"พีระพันธุ์" ให้ "บิ๊กตู่" ตัดสินใจเองร่วมวงดีเบต ลั่น รทสช. ไม่ใช้นโยบายสุดโต่งเหมือนบางพรรคหาเสียง

การเมือง12 เม.ย. 2566 • 02:13 น.
"พีระพันธุ์" ให้ "บิ๊กตู่" ตัดสินใจเองร่วมวงดีเบต ลั่น รทสช. ไม่ใช้นโยบายสุดโต่งเหมือนบางพรรคหาเสียง

"พีระพันธุ์" ให้ "บิ๊กตู่" ตัดสินใจร่วมวงดีเบตเอง ลั่น รทสช. ไม่ใช้นโยบายสุดโต่งเหมือนบางพรรคการเมืองหาเสียง ชี้แจกเงินดิจิทัลกระทบค่าเงินบาท ลั่นวลีไล่พวกชังชาติ เปรียบคับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก  พร้อมจับมือทุกพรรคที่ยึดชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

วันที่ 12 เม.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการวางคิวลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าขณะนี้ยังไม่มีการวางคิวและกำหนดการว่าจะให้ไปลงพื้นที่ตรงไหนบ้าง เพราะต้องให้พื้นที่ไปพิจารณาว่ามีความเหมาะสมอย่างไร ส่วนพื้นที่เป้าหมายก็อยู่ในทุกภาคอยู่แล้ว ขณะที่การวางคิวดีเบตของพลเอกประยุทธ์นั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับเรื่องและความเหมาะสม โดยที่ท่านจะเป็นผู้พิจารณาเอง

เมื่อถามถึงกระแสของพรรครวมไทยสร้างชาติในตอนนี้ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า  ก็ดี ส่วนจำนวนเก้าอี้ส.ส.นั้นตนไม่เคยกำหนดตัวเลข แต่จะต้องทำให้เยอะที่สุด ขณะที่การกำหนดนโยบ่ยของพรรคนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางแนวทางไว้ให้ ซึ่งตรงกับแนวทางของพรรคที่ได้มีการกำหนดแนวทางมาตลอด ว่านโยบายของพรรคต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ไม่ได่คิดแต่เพียงแค่ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง เพราะการจะมาเป็นผู้แทนราษฎรหรือทำหน้าที่บริหารประเทศเราต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัว ถ้าเราเข้ามาโดยคิดถึงแต่ส่วนตัวก็จะบริหารประเทศไม่ได้และส่วนรวมไม่ได้ ซึ่งนายกฯได้มอบแนวทางให้พรรคว่า การออกนโยบายต่างๆต้องไม่กระทบวินัยการเงินการคลังและงบประมาณ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรคงงบประมาณเดิม หากจำเป็นต้องเพิ่มก็อย่ามาก และที่สำคัญอย่าให้กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อถามว่า บางพรรคการเมืองออกนโยบายสุดโต่งจะมีผลกระทบต่อนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็คงไม่ใช้วิธีแบบนั้น แต่ละพรรคมีวิธีที่แตกต่างกันไป สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ประชาชนพิจารณา

เมื่อถามถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลที่จะไปกระทบกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องยกเลิกนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่ง นายพีระพันธ์ุ กล่าวว่า ตรงนี้ประชาชนก็ต้องพิจารณา เพราะไม่สามารถได้ทั้งหมด แต่ต้องมีทั้งได้และเสีย และที่สำคัญจะได้จริงหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ และรูปแบบเงินแบบนี้จะกระทบต่อค่าเงินบาทหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็แล้ว แต่พรรคเราไปวิจารณ์มากไม่ได้

เมื่อถามว่า ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงมีความกังวลใดๆหรือไม่ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพียงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ส่วนกรณีที่ตนกล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ว่าจะจัดการพวกชังชาตินั้น ตนไม่ได้ตั้งข้อสังเกต ตนบอกอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น และสุภาษิตไทยที่ว่าคับที่อยู่ง่ายคับใจอยู่ยาก เพราะฉะนั้นใครที่อึดอัดใจก็คงอยู่ไม่ได้ ซึ่งเป็นเหมือนสุภาษิตไทยคับที่ไม่เป็นไร คับใจมันอึดอัด ดังนั้นถ้าเราอึดอัดก็อย่าอยู่แค่นั้นเอง

เมื่อถามว่า คำพูดดังกล่าวถูกมองว่าประเทศต้องการความสงบ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ก็แล้วแต่คนจะมองว่าแบบไหนสงบ ตนขอไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพราะทุกคนมีสิทธิและตนก็มีสิทธิที่จะคิดเช่นกัน ใครจะพูดอะไรก็พูดได้ และตนก็พูดตามความรู้สึก

เมื่อถามถึงกรณีที่คะแนนนิยมของแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยยังเป็นอันดับ 1 แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะมีคะแนนสูงขึ้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน หน้าที่เราคือทำสิ่งที่ดี และเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

เมื่อถามถึงการจับขั้วรัฐบาล นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับท่านอื่นตนไม่ทราบเพราะแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ตนไม่เคยทำแบบนั้น 

เมื่อถามย้ำว่าสำหรับพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยรวมไทยสร้างชาติจะไม่จับมือใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนยังไม่เคยพูดเลย และทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์คือพรรคที่จะทำงานร่วมกันได้ต้องยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกันคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประโยชน์ของประชาชน ซึ่งจะเป็นพรรคไหนก็แล้วแต่ หากทำงานเพื่อสถาบันหลักของชาติบ้านเมืองก็ทำงานด้วยกันทั้งนั้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่จะให้สัมภาษณ์ นายพีระพันธ์ุ ได้ไหว้ศาลตายายและพระภูมิเจ้าที่ที่อยู่บริเวณหน้าห้องสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอพร เนื่องในวันสงกรานต์และปีใหม่ไทย