง โยน"บิ๊กป้อม" แถลงเรื่องการเมืองแล้ว "อนุทิน" เผยส.ส.ไหลเข้าภท.ไม่หยุด พร้อมส่งครบ 400 เขต ยันแคนดิเดตนายกฯ มีเพียงหนึ่งเดียว ยิ้มรับผลโพล ภท. โดดเด่น จี้ทีมยุทธศาสตร์ เร่ง ปรับนโยบายให้ปัง ระบุยุบสภาเป็นเรื่องของ นายกฯ
 
   
  ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้นปัจจุบัน ว่า ในฐานะนายกฯ ตนติดตามสถานการณ์ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันธรรมดาก็ไม่เคยหยุด  ผู้สื่อข่าวถามว่า รวมถึงสถานการณ์การเมืองด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้าพร้อม กล่าวว่า "ใช่ๆ รวมอยู่ด้วย การเมืองก็ว่ากันไป หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็แถลงไปแล้วนี่" 
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างแถลงเปิดตัว นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าเป็นสมาชิกพรรคว่า นายกฯไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐแล้ว
   
  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุจะมีส.ส.ทยอยมาเปิดตัวกับพรรคนั้น สรุปจำนวนจะเป็นเท่าไหร่ ว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีเข้ามา แต่ไม่สามารถบอกจำนวนได้ เพราะจะทราบจำนวนก็ต่อเมื่อตนลงนามรับรองการสมัครถึงจะรู้ และยืนยันการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งส.ส. 400 เขต เพราะเราต้องการส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย  
    
 ผู้สื่อข่าวถามว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยคือหัวหน้าพรรคคนเดียวใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามสื่อฯว่า "ยังไม่ชัดอีกหรือ ชัดมา 5 ปีแล้ว หนึ่งเดียวคนนี้แหละครับ หนึ่งเดียวด้วยนะ ไม่มี 3 คน ถ้าจะไม่ให้ผมเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทยก็ต้องเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจากผม หากใครยังไม่รู้เรื่องแปลว่าไม่ได้ติดตามข่าว ไม่ใช่คอการเมืองแล้วอย่างนั้น"
    
 เมื่อถามว่า จากเดิมพรรคตั้งส.ส. 120 คน ภายหลังมีอดีตส.ส.เข้ามาเป้าหมาย ส.ส.จะสูงขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครไปบอกว่าเราวางเป้าไว้ 120 คน  ตามข่าวที่ออกมาก็พูดกันไป สำหรับเราได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะคนตัดสินไม่ใช่ตัวเรา เราทำได้เพียงได้แต่นำเสนอ หากประชาชนไว้ใจจะเป็นผู้ตัดสิน อนาคตของพรรค 
     เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยระบุอดีตส.ส.ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยได้เป็นส.ส.เพราะกระแสของพรรคเพื่อไทย ซึ่งคะแนนดังกล่าวจะไม่ย้ายตามตัวบุคคลมาด้วย คิดว่าอดีตส.ส.ที่ย้ายมาจะได้เป็น ส.ส.รอบหน้าสักกี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า ใครจะไปไหนมาไหนเป็นความสมัครใจของเจ้าตัว มีคนออกจากพรรคภูมิใจไทยเยอะแยะไป สมัยก่อนมีคนออกจากพรรคภูมิใจไทยไปพรรคเพื่อไทยไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เราได้แต่อวยพรให้เขาไปดี ตนคงไม่พูดบั่นทอนกำลังใจ ใครจะมาใครจะไปต้องเคารพการตัดสินใจของบุคคลเหล่านั้น เพราะเป็นส.ส. เป็นผู้สมัครส.ส. แต่ละคนมีวุฒิภาวะ ใครจะมาพรรคภูมิใจไทยเราก็ยินดีต้อนรับ คนที่ไปเราก็อวยพรให้เขาไปได้ดี ขออย่างเดียวให้ทำความเจริญแก่บ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่พรรคภูมิใจไทยไปดึงคนจากพรรคอื่นเข้ามา จะเป็นประเด็นทำให้พรรคนั้นๆ ไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง ให้ หรือไม่ ว่า ไม่มีการดึง มีแต่ส.ส.พรรคอื่น เดินเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเอง ซึ่งเราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่และทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประชาชน ทุกคนคงเห็นแล้วว่าไม่ได้หวั่นไหวกับแรงต่อต้านที่เข้ามาทั้งสิ้น
   
  นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงกรณีซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจที่สุดภาพจําของประชาชนต่อพรรคการเมือง ว่าพรรคภูมิใจไทยโดดเด่นในเรื่องเรื่องบริหารจัดการวัคซีน ดูแลบุคลากรการแพทย์ อสม. และปกป้องเสาหลักของชาติมากที่สุด ว่า  การทําการเมืองต้องยึดถือจากทุกๆ ด้าน ผลโพลก็ดี ถือเป็นกําลังใจ จากที่ไม่เคยมีโพลเช่นนี้เลย ก็มีโพลแบบนี้ขึ้นมา ก็เป็นกําลังใจ และเป็นแนวทางว่าประชาชนให้ความเชื่อถือพรรคในด้านนี้มากเป็นพิเศษ หรือด้านไหนที่ประชาชนยังไม่ได้ให้ความเชื่อถือ ก็ไปแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ยึดถือโพลในการที่จะบอกว่าโพลดีแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เรายังคงต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีทีมยุทธศาสตร์วางนโยบาย อย่างช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ไปแจ้งทางหัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ว่ามีคนได้ดูนโยบายแล้ว นโยบายเศรษฐกิจภาพรวมมหภาคของพรรคยังไม่ปัง ไม่ว่าจะมีเรื่องของโครงการด้ามขวานทอง หรือแลนด์บริดจ์แล้วก็ตาม แต่ว่ายังไม่ปัง ก็ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรในการขยายความออกมา ต้องทำใหัคนเห็นภาพให้ชัด ทั้งนี้ ยินดีรับฟังจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนก็ตาม สำหรับตนเรียกว่าข้อสอบรั่ว ก็ต้องเอาข้อสอบเหล่านี้มาหาคําตอบให้ได้ และหาวิธีที่จะทําให้เกิดความมั่นใจ
     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางโพลที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภา เนื่องจากตอนนี้ ส.ส.มาประชุมสภากันน้อย องค์ประชุมล่มบ่อย นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องยุบสภาเป็นเรื่องของนายกฯ ตนคงไม่ไปก้าวก่าย เราก็เตรียมความพร้อมของเรา เพราะไม่ว่าอย่างไร วาระของสภาสมัยนี้ก็จบสิ้น 23 มี.ค.66 ซึ่งต้องใช้เวลาที่เหลือจากนี้ไป ซึ่งอีกไม่นาน งานอะไรที่ค้างคาอยู่ ก็ต้องผลักดันออกไปให้หมด โดยเฉพาะหลายๆโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และประชาชน เพราะพอมาเป็นรัฐบาลรักษาการ อาจทำอะไรไม่ได้มาก ขณะเดียวกัน เราก็ต้องแบ่งเวลาในการลงพื้นที่ช่วยสมาชิกปราศรัยหาเสียง เยี่ยมเยียนประชาชน ซึ่งน่าจะเป็นเวลา 3 เดือนที่น้อยมาก 
     ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวถึงผลโพลที่พบว่าคะแนนนิยมรัฐบาลลดลง ว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมาย และรัฐบาลอยู่มาเกินความคาดหมายของประชาชน จากที่ตอนแรกกระท่อนกระแท่น วันนี้เราเหลือเวลาอีก 3 เดือน ถือว่ามาได้ไกล กว่าที่คิด ถือเป็นเรื่องปกติที่ปลายสมัยปัญหาต่างๆ จะรุมเร้าเข้ามา บางจุดมีประเด็นที่เป็นข้อกังขาของสังคม ทำให้คะแนนนิยมลดลงตามลำดับ เป็นเรื่องปกติของทุกยุคทุกสมัย ส่วนจะกระทบต่อพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าพรรคร่วมคงได้รับผลกระทบไปตามกัน แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราอยู่บนเรือลำนี้ ต้องช่วยกันพาย ช่วยกันแก้ และปรับปรุงในสิ่งที่คิดว่าทำได้ในเวลาที่เหลือ
    
 ผู้สื่อข่าวถามว่า โพลเสนอให้ยุบสภาก่อนปีใหม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงแล้วแต่ว่าถามใคร โพลบางครั้งถามภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ จะแตกต่างกันไป แต่คิดว่าการที่ประชาชนไมได้เฉลิมฉลองปีใหม่กันมา 2  ปีเต็ม หากยุบสภาก่อนปีใหม่ดูจะใจร้ายกับประชาชนและผู้สมัครส.ส. เพราะจะทำให้ผู้แทนญ ไมได้ร่วมเฉลิมฉลองกับประชาชน หากจะยุบขอหลังปีใหม่สักนิดหน่อย
    
 เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับวิกฤติองค์ประชุมสภาขณะนี้  นายวราวุธ กล่าวว่า เราคงบังคับพรรคอื่นไมได้ แต่พรรคเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดที่จะประคองเสียในสภาให้ครบ เมื่อถามย้ำว่า จะเกิดวิกฤติสภาฯ หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า นึกไม่ออก ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ที่มี ส.ส.ย้ายออกจำนวนมาก จึงตอบไมได้ว่าเป็นอย่างไร
    
 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค และที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ เขียนแสดงความเห็นในไลน์กรณีซูเปอร์โพลเปิดเผยผลสำรวจภาพจดจำที่สุดแห่งปีและที่สุดของพรรคการเมือง ว่า ขอขอบคุณซูเปอร์โพลและพี่น้องประชาชนที่โหวตจดจำพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่สุดของพรรคการเมืองแห่งปีในฐานะสถาบันทางการเมืองหลักของประเทศและเป็นพรรคขวัญใจของเกษตรกร ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นผู้นำพรรคการเมืองที่ประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาปากท้อง รายได้และหนี้สินของประชาชนอันดับที่3
      
 กำลังใจของพี่น้องประชาชนที่มอบให้ในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการมุ่งมั่นทุ่มเททำงานพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อนำประเทศฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจและก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองให้สำเร็จโดยเร็วให้สมกับความไว้วางใจของประชาชน
     
พร้อมกันนี้ ขอแสดงความยินดีกับพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีระกุล หัวหน้าพรรคที่ได้รับการโหวตเป็นพรรคการเมืองแห่งปีในภาพการจดจำการบริหารวัคซีนโควิดและผู้นำอันดับหนึ่งที่เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาปากท้องรายได้และหนี้สินของประชาชน

     ก็ถือโอกาสวันดีๆของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยขอบิณฑบาตปมปัญหา 2 พรรค เพราะประชาชนไม่อยากเห็นความขัดแย้งทางการเมือง สัปดาห์หน้าจะเอาขนมหม้อแกงเมืองเพชรไปฝากพร้อมจับเข่าสนทนากันครับ